คำถามที่สำคัญกว่า...ควรเลิกหรือไม่เลิก "ทัศนศึกษา"
by Trust News, 3 กุมภาพันธ์ 2568
อะไร คือ สิ่งที่ “เรา” ควรต้องเรียนรู้ ตั้งคำถาม และหาทางป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุโศกสลด จากเหตุรถทัศนศึกษาของโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ประสบอุบัติเหตุไฟลุกไหม้ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 23 ศพ ที่บริเวณหน้าเซียร์รังสิต ตรงข้ามซอยพหลโยธิน 72 บริเวณถนนวิภาวดีขาเข้า เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2567 สามารถเกิดขึ้นซ้ำรอยได้อีก
เช่นนั้นแล้ว “เรา” ไปเริ่มกันที่จุดเริ่มต้น นั่นคือ อะไรบ้างคือสิ่งที่สังคมควรตั้งคำถามเพื่อนำไปสู่การหามาตรการป้องกันที่เป็นรูปธรรม :
ระเบียบกรมการขนส่ง :
ตามระเบียบกรมการขนส่ง ว่าด้วยหลักเกณฑ์การขออนุญาตและการอนุญาตให้ใช้รถที่ทำการแก้ไขเพิ่มเติมหรือดัดแปลงตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า...
ข้อ 7/1 การแก้ไขเพิ่มเติมหรือดัดแปลงรถ ต้องไม่ทำให้น้ำหนักรวมสูงสุด (GVW.) เกินเกณฑ์ที่ผู้ผลิตกำหนด
การนำรถไปใช้งาน น้ำหนักสิ่งของที่บรรทุก (Payload) เมื่อรวมน้ำหนักรถ “ต้องไม่เกินน้ำหนักรวมสูงสุด ที่ผู้ผลิตกำหนด”
การแก้ไขเพิ่มเติมหรือดัดแปลงรถ “ต้องติดตั้งส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ที่จำเป็นในการใช้งานตามลักษณะที่ขออุญาตให้ครบถ้วน”
การแก้ไขเพิ่มเติมส่วนควบหรือเครื่องอุปกรณ์สำหรับรถ หรือ ดัดแปลงรถ หรือ การเพิ่มสิ่งหนึ่งสิ่งใดเข้าไป ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงปลอดภัยของรถในกรณีต่อไปนี้ “ให้เจ้าของรถยื่นขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมหรือดัดแปลงก่อนดำเนินการ”
1. โครงคัสซี
2. ตัวถัง
3. ระบบบังคับเลี้ยว
4. ระบบรองรับน้ำหนัก
5. ระบบขับเคลื่อนและช่วงล่าง
6. ช่วงล้อ
ฉะนั้นคำถามแรกของเรา คือ เมื่อรถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์ที่ออกให้บริการประชาชนคันใด มีการดัดแปลงเพื่อให้ใช้ก๊าซ NGV ผู้ประกอบการได้มีการดำเนินการตามระเบียบดังกล่าว ของกรมการขนส่งได้อย่าง “ถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่?”
คำถามที่ 2 : จำนวนการติดตั้งถังก๊าซ NGV ภายในรถเกิดเหตุมีกี่ถัง?
โดยมาตรฐานแล้ว รถบัสโดยสาร หรือ รถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป การติดตั้งถังก๊าซ NGV ที่ถูกต้องจะอยู่ที่ประมาณ 6-8 ถัง “เพื่อไม่ให้เกินน้ำหนักรวมสูงสุด” ตามระเบียบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด รวมถึง เพื่อให้แน่ใจได้ว่า “ถังก๊าซ NGV ที่ติดตั้งทั้งหมดต้องอยู่ในจุดติดตั้งที่ปลอดภัย”
เหตุใดจึงไม่ควรติดตั้ง ถังก๊าซ NGV มากเกินกว่าที่กำหนด?
คำตอบแบบให้ฟังเข้าใจง่ายๆ ก็คือ “เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร”
แล้วเพราะอะไร การติดตั้งถังก๊าซ NGV ในรถยนต์มากเกินไปจึงอาจนำไปสู่อันตราย?
สิ่งแรกที่ควรรู้สำหรับประเด็นนี้ คือ รู้หรือไม่ว่า... ถังก๊าซ NGV ขนาดมาตราฐานที่นำไปติดตั้งในรถบัสโดยสารนั้นมีน้ำหนักต่อถัง ก็มีน้ำหนักมากถึงประมาณ 200 กิโลกรัมเข้าไปแล้ว! ส่วนในกรณีที่รวม ก๊าซ NGV เต็มถัง น้ำหนักต่อถังจะอยู่ที่ประมาณ 250 กิโลกรัม
ฉะนั้น เมื่อรวมการติดตั้งถังก๊าซ NGV ในแบบมาตราฐานและถูกต้อง (6-8ถัง) เฉพาะน้ำหนักที่รถบัสโดยสาร หรือ รถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไปต้องแบกรับเพิ่มเติม ซึ่งยังไม่รวมน้ำหนักบรรทุกหรือผู้โดยสาร ก็คือ 1,500 - 2,000 กิโลกรัม หรือ 1.5 ตัน - 2 ตัน! เข้าไปแล้ว
น้ำหนักที่รถยนต์แบกรับเพิ่มเติมอันตรายอย่างไร?
คำตอบ คือ น้ำหนักที่ต้องแบกรับเพิ่มเติมย่อมต้องมีผลกระทบต่อ “คัสซีรถยนต์” ซึ่งถือเป็นโครงสร้างที่สำคัญไม่ต่างอะไรกับกระดูกสันหลังของรถยนต์แต่ละคัน “โดยเฉพาะหากน้ำหนักที่เพิ่มมานั้น มีน้ำหนักเกินกว่าที่คัสซีรถยนต์แต่ละคันถูกออกแบบมาให้รับน้ำหนักไหว”
ปัญหาที่มักพบกับบรรดารถบัสโดยสารที่มีการดัดแปลงมาใช้ ก๊าซ NGV?
เป็นที่ทราบกันดีว่า ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการรถบัสโดยสารส่วนหนึ่งตัดสินใจ นำรถไปดัดแปลงเพื่อใช้ ก๊าซ NGV ที่มีราคาถูกกว่าแทน
แต่แม้ว่า ก๊าซ NGV จะมีราคาถูกกว่า น้ำมัน แต่สิ่งที่รถดัดแปลงเหล่านี้ต้องประสบปัญหาในปัจจุบัน คือ ปั๊มที่ให้บริการเริ่มมีน้อยลงตามลำดับ จนเป็นผลให้การเติม ก๊าซ NGV ในแต่ละครั้งต้องใช้เวลานานพอสมควร จนส่งผลกระทบต่อระยะเวลาในการวิ่งรถเพื่อให้บริการ
จากปัญหานี้เอง ที่ทำให้ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งที่มักง่าย จึงใช้วิธีนำรถไปติดตั้งถังก๊าซ NGV เพิ่มอีกภายหลัง เพื่อให้รถสามารถวิ่งให้บริการได้ระยะทางยาวขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องหยุดพักเพื่อเติมก๊าซ
ด้วยเหตุนี้ จึงมีผู้ประกอบการส่วนหนึ่งแอบลักลอบนำรถไปติดตั้ง ถังก๊าซ NGV เพิ่มเติมแบบไร้มาตรฐาน โดยใช้บริการอู่เถื่อน และช่างที่เห็นแก่ได้ ไม่มีความรู้ในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยมากพอ จนกระทั่งนำไปสู่ความเสี่ยงในชีวิตของผู้โดยสารที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่
นั่นเป็นเพราะช่างและผู้ประกอบการที่ไร้จิตสำนึกเหล่านั้น มักจะเลือก ถังก๊าซ NGV ไปติดตั้งไว้ในช่องขนส่ง หรือ “โซนเก็บของ” โดยทึกทักเอาเองว่า ช่องว่างที่เหลือระหว่าง “คัสซี” (Chassis) รถยนต์เหล่านั้น สามารถนำไป ติดถังก๊าซ NGV เพิ่มเติมได้
ซึ่งจากข้อมูลที่ TRUST NEWS ได้รับมานั้น โดยส่วนใหญ่ผู้ประกอบการที่เห็นได้แก่ได้เหล่านั้น มักจะเพิ่มการติดตั้งถังก๊าซ NGV เข้าไปในรถบัสโดยสารเพิ่มจากเดิม อีกถึงอย่างน้อย 5 ถัง เพื่อให้สามารถวิ่งให้บริการได้ถึง 500 กิโลเมตรเป็นอย่างน้อยต่อการเติมหนึ่งครั้ง!
อ่านมาถึงบรรทัดนี้ “คุณ” ยังจำบรรทัดต้นๆก่อนหน้านี้กันได้ใช่ไหมว่า น้ำหนักถังก๊าซ NGV มีน้ำหนักเท่าไหร่?
เฉพาะน้ำหนักถังก๊าซ NGV แบบมาตรฐานมาตรฐานและถูกต้อง (6-8ถัง) ที่ติดตั้งในรถบัสโดยสาร หรือ รถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไปอยู่ที่ 1,500 - 2,000 กิโลกรัม หรือ 1.5 ตัน - 2 ตัน!
ฉะนั้น เมื่อบวกกับน้ำหนักที่เพิ่มจากการติดตั้งถังก๊าซ NGV อีกอย่างน้อย 5 ถัง จึงทำให้น้ำหนักที่รถบัสโดยสารบางคันต้องแบกรับเพิ่มเติมขึ้นมาจึงอยู่ที่ประมาณ 2,750 - 3,250 กิโลกรัม หรือ ประมาณ 2.75 - 3.25 ตัน! ไม่รวมน้ำหนักบรรทุกและผู้โดยสาร
น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นสุ่มเสี่ยงต่ออันตรายได้อย่างไร?
การเพิ่มน้ำหนักให้ “คัสซีรถ” ต้องแบกน้ำหนักเกินกว่าที่ถูกออกแบบมา ถือเป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้โดยสารเป็นอย่างยิ่ง
เพราะเมื่อใดก็ตามที่ คัสซีรถรับน้ำหนักไม่ไหว อาจทำให้คานกลางระหว่าง “คัสซีหัก” จนกระทั่งทำให้ “ถังก๊าซ NGV ทรุดตัวลง” เมื่อถังทรุดตัวลง แป๊ปท่อก๊าซที่ต่ออนุกรมไว้มันก็หักตามมา และเมื่อท่อก๊าซหัก ก๊าซในถังก็อาจจะหลุดรั่วออกมาจากหัวจ่าย และเมื่อใดก็ตามที่มันไปพบเจอกับประกายไฟ ก็จะทำให้เกิดการลุกไหม้รถยนต์ขึ้นได้นั่นเอง!
อู่มาตรฐาน VS อู่เถื่อน ?
ปัจจุบัน บริษัทรับดัดแปลงติดตั้งก๊าซ NGV ที่ได้มาตรฐานถูกต้อง ได้รับการรับรองจากภาครัฐ และมีใบรับประกันที่สามารถนำไปจดทะเบียนกับกรมขนส่งได้ทันที จะคิดราคาการติดตั้งสำหรับรถบัสขนส่ง และรถบรรทุก 10 ล้อ อยู่ที่ประมาณ 5-6 แสนบาทต่อคัน
แต่ในกรณีอู่เถื่อน จากข้อมูลที่ TRUST NEWS ได้รับมานั้น ราคาการติดตั้งจะถูกกว่าอู่มาตรฐานถึงเกือบ “ครึ่งต่อครึ่ง” โดยมีราคาเฉลี่ยประมาณเพียง 2 แสนบาทต่อคันเท่านั้น!
คำถามสุดท้าย :
อ่านมาถึงบรรทัดท้ายๆนี้ คำถามที่สำคัญที่สุด ที่เราในฐานะคนไทย ควรตั้งคำถามถึง “เจ้าหน้าที่รัฐทั้งหมดที่เกี่ยวข้องและอยู่ในฐานะผู้รักษากฎหมาย รวมถึงเป็นผู้ที่น่าจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดนี้ก็คือ
อะไรคือสิ่งที่ถูกละเลยมากไปกว่า “ความเห็นแก่ได้และโง่เขลา?”
และเหตุใดการกระทำที่เสี่ยงภัยต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์และคนไทยด้วยกันเอง จึงมักจะสามารถผ่านกระบวนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐทั้งหมดที่เกี่ยวข้องได้!”
You might be intertested in this news.
Mostview
ย้อนประวัติศาสตร์จากละคร "สอดสร้อยมาลา" ช่วงปี พ.ศ.2500 เกิดอะไรขึ้นบ้าง
ไม่มีปีไหนในประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ที่จะเต็มไปด้วยความย้อนแย้งเท่าปี พ.ศ. 2500 เมื่อมหาพิธีฉลอง 25 พุทธศตวรรษอันยิ่งใหญ่ ถูกจัดขึ้นท่ามกลางสมรภูมิการเมืองที่ดุเดือดที่สุด นี่เป็นเรื่องราวสำคัญ ที่ถูกสะท้อนภาพลงในละคร "สอดสร้อยมาลา" ทางช่อง One
รีวิวหนัง Hungry มันเด้งขึ้นมาแดก พล็อตเดิมๆ เพิ่มเติมมันคือ ฮิปโปฯ
ก่อนเดินเข้าสู่โรงหนัง เพื่อดู “Hungry” หรือในชื่อไทย “มันเด้งขึ้นมาแดก” นั้น ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพียงแต่ต้องการความตื่นเต้นและแปลกใหม่ ว่า “ฮิปโปฯ” จะกลายเป็นสัตว์นักล่า ได้อย่างไร ...
"ขอโทษ...ผมโดนรุม" สรุปคดี ตชด.ปืนดุยิงดับวิน 2 ศพ ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ?
ถือเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ สำหรับ คดี ยิงดับวิน จยย. 2 ศพ และบาดเจ็บ 1 ที่ตลาดห้วยขวาง ที่ตอนแรกนั้น เราอาจจะไม่ทราบว่าจุดเริ่มต้น มันอยู่ตรงไหน เห็นแต่เพียงภาพ ประชาชนแตกตื่น และวิ่งหลบกระสุนอย่างอลม่านแต่เมื่อ มีการเปิดเผยภาพ วงจรปิดในเวลาต่อมา ...
เจาะเล่ห์ ‘ทนายจิตตรี’ จากซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ วิถีเลือดเย็นที่กลั่นจากสังคมไทย
ถือเป็นซีรีส์น้ำดีอีกเรื่อง ที่สะท้อนสังคมไทยอย่างถึงแก่น สำหรับเรื่อง “ทนายปีศาจ” ซีรีส์ 10 ตอนของ Netflix ที่กล้า “หยิบจับ” ประเด็นที่สังคมไทยมานำเสนอ....
ทรู-ดีแทค จับมือร้านดัง เสิร์ฟเมนูพิเศษ จัดเต็มส่วนลดให้ลูกค้าเติมเงินเมียนมา
แค่กินอาหารถิ่นก็เหมือนกลับบ้าน ทรู-ดีแทค จับมือร้านดังที่การันตี อาหารเมียนมา 5 ดาว จัดเต็มส่วนลดและ เมนูพิเศษ ให้ลูกค้าเติมเงินชาวเมียนมา ได้อิ่มอร่อยกับอาหารบ้านเกิดทั่วไทยตลอดปี 2569 กับแคมเปญ “ร้านอาหารเมียนมาอร่อย 5 ดาว อร่อยและคุ้มค่าทรูดีแทคแนะนำ”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง