แถลงผลการจับกุม 2 แม่ลูก “นัทตี้ ไดอารี่”
by Trust News, 3 กุมภาพันธ์ 2568
สืบเนื่องจากเมื่อเดือนสิงหาคม 2565 มีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ณ ศูนย์แจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และสถานีตำรวจทั่วประเทศ เพื่อดำเนินคดีกับเน็ตไอดอลสาว นางสาว สุชาตาฯ หรือ นัทตี้ Nutty Diary ยูทูบเบอร์ชื่อดัง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท
และมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อกว่า 6,000 คน ซึ่งในเวลาต่อมาจำนวนผู้เสียหายได้เพิ่มขึ้น และมีการแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอีกหลายหน่วยงาน เช่น บช.สอท. และสถานีตำรวจในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
สำหรับ นางสาว สุชาตาฯ หรือ นัทตี้ Nutty Diary เป็นเน็ตไอดอลที่มีชื่อเสียงมาจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เคยเป็นอดีตศิลปินจนเคยมีผลงานเพลงในประเทศเกาหลีใต้ ก่อนผันตัวเป็น "Youtuber" เจ้าของช่อง “Nutty’s Diary” มีผู้ติดตามกว่า 8 แสนคน
ต่อมาเริ่มมีการลงโฆษณาและชักชวนประชาชนลงทุนผ่านทางแอปพลิเคชัน Instragram และแพลตฟอร์มอื่น ๆ เพื่อรับฝากเทรดหุ้น และอนุพันธ์ของหุ้น มีการลงโพสต์โชว์ผลกำไร และอ้างตัวเป็นโค้ชเทรดหุ้นว่ามีใบอนุญาตรับรองจาก ก.ล.ต. สามารถสอนนักเรียนเทรดหุ้นได้ และยังมีการกล่าวอ้างว่า ได้มีการจัดตั้งบริษัท สุชาดา จำกัด ทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท และได้รับใบอนุญาตการลงทุนจาก ก.ล.ต. ด้วย
หลังจากนั้น กลุ่มผู้ต้องหา ได้ให้ผู้หลงเชื่อเข้าพูดคุยผ่านกลุ่ม Line ที่มีสมาชิกจำนวนกว่า 3,000 คน มีการอัปเดต และลงข้อมูลชวนเชื่ออย่างต่อเนื่อง ทำให้เหยื่อที่เข้าร่วมกลุ่มเชื่อว่าผู้ประกอบธุรกิจนี้มีการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด เช่น มีการซื้อคอนโดที่พัทยาจำนวนหลายห้อง ซื้อโรงงาน คลินิก ที่ดิน รถยนต์หรู และใช้ชีวิตอย่างหรูหรา
โดยวิธีที่ใช้ในการลวงเหยื่อนั้น กลุ่มผู้ต้องหา จะเปิดให้ลงทุนขั้นต่ำเป็นจำนวน 5,000 บาท สูงสุดไม่เกินจำนวน 5,000,000 บาท ต่อ 1 บิล โดยแต่ละคนจะมี่กี่บิลหรือกี่แนบท้ายสัญญาก็ได้ โดยระยะเวลาในการได้รับกำไรจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน นับจากวันที่ระบุในสลิปโอนเงิน
ในส่วนกำไรจากการเทรดจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาการทำสัญญา เช่น สัญญา 3 เดือน มีอัตรากำไร 25% ของเงินทุน สัญญา 6 เดือน มีอัตรากำไร 30% ของเงินทุน สัญญา 12 เดือน มีอัตรากำไร 35% ของเงินทุน โดยสามารถรับเงินจากกำไรที่ได้จากการเทรดได้ทุกเดือนตามข้อตกลงในการทำสัญญา โดยจะให้ผู้เสียหายโอนเงินพร้อมส่งข้อมูลและสลิปโอนเงินผ่านทางแอปพลิเคชัน Line
อย่างไรก็ดี กลุ่มผู้ต้องหาไม่ได้ระบุว่า จะนำเงินที่ได้รับฝากนั้นไปลงทุนในหุ้นบริษัทใด สุดท้ายเมื่อถึงเวลารับเงินปันผล ผู้ที่หลงเชื่อลงทุนกลับไม่ได้รับเงินปันผลและไม่สามารถขอรับเงินลงทุนคืนได้แต่อย่างใด คาดว่ามีผู้เสียหายทั่วประเทศรวมกันกว่า 6,000 ราย สร้างความเสียหายกว่า 2 พันล้านบาท โดยมีผู้เข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้วจำนวน 475 ราย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถขออำนาจศาลทั่วประเทศออกหมายจับ นางสาวสุชาตาฯ อายุ 31 ปี ได้ทั้งสิ้น จำนวน 13 หมายจับ และหมายจับ นางธานิยาฯ อายุ 66 ปี (\มารดาของนัทตี้ ได้ทั้งสิ้นจำนวน 2 หมายจับ และอยู่ระหว่างดำเนินการออกหมายจับเพิ่มเติมอีกหลายคดี ซึ่งต่อมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้มีมติรับคดี นางสาวสุชาดาฯ หรือ นัทตี้ เป็นคดีพิเศษ
โดยจากการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้หลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติไปก่อนหน้านี้แล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้แจ้งไปยัง INTERPOL และตำรวจในประเทศต่าง ๆ เพื่อสืบสวนหาข่าวนำผู้ต้องหาทั้ง 2 มาดำเนินคดีในประเทศไทยเนื่องจากเป็นคดีที่สำคัญ สร้างความเสียหายให้กับประชาชนในวงกว้าง และจากการสืบสวนทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในประเทศต่าง ๆ
จนท้ายที่สุดพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้หลบหนีไปยังประเทศอินโดนีเซีย เจ้าหน้าที่ตำรวจอินโดนีเซีย จึงสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้ที่เมืองดูไม จังหวัดรีเยา บนเกาะสุมาตราของประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2567
สำหรับเส้นทางในการหลบหนีนั้น จากการสืบสวนทราบว่า ทั้ง 2 ราย ได้หลบหนีไปพำนักอยู่ในประเทศมาเลเซียเป็นเวลานาน โดยไม่มีทั้งหนังสือเดินทา งและบัตรประจำตัวประชาชนของประเทศไทย ต่อมาได้ลักลอบเข้าประเทศอินโดนีเซียผ่านเกาะบาตัม ซึ่งเป็นเกาะและเมืองแห่งหนึ่งในจังหวัดเกอปูเลาวันรีเยา ก่อนเดินทางต่อไปยังเมืองดูไม จึงถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว และนำไปสู่การขยายผลจับกุม นางธานิยาฯ ผู้เป็นมารดาได้ในที่สุด
จากนั้นได้เพิกถอนวีซ่าของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ประสานสถานทูตไทยในอินโดนีเซีย และตำรวจชุดจับกุมเพื่อยืนยันตัวบุคคลและผลักดันผู้ต้องหากลับประเทศไทย โดยได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , บช.สอท. และ DSI เพื่อรอรับตัว ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง ในที่สุด
You might be intertested in this news.
Mostview
รีวิวหนัง "บอ ยู นา" พล็อตเดิม แต่สนุก ระทึก และสยดสยอง 18+
ตอนแรกเตรียมใจไว้ว่า หนัง “Beware Boiúna” หรือ เลื้อยเขมือบแอมะซอน นั้น อาจมีพล็อตเดิม ๆ คือการเข้าไปในป่า
หนีหนี่ หญิงสาวผู้เลือกความสุข เพื่อหลุดพ้นความสมบูรณ์แบบ (ชมคลิป)
หนีหนี่ หญิงสาวผู้เลือกความสุข เพื่อหลุดพ้นความสมบูรณ์แบบ (ชมคลิป)
เว่ยต้าซวิน เสน่ห์บอสสายซีน ที่มาจากเด็กอ้วน113 กิโลกรัม (ชมคลิป)
เว่ยต้าซวิน เสน่ห์บอสสายซีน ที่มาจากเด็กอ้วน113 กิโลกรัม (ชมคลิป)
ไบโอเทค สวทช. ชวนประกวด “Hackathon Hub of Shrimp” เฟ้นไอเดียฟื้นกุ้งไทย
ไบโอเทค สวทช. ชวนประกวด “Hackathon Hub of Shrimp” เฟ้นไอเดียนวัตกรรมพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งไทย ชิงรางวัลกว่า 1 แสนบาท ใน 5 หมวดสำคัญ หวังพลังนวัตกรจากคนรุ่นใหม่ แก้โจทย์จริงของอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในเวทีโลก
รำลึก 69 ปี ดาวเทียม สปุตนิก 1 ก้าวแรกของอรุณรุ่งการแข่งขันทางอวกาศ
4 ตุลาคม 1957 วันที่เสียงปั๊ปๆ ปี๊ปๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอจากวัตถุทรงกลมในอวกาศ เป็นแรงเหวี่ยงให้เทคโนโลยีของมนุษย์ก้าวกระโดดไปไกลเกินจินตนาการ ร่วมสำรวจชัยชนะของดาวเทียมโซเวียด สปุตนิก 1 ความเรียบง่ายที่เปลี่ยน ‘ความฝัน’ ให้กลายเป็น ‘อรุณรุ่งแห่งยุคอวกาศ’
ข่าวที่เกี่ยวข้อง