สาธารณสุขไทยเผชิญวิกฤติ "ซูเปอร์บัก" เชื้อดื้อยาพุ่งเกิน 70% เสี่ยงไร้ยารักษา
by Trust News, 9 พฤษภาคม 2569
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กางข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี พบแบคทีเรียตัวร้ายในโรงพยาบาลอัปเกรดตัวเองจนดื้อยา "คาร์บาพีเนม" ที่เป็นยาไม้ตายสูงถึงร้อยละ 70 ขณะที่เชื้อก่อโรคทั่วไปเริ่มลามสู่ชุมชน ย้ำหากไม่หยุดพฤติกรรมซื้อยากินเอง แม้แต่โรคพื้นถิ่นก็เอาชีวิตคนไทยได้
เจาะลึกวิกฤต "เชื้อดื้อยา" ความจริงที่น่ากลัวกว่าที่คุณคิด
ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า มีข้อมูลที่น่าตกใจจากระบบเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ (NARST) ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากเครือข่ายโรงพยาบาล 141 แห่งทั่วประเทศตลอด 10 ปี (พ.ศ. 2558 – 2568) พบว่าสถานการณ์ในขณะนี้เข้าขั้นวิกฤต โดยมีประเด็นที่สังคมต้องตระหนักดังนี้
1. ป้อมปราการด่านสุดท้ายกำลังจะแตก (The Last Resort is Failing)
เชื้อแบคทีเรีย Acinetobacter baumannii complex ซึ่งเป็นตัวการหลักของการติดเชื้อรุนแรงในโรงพยาบาล มีอัตราการดื้อยากลุ่ม Carbapenem (คาร์บาพีเนม) สูงกว่า ร้อยละ 70 และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทำไมถึงน่ากังวล? เพราะยาคาร์บาพีเนมคือ "ยาต้านจุลชีพทางเลือกสุดท้าย" ที่แพทย์จะใช้เมื่อยาตัวอื่นเอาไม่อยู่แล้ว หากเชื้อดื้อยาตัวนี้ นั่นหมายความว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงมากที่จะ "ไม่มียาใดในโลก" ใช้รักษาได้อีกต่อไป
2. เชื้อดื้อยาไม่ได้จำกัดแค่ในโรงพยาบาล แต่ลามสู่ "ชุมชน"
ข้อมูลพบว่าเชื้อแบคทีเรียที่ใกล้ตัวเรามากขึ้นอย่าง E.coli (อีโคไลน์) แม้อัตราการดื้อยากลุ่ม carbapenem จะยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับเชื้อชนิดอื่น แต่พบว่า อัตราการดื้อยากลุ่ม third generation cephalosporin โดยเฉพาะยากลุ่ม Ceftriaxone ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยจุดที่ต้องระวัง สิ่งนี้สะท้อนว่าปัญหาไม่ได้อยู่แค่ในห้อง ICU อีกต่อไป แต่เชื้อดื้อยาเริ่มแพร่กระจายเข้าสู่คนทั่วไปในชุมชนแล้ว ซึ่งอาจทำให้การติดเชื้อธรรมดาในชีวิตประจำวันกลายเป็นเรื่องที่รักษาได้ยากขึ้น
3. สัญญาณเตือนจากแบคทีเรียก่อโรคปอดและทางเดินปัสสาวะ
เชื้อ Klebsiella pneumoniae ซึ่งก่อโรคได้หลายชนิด พบว่าดื้อยาปฏิชีวนะพื้นฐานที่ใช้กันบ่อย (กลุ่มเซฟาโลสปอรินรุ่นที่สาม) สูงถึงร้อยละ 35–45 และเริ่มมีแนวโน้มดื้อยาคาร์บาพีเนมเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อทางเลือกในการรักษาโรคติดเชื้อรุนแรงในอนาคต
ยุทธศาสตร์ "One Health" และความรับผิดชอบในมือคุณ
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวด้วยว่า ขอเน้นย้ำว่าปัญหานี้เป็นวิกฤติสาธารณสุขระดับชาติ ที่ต้องแก้ด้วยแนวคิด "สุขภาพหนึ่งเดียว" (One Health) คือการเฝ้าระวังทั้งในคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกัน เพื่อสื่อสารต่อประชาชนในสังคม เพิ่มความตระหนักรู้ ให้เกิดการชะลอการเพิ่มขึ้นของเชื้อดื้อยาในอนาคต
ข้อปฏิบัติ "3 ห้าม 1 ต้อง" สำหรับประชาชนเพื่อชะลอวิกฤตไร้ยารักษา
ต้อง กินยาให้ครบตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด "แม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม"
ห้าม ซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) กินเองโดยเด็ดขาด
ห้าม หยุดยาเองก่อนกำหนด
ห้าม แบ่งยาให้ผู้อื่นกิน หรือกินยาที่คนอื่นแบ่งมาให้
นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องของการรักษาอาการป่วยในวันนี้ แต่คือการรักษา "ประสิทธิภาพของยา" ไว้ให้ลูกหลานของเราในวันข้างหน้า ก่อนที่การติดเชื้อเพียงเล็กน้อยจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่รักษาไม่ได้อีกต่อไป.
You might be intertested in this news.
Mostview
โพสต์เอง ภาพคู่ ‘นาย-แวน’ หลังร่วมยินดีในงานแต่งเพื่อน
หลังจากประกาศว่าตัวเอง ไม่โสด "Sold out" เรียบร้อยแล้ว โดยกำลังซุ่มคบหากับสาวนอกวงการ แต่ก็ขอใช้ชีวิตเรียบง่าย และขอพื้นที่ส่วนตัวให้กับฝ่ายหญิง ล่าสุด นาย ณภัทร เสียงสมบูรณ์ ได้โพสต์ภาพ IG หลังควงกับอินฟลูฯ สาวชื่อดัง “แวน มาลินี”
หลิวเต๋อหัว ชีวิตจริงยิ่งกว่าหนัง! กับความรัก ผู้หญิงข้า...ใครอย่าแตะ (คลิป)
หลานเจ้าสัว กลายเป็นเด็กสลัม ชีวิตยิ่งกว่าหนังของ “หลิวเต๋อหัว” กับผู้หญิงคนสำคัญในชีวิต รักแท้ที่ถูกเก็บซ่อนกว่า 24 ปี
รีวิวหนัง LEVITICUS หนังสัตว์ประหลาด LGBTQ+ ที่มีแรงรัก ตัณหา อิจฉา เสียดสีสังคม
หลังจากปิดต้นฉบับเสร็จ ก็ตั้งใจและอยากดูเรื่อง “รักร้ายกลายร่าง LEVITICUS” เพราะอยากรู้ว่าผู้กำกับที่เขียนบทด้วย จะทำหนัง LGBTQ+ แหวกแนวขนาดไหน...
‘ธัญญ่า’ ผู้จัดซีรีส์แนวตั้ง ร่วมทุนบริษัทจีน ‘เอสเธอร์’ ประกบ 'หวงจี้หยวน'
ธัญญ่า ธัญญาเรศ ร่วมเปิดตัวซีรีส์แนวตั้ง ร่วมทุนบริษัทจีน ดัน “เอสเธอร์” ประกบพระเอกจีน “หวงจี้หยวน” กับเรื่องราว “ล่ามสาวไทยกับหนุ่มจอมบงการ” ….
รีวิวหนัง The Death of Robin Hood หนังดิบ ดาร์ก ที่เดาทางไม่ถูก
The Death of Robin Hood หลังจากดูโรบินฮู้ด ที่นำแสดงโดย พี่ฮิวจ์ แจ็คแมนจบแล้ว เอาเป็นว่าลบภาพจำของหนังโรบินฮู้ดทั้งหมดที่เคยดูเลย เขาก็เกริ่นแล้วว่าตีความใหม่ ....
ข่าวที่เกี่ยวข้อง