กรมประมง เพิ่มการผลิตลูกพันธุ์ "ปลาช่อนทะเล" ของดีอันดามัน หนุนเลี้ยงแบบยั่งยืน
by Trust News, 10 พฤษภาคม 2569
กรมประมง ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ทะเลเศรษฐกิจ "ปลาช่อนทะเล" โดยเร่งผลิตลูกพันธุ์ ส่งให้ชาวประมงที่ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสุราษฎร์ธานี เลี้ยงต่อในกระชัง ตามแนว BCG โมเดล พร้อมถ่ายทอดความรู้ตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ฯ พัฒนาสู่การต่อยอดท่องเที่ยวเชิงประมง
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ปลาช่อนทะเล (Cobia) เป็นอีกหนึ่งสัตว์น้ำ
ที่กรมประมง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งภูเก็ต กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ดำเนินการวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยง ซึ่งปัจจุบันสามารถผลิตลูกพันธุ์เพื่อส่งต่อให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยปลาช่อนทะเลมีคุณลักษณะที่ดีเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค อาทิ เป็นปลาเนื้อขาว มีเนื้อแน่น รสชาติอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และมีกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัว (DHA) จึงได้รับฉายาว่า "Black Salmon" สามารถนำไปรังสรรค์เมนูอาหารได้หลากหลาย
สำหรับปลาช่อนทะเลยังนำไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าได้ เช่น ปลาช่อนทะเลแดดเดียว สเต็กปลาช่อนทะเล หรือซาชิมิ ที่เป็นเมนูยอดฮิต ผ่านกรรมวิธีการแปรรูปด้วยวิธี “รีดเลือด” (Ikejime) ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อคงความสดใหม่ ลดกลิ่นคาว และรักษาคุณภาพปลา ช่วยยกระดับให้เป็นปลาช่อนทะเลเกรดพรีเมียม จึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภคและเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ
โดยราคาตลาดในขณะนี้ หากเป็นปลาช่อนทะเลทั้งตัวมีราคาการจำหน่าย อยู่ที่ 180 บาท/กิโลกรัม แต่เมื่อนำมาแปรรูปโดยวิธีดังกล่าวสามารถเพิ่มมูลค่าการจำหน่ายได้ถึง 250 บาท/กิโลกรัม หรือจำหน่ายในรูปแบบซาชิมิพร้อมรับประทาน ราคาเนื้อปลาช่อนทะเลจะพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 1,000 บาท นับเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรชุมชนประมงพื้นบ้านเป็นอย่างดี
ด้วยเหตุนี้ กรมประมงจึงมีแผนตั้งเป้าในการเพิ่มกำลังการผลิตลูกพันธุ์ปลาช่อนทะเล ขนาด 5 นิ้ว
ให้ได้ จำนวน 50,000 ตัว/ปี (จากเดิมเพียง 25,000 – 30,000 ตัว/ปี) เพื่อให้ได้ผลผลิตตามความต้องการของตลาด พร้อมขยายพื้นที่เลี้ยงไปยังเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสุราษฎร์ธานี ผ่านการเลี้ยงในกระชัง โดยบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างกรมประมง เกษตรกร และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ในการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนประมงท้องถิ่นภายในพื้นที่บ้านแหลมทราย จังหวัดภูเก็ต และสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ สร้างกระชังเลี้ยงปลา จำนวน 40 กระชัง พร้อมพันธุ์ปลา 3 รุ่น รุ่นละ 1,000 ตัว ลดใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำจากธรรมชาติ
ภายใต้แนวทาง BCG Model ที่ให้ความสำคัญกับการทำประมงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงถ่ายทอดความรู้ เพื่อนำไปต่อยอดการทำประมงในอนาคตได้ ตามแนวทาง “Fisheries Connect For Sustainability” ของกรมประมง ที่มุ่งเน้นความร่วมมือและเชื่อมโยงเครือข่ายประมงในทุกภาคส่วน พร้อมส่งเสริมการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นให้เกิดมูลค่าสูงสุดเพื่อความยั่งยืนของภาคการประมงไทย ประกอบกับที่ผ่านมา
กรมประมงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน จึงได้สนับสนุนเงินทุน จำนวน 100,000 บาท ภายใต้โครงการสร้างความเข้มแข็ง กลุ่มการผลิตด้านประมง เมื่อปี พ.ศ. 2567 เพื่อนำไปใช้ในการจัดหาอุปกรณ์การทำประมง การแปรรูปสินค้า การซ่อมแซมเรือเพื่อรองรับภาคการท่องเที่ยว และจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ กิจกรรมในแหล่งวิสาหกิจชุมชน ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมวิถีการเลี้ยง การให้อาหารปลาช่อนทะเลในกระชังอย่างใกล้ชิด รวมถึงการมีส่วนร่วมในการทำซาชิมิจากปลาช่อนทะเล และลิ้มรสเมนูอาหารที่รังสรรค์จากปลาช่อนทะเล ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนภายในกลุ่ม ชาวประมงสามารถ พึ่งพาตนเองได้โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี สอดคล้องกับนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ คือ การพัฒนาศักยภาพและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร
จากที่กล่าวมานี้ เห็นได้ชัดว่าปลาช่อนทะเลมีแนวโน้มการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามความต้องการของตลาด กรมประมงจึงได้วางแผนการผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด โดยจะบูรณาการร่วมกันระหว่างศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งภูเก็ต ตรัง พังงา และกระบี่ นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่จะขยายพื้นที่เลี้ยงของชาวประมง รวมถึงติดตามการเพาะเลี้ยง สนับสนุนทางวิชาการ การตรวจสุขภาพปลา การตรวจคุณภาพน้ำควบคู่ไปกับการให้คำปรึกษา และเป็นศูนย์กลางในการเพาะเลี้ยงปลาช่อนทะเลในกระชังให้แก่เกษตรกรเพื่อให้การเพาะเลี้ยงเป็นไปตามมาตรฐานและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป
อธิบดีกรมประมง กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันเกษตรกรในพื้นที่ฝั่งอันดามันหันมาสนใจเพาะเลี้ยงปลาช่อนทะเลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปี 2568 มีเกษตรเลี้ยงจำนวน 30 ราย เพิ่มเป็นจำนวน 50 ราย ในปี 2569 และคาดว่าภายในปี 2570 จะมีผลผลิตเพิ่มสูงขึ้นรวมกว่า 90,000-100,000 กิโลกรัม ซึ่งจะสามารถรองรับความต้องการของเกษตรกรในการเลี้ยงเพื่อการแปรรูป และจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้สู่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยง ส่งผลให้ปลาช่อนทะเลกลายเป็นสัตว์น้ำที่มีศักยภาพ และมีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเกษตรกรที่สนใจเลี้ยงเพื่อเพิ่มรายได้
สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อซื้อลูกพันธุ์ปลาช่อนทะเล หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งภูเก็ต โทรศัพท์ 0 7651 0053 หรือ 08 1797 8922 และ 08 6041 8612 หรือช่องทางออนไลน์ Facebook : ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งภูเก็ต.
You might be intertested in this news.
Mostview
โพสต์เอง ภาพคู่ ‘นาย-แวน’ หลังร่วมยินดีในงานแต่งเพื่อน
หลังจากประกาศว่าตัวเอง ไม่โสด "Sold out" เรียบร้อยแล้ว โดยกำลังซุ่มคบหากับสาวนอกวงการ แต่ก็ขอใช้ชีวิตเรียบง่าย และขอพื้นที่ส่วนตัวให้กับฝ่ายหญิง ล่าสุด นาย ณภัทร เสียงสมบูรณ์ ได้โพสต์ภาพ IG หลังควงกับอินฟลูฯ สาวชื่อดัง “แวน มาลินี”
หลิวเต๋อหัว ชีวิตจริงยิ่งกว่าหนัง! กับความรัก ผู้หญิงข้า...ใครอย่าแตะ (คลิป)
หลานเจ้าสัว กลายเป็นเด็กสลัม ชีวิตยิ่งกว่าหนังของ “หลิวเต๋อหัว” กับผู้หญิงคนสำคัญในชีวิต รักแท้ที่ถูกเก็บซ่อนกว่า 24 ปี
รีวิวหนัง LEVITICUS หนังสัตว์ประหลาด LGBTQ+ ที่มีแรงรัก ตัณหา อิจฉา เสียดสีสังคม
หลังจากปิดต้นฉบับเสร็จ ก็ตั้งใจและอยากดูเรื่อง “รักร้ายกลายร่าง LEVITICUS” เพราะอยากรู้ว่าผู้กำกับที่เขียนบทด้วย จะทำหนัง LGBTQ+ แหวกแนวขนาดไหน...
‘ธัญญ่า’ ผู้จัดซีรีส์แนวตั้ง ร่วมทุนบริษัทจีน ‘เอสเธอร์’ ประกบ 'หวงจี้หยวน'
ธัญญ่า ธัญญาเรศ ร่วมเปิดตัวซีรีส์แนวตั้ง ร่วมทุนบริษัทจีน ดัน “เอสเธอร์” ประกบพระเอกจีน “หวงจี้หยวน” กับเรื่องราว “ล่ามสาวไทยกับหนุ่มจอมบงการ” ….
รีวิวหนัง The Death of Robin Hood หนังดิบ ดาร์ก ที่เดาทางไม่ถูก
The Death of Robin Hood หลังจากดูโรบินฮู้ด ที่นำแสดงโดย พี่ฮิวจ์ แจ็คแมนจบแล้ว เอาเป็นว่าลบภาพจำของหนังโรบินฮู้ดทั้งหมดที่เคยดูเลย เขาก็เกริ่นแล้วว่าตีความใหม่ ....
ข่าวที่เกี่ยวข้อง