สวทช. ดันชูระเบียบวิธี T-VER เปลี่ยน ‘อาหารส่วนเกิน’ เป็นคาร์บอนเครดิต
by Trust News, 14 สิงหาคม 2569
สวทช. ร่วมกับ อบก. ขับเคลื่อนนวัตกรรมความยั่งยืนผ่านโครงการ Thailand's Food Bank นำระเบียบวิธี T-VER มาใช้เปลี่ยนบริจาคอาหารส่วนเกินที่ปลอดภัยให้เป็น ‘คาร์บอนเครดิต’ ที่ตรวจสอบได้ตามมาตรฐานสากล ช่วยภาคธุรกิจรายงานด้าน ESG อย่างโปร่งใส
เมื่อวันที่ 14 ส.ค.2569 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ผ่านแนวคิด The Food Surplus Credit โดยชูระเบียบวิธีลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ (T-VER-S-METH-09-09) ซึ่งประกาศใช้โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนอาหารส่วนเกินที่ปลอดภัยให้กลายเป็น “คาร์บอนเครดิต”
จากข้อมูลล่าสุด ขยะอาหารสร้างก๊าซเรือนกระจกคิดเป็นสัดส่วน 8% ของโลก ขณะที่ประชากร 825 ล้านคนบนโลกเผชิญความหิว แต่เรามีขยะอาหารสูงถึง 120 กก./คน/ปี ประเทศไทยมีอาหารส่วนเกินถึง 4 ล้านตันต่อปี แต่สามารถกู้คืนอาหารส่วนเกินให้กับผู้ที่ขาดแคลน ยากไร้ไปได้เพียง 2,000 ตันต่อปีเท่านั้น
ยกระดับงานวิจัย สู่ทางออกของภาคเกษตรและอุตสาหกรรม
ดร.ปัทมาพร ประชุมรัตน์ หัวหน้าโครงการ Thailand's Food Bank และนักวิจัยนโยบายอาวุโส สวทช. กล่าวว่า ปัญหาอาหารส่วนเกิน (Food Surplus) ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงกับความมั่นคงทางอาหารเท่านั้น หากอาหารส่วนเกินที่ยังบริโภคได้ไม่ได้รับการกอบกู้หรือนำไปใช้ประโยชน์ อาจกลายเป็นขยะอาหารและถูกนำไปกำจัด ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โครงการ Thailand's Food Bank มุ่งสร้างกลไกการจัดการอาหารส่วนเกินที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยนำแนวคิด Food Surplus Credit หรือการประเมินคาร์บอนเครดิตเข้ามาเป็นตัวเร่ง ให้ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารเห็นประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญที่ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียต้องร่วมกันขับเคลื่อนอย่างจริงจัง
หัวหน้าโครงการ Thailand's Food Bank และนักวิจัยนโยบายอาวุโส สวทช. กล่าวต่อว่า การสร้างธนาคารอาหารขึ้นมา เพื่อรองรับอาหารส่วนเกินจากห้างร้าน ที่เป็นผู้บริจาคอาหารไปส่งต่อ ไปยังผู้รับอาหารที่เป็นชาวบ้านตามชุมชน ยกตัวอย่าง เช่น ไก่ทอดจากร้านดัง ตามนโยบายของร้าน ไก่ทอดมีอายุประมาณ 4 ชั่วโมหลังทอด เมื่อเลยกำหนดต้องนำลงจากเชลฟ์ ในอดีตต้องนำไก่ทอดเก่าลงถังขยะ
ดร.ปัทมาพร กล่าวอีกว่า แต่เมื่อมีการจัดการอาหารขยะตามมาตรฐานที่ทั่วโลกทำกัน คือ เอาไก่ทอดเก่าไปแช่แข็งไว้ก่อน เพื่อส่งต่อผู้ยากไร้ผ่านผู้รวบรวมอาหารที่เป็นองค์กรเอกชนอิสระ เพื่อนำไปปรุงเป็นเมนูใหม่อาทิ ข้าวยำไก่แซ่บ หรือ ข้าวราดไก่ทอดซอสมะขาม แต่ละครั้งไก่ทอดได้มา 40-50 กก. นอกจากนี้ยังมีตามโรงแรม อาหารเหลือจากไลน์บุฟเฟต์ ที่เตรียมเสิร์ฟลูกค้า ชุมชนผู้รับกว่า 6000 ชุมชนทีั้งโรงเรียน ศาสนสถาน โบสถ์คริสต์ และมัสยิด โดยมีการแยกอาหารตามความเชื่อ หลักศาสนา และ ส่งมอบให้สถานสงเคราะห์ โดยเริ่มจากการทำกับอาสาสมัคร SOS ที่มีพื้นที่ทำงานอยู่จำกัด แต่ปัญหาอาหารส่วนเกินมีทั่วประเทศ
หัวหน้าโครงการ Thailand's Food Bank กล่าวเสริมว่า สวทช.จึงเอาเทคโนโลยีดิจิทัล และเอไอมาช่วยจัดการ ประกอบด้วย 1.Food Safety ที่พัฒนาโดยไบโอเทค และสวทช. ดำเนินการออกข้อกำหนดอาหารปลอดภัย ภายใต้ คกก.อาหารปลอดภัยแห่งชาติ สำหรับรับรอง Food bank 2.แพลตฟอร์มสำหรับจับคู่อาหารบริจาค และผู้รับอาหาร เพื่อกำหนดเส้นทางที่ประหยัดการขนส่ง ดำเนินการโดยเทคเทค 3.ฐานข้อมูลอาหารปล่อยคาร์บอน โดยไบโอเทค เอ็มเทค TIIS อบก. กรมควบคุมมลพิษ เพื่อสร้างฐานข้อมูลการปล่อยคาร์บอนของอาหารแต่ละชนิด เพื่อนำไปอ้างอิงในการลดคาร์บอนเครดิต สำหรับองค์กร หรือ หน่วยงานที่ต้องการผ่าน T-VER ซึ่งทีมงานทำออกมาได้รวดเนร็วมาก ตั้งเป้าขยายการกอบกู้อาหารจาก 2,000 ตันต่อปี เป็น 20,000 ตันต่อปี ที่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี
ด้าน คุณจันทิมา สำเนียงงาม หัวหน้าโครงการการพัฒนาแนวทางและประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของอาหารส่วนเกิน และผู้ช่วยวิจัยอาวุโส TIIS เอ็มเทค สวทช. กล่าวว่า การขับเคลื่อนการบริจาคอาหารส่วนเกินให้เชื่อมโยงกับกลไกคาร์บอนเครดิตจำเป็นต้องอาศัยฐานข้อมูลที่มีคุณภาพและองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ TIIS เอ็มเทค สวทช. ในฐานะหน่วยงานที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและระเบียบวิธีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ ได้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาเครื่องมือและวิธีการประเมินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการกอบกู้และบริจาคอาหารส่วนเกินอย่างเป็นระบบ ข้อมูลมีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตรวจสอบได้ รองรับทั้งการพัฒนาคาร์บอนเครดิตและการรายงานด้านความยั่งยืน (ESG) ของภาคธุรกิจทั้งในประเทศและระดับสากลได้อย่างแท้จริง
เปิดสูตรคำนวณ 'คาร์บอนเครดิต' จากอาหารส่วนเกิน
ขณะนี้ สวทช. ได้นำเสนอระเบียบวิธี T-VER (T-VER-S-METH-09-09) หรือระเบียบวิธีลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจสำหรับการจัดการอาหารส่วนเกินและนำไปบริจาคเพื่อบริโภค ที่ประกาศใช้โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ภาคเอกชนและมูลนิธินำการกอบกู้อาหารส่วนเกินมาคิดเป็น “คาร์บอนเครดิต” ได้อย่างเป็นระบบและตรวจสอบได้
การประเมินคาร์บอนเครดิตจากอาหารส่วนเกิน ใช้หลักการคำนวณที่เข้าใจง่ายและเป็นระบบ โดยคิดจากปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้จากการไม่นำขยะอาหารไปฝังกลบ หักลบด้วย คาร์บอนระหว่างทาง ได้แก่ พลังงานไฟฟ้าที่ใช้แช่เย็น/แช่แข็งเพื่อรักษาคุณภาพ, น้ำมันจากการขนส่ง, พลังงานในการปรุงประกอบอาหารใหม่ และบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการส่งต่อ
ทั้งนี้ อาหารส่วนเกินที่จะนำมาคิดคำนวณจะต้องเป็นอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และบริจาคให้ฟรีตามแนวปฏิบัติมาตรฐาน (ปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมประเภทเครื่องดื่ม) ช่วยให้ภาคเอกชนและมูลนิธิสามารถนำตัวเลขไปรายงานด้านความยั่งยืน (ESG) ได้อย่างโปร่งใสและน่าเชื่อถือ ซึ่งได้ทั้งช่วยเหลือสังคม ลดโลกร้อน และช่วยผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ไปพร้อมกัน
“ตัวเลขคาร์บอนที่ซ่อนอยู่ในอาหารส่วนเกินคือโอกาสใหม่ของประเทศ เพราะจากการศึกษาและทำงานวิจัยร่วมกับเครือข่าย พบว่า เอเชียเป็นภูมิภาคที่มีปริมาณอาหารส่วนเกินสูงมาก หากเราสามารถเปลี่ยนการบริจาคอาหารส่วนเกินนี้ให้เป็นคาร์บอนเครดิตได้ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและแรงจูงใจใหม่ให้กับภาคธุรกิจ เข้ามามีส่วนร่วมในการลดขยะอาหาร”
พร้อมดันไทยเป็น "ต้นแบบระดับเอเชีย"
หัวหน้าโครงการฯ กล่าวอีกว่า ล่าสุด คณะทีมวิจัยจาก TIIS เอ็มเทค สวทช.ได้เข้าร่วมประชุมกับ Asia Carbon Institute (ACI) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และหารือแนวทางการยกระดับระเบียบวิธีของประเทศไทยให้สอดคล้องกับกรอบการพัฒนาของ ACI และรองรับการประยุกต์ใช้ในระดับภูมิภาคเอเชียการหารือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ระเบียบวิธีที่พัฒนาขึ้นจากบริบทของประเทศไทยไม่ได้จำกัดเพียงการใช้งานในประเทศ แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นองค์ความรู้ที่ประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อร่วมกันลดขยะอาหารและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับภูมิภาค
สวทช. พร้อมผลักดันโมเดล Thailand's Food Bank และระเบียบวิธี T-VER ที่พัฒนาขึ้นในประเทศไทย ให้เป็นต้นแบบการจัดการอาหารส่วนเกินที่เชื่อมโยงกับกลไกคาร์บอนเครดิตในระดับภูมิภาค ทั้งนี้ อาหารส่วนเกินไม่ใช่เพียงขยะที่ต้องกำจัด แต่คือ ‘มูลค่าคาร์บอนใหม่’ ที่สามารถสร้างคุณค่าทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดย สวทช. พร้อมนำงานวิจัยและเทคโนโลยีร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” คุณจันทิมา กล่าวทิ้งท้าย.
You might be intertested in this news.
Mostview
“พีพี” เปิดซิงเกิลใหม่ “Your Candy” ชวนลิ้มรสหวานซ่อนเปรี้ยว
“พีพี” เปิดซิงเกิลใหม่ “Your Candy” ชวนลิ้มรส หวานซ่อนเปรี้ยว ...
สุนัขตำรวจ K-9 พร้อมออกตรวจ ดมหาสิ่งผิดกฎหมายที่ "ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ"
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แนะนำ สุนัขตำรวจออกตรวจที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทุกวัน หากพบเจอเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน สามารถเข้ามาทักทาย ถ่ายรูปได้ แต่ จะมาเติมหมา หรือ จกพุงได้หรือไม่ต้องสอบถามเจ้าหน้าที่ควบคุมสุนัขก่อน
ทรูมอบรางวัล ทีมคนรุ่นใหม่ พลิกโจทย์ธุรกิจด้วย AI ใน True Alpha Internship 2026
ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ให้พร้อมทำงานในยุค AI โดยลงมือทำจริงกับโครงการ True Alpha Internship 2026 ในการสร้างนวัตกรรมมาพลิกโจทย์ธุรกิจ และทีม “ทรู ตุง ตุง ซา-ฮูร์” ได้รางวัลชนะเลิศ กับผลงาน “Cool Kit – คู่คิด” นำ AI มาช่วยบริหารร้านอาหาร
เจียไต๋ แนะนำพันธุ์ฺแตงโม ซอนญ่า โปร 75 และ แอมเบอร์โกลด์ เนื้อดี ให้ผลผลิตสูง
เจียไต๋ แนะนำพันธุ์แตงโมสำหรับดเกษตรกรที่ต้องการผลผลิตสูงได้คุณภาพ ได้แก่ แตงโมซอนญ่า โปร 75 เนื้อแดงได้ผลใหญ่ ได้ผลผลิต 8-9 ตันต่อไร่ และ แตงโมแอมเบอร์โกลด์ เนื้อเหลืองสดใส เนื้อหอมหวานกรอบ เหมาะกับการเพิ่มความหลากหลายทางเลือกใหม่
เคน F-4 ขอเป็นคุณลุงสุดธรรมดา และมีภรรยาเคียงข้าง แค่นี้ก็เป็นสุข (ชมคลิป)
เคน F-4 ขอเป็นคุณลุงสุดธรรมดา และมีภรรยาเคียงข้าง แค่นี้ก็เป็นสุข (ชมคลิป)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง