วันอาทิตย์, ตุลาคม 11, 2569

"อิน-จัน" และการส่งดาวเทียมแฝด 3 ไปกับจรวด บนเสี้ยวหนึ่งของยุค Space race

by Trust News, 25 สิงหาคม 2569

ภาพประกอบจากกราฟฟิกคอมพิวเตอร์

ชื่อ "อิน-จัน" ขึ้นสู่อวกาศในภารกิจแฝด 3 ครั้งแรกของโลก ย้อนกลับไปในยุคแข่งขันอวกาศอันดุเดือดเมื่อ 65 ปีก่อน สหรัฐประสบความสำเร็จส่งดาวเทียม 3 ดวง ด้วยจรวด Thor-Ablestar พิสูจน์คอนเซ็ปต์ Rideshare ที่เป็นไปได้ กับดาวเทียม 2 ดวงที่ติดกันเหมือนแฝดสยาม

เมื่อชื่อ "อิน-จัน" ทะยานสู่อวกาศในภารกิจแฝด 3 ครั้งแรกของโลก! ย้อนกลับไปในยุคแข่งขันอวกาศอันดุเดือดเมื่อ 65 ปีก่อน สหรัฐอเมริกาได้พิสูจน์แนวคิดการแชร์เที่ยวบินอวกาศ (Rideshare) สำเร็จเป็นครั้งแรก ด้วยจรวด Thor-Ablestar ที่พกพาดาวเทียมต่างภารกิจถึง 3 ดวงขึ้นสู่วงโคจรในครั้งเดียว หนึ่งในนั้นคือ "อินจัน 1" ดาวเทียมวิจัยรังสีที่มีชื่อจากภูมิปัญญาแฝดสยาม ซึ่งเกิดเหตุสลักขัดข้องจนต้องโคจรร่วมกับดาวเทียมสอดแนม GRAB-3 ในสภาพ "ตัวติดกัน" สมชื่อ ร่วมเปิดม่านประวัติศาสตร์การขนส่งอวกาศเชิงพาณิชย์ยุคใหม่ที่ยังคงส่งผลมาถึงปัจจุบัน

เมื่อ 65 ปีก่อน ในวันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 1961 หรือ พ.ศ. 2504 ปีที่ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม เสียงคำรามกึกก้องของจรวด ธอร์-เอเบิลสตาร์ (Thor-Ablestar) ดังทะยานออกจากฐานปล่อยยานอวกาศหมายเลข 17 อันเป็นตำนาน ณ แหลมคานาเวอรัล พร้อมนำส่งผู้โดยสารท่องอวกาศสุดพิเศษพร้อมกันถึงสามดวง ได้แก่ ทรานสิท 4เอ (Transit 4A), อินจัน 1 (Injun 1) และ แกรบ-3 (GRAB-3 หรือ Solrad 3) ปฏิบัติการในครั้งนี้ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นภารกิจปล่อยดาวเทียมแบบพหุภาคี 3 ดวง (Triple-payload launch) สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก

จรวดธอร์-เอเบิลสตาร์ แบบสองท่อน ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากขีปนาวุธข้ามทวีประยะกลางรุ่น "ธอร์" ได้กลายมาเป็นหนึ่งในกำลังพลหลักยุคบุกเบิกของสหรัฐอเมริกา ทั้งในภารกิจสำรวจอวกาศและภารกิจด้านความมั่นคงแห่งชาติ

ย้อนกลับไปในช่วงที่สงครามเย็นและสงครามอวกาศกำลังทวีความร้อนแรงอย่างถึงขีดสุด การล้มลุกคลุกคลานลองผิดลองถูกกับตระกูลจรวดหลากรุ่นของสหรัฐอเมริกาได้เริ่มผลิดอกออกผลเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ ในเช้าวันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 1961 เหนือฐานปล่อยยานอวกาศหมายเลข 17 ณ แหลมคานาเวอรัล เสียงคำรามกึกก้องของจรวดขับดัน "ธอร์-เอเบิลสตาร์" (Thor-Ablestar) ดัดแปลงจากขีปนาวุธระยะกลาง ได้พุ่งทะยานแหวกม่านฟ้าขึ้นสู่อวกาศพร้อมกับสร้างหมุดหมายใหม่ที่โลกต้องตะลึง ด้วยการบันทึกประวัติศาสตร์เป็นภารกิจปล่อยดาวเทียมแบบพหุภาคี 3 ดวงเข้าสู่วงโคจรพร้อมกันในจรวดลำเดียว หรือ Triple-payload launch สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก

เบื้องหลังส่วนหัวของจรวดลำนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่การโชว์ศักยภาพทางเทคโนโลยีการแชร์เพย์โหลดเหนือคู่แข่งอย่างสหภาพโซเวียตเท่านั้น แต่ยังเป็นการบรรทุกเอา 3 ภารกิจระดับเปลี่ยนโลกขึ้นไปพร้อมๆ กัน ซึ่งดาวเทียมแต่ละดวงต่างสร้างบทสรุปและผลผลิตอันทรงคุณค่าในแบบฉบับของตัวเอง

ในยุคแรกของการท่องอวกาศ การส่งจรวด 1 ลำต่อดาวเทียม 1 ดวง ถือเป็นเรื่องปกติ แต่มีต้นทุนที่สูงมาก การที่วิศวกรออกแบบส่วนหัว (Payload Fairing) ของ Thor-Ablestar ให้สามารถซ้อนดาวเทียมได้ถึง 3 ดวง ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า "จรวด 1 ลำ ไม่จำเป็นต้องรับภารกิจเดียว"

อีกหนึ่งความลับที่ทำให้ Thor-Ablestar สามารถส่งดาวเทียมหลายดวงไปลงคนละตำแหน่งหรือปรับวงโคจรได้ คือการเป็นจรวดท่อนบน (Upper Stage) รุ่นแรกๆ ของโลกที่มีเครื่องยนต์ชนิด จุดระเบิดซ้ำกลางอวกาศได้ (Restart Capability) โดย รอบแรก จุดเครื่องยนต์เพื่อผลักดันเพย์โหลดขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศและดับเครื่องปล่อยให้ลอยตัว (Coasting) และ รอบสอง จุดเครื่องยนต์อีกครั้งกลางอวกาศเพื่อปรับแต่งวงโคจรให้กลมและแม่นยำ ก่อนทำการปล่อยดาวเทียม

ดาวเทียมหลักอย่าง ทรานสิท 4เอ (Transit 4A) ได้รับการบันทึกว่าเป็นดาวเทียมดวงแรกของโลกที่ใช้แหล่งพลังงานความร้อนจากกัมมันตรังสี (SNAP-3 RTG) มันปฏิบัติภารกิจในการส่งสัญญาณนำทางอย่างเข้มแข็งต่อเนื่องยาวนานกว่า 11 ปี จนกระทั่งยุติการทำงานในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1972 สิ่งที่ได้จาก Transit 4A คือการวางรากฐานอันมั่นคงให้แก่ระบบนำทางเรือดำน้ำนิวเคลียร์และเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งกลายเป็นบรรพบุรุษทางเทคโนโลยีที่ส่งต่อมาสู่ระบบระบุตำแหน่งบนโลกหรือ GPS ที่เราใช้กันในปัจจุบัน

ขณะที่ดาวเทียมสำรวจรังสี อินจัน 1 (Injun 1) จากมหาวิทยาลัยไอโอวา ซึ่งมีชื่อขานรับตามตำนานแฝดสยามอิน-จัน ได้ประกบติดไปกับดาวเทียมสอดแนมสัญญาณเรดาร์ความลับสูงอย่าง แกรบ-3 (GRAB-3 หรือ Solrad 3) แม้ในนาทีที่เข้าสู่วงโคจร สลักปล่อยตัวจะเกิดเหตุขัดข้องจนทำให้ดาวเทียมอินจัน 1 ไม่สามารถแยกตัวออกจากแกรบ-3 ได้ และต้องโคจรร่วมกันไปในสภาพ "ตัวติดกัน" สมชื่อแฝดสยามก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพลดลงเลยแม้แต่น้อย

ดาวเทียมแฝดสยามคู่นี้ปฏิบัติภารกิจร่วมกันในอวกาศได้นานราว 10 เดือน ก่อนที่ระบบแบตเตอรี่และพลังงานจะเริ่มหมดลงจนหยุดการส่งสัญญาณไปในเดือนเมษายน ค.ศ. 1962 ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว อินจัน 1 ได้มอบข้อมูลวิทยาศาสตร์ชิ้นสำคัญเกี่ยวกับการวัดความเข้มของแถบรังสีแวนอัลเลน (Van Allen Radiation Belt) ปรากฏการณ์ออโรรา และอนุภาครังสีคอสมิกที่กระทบต่อชั้นบรรยากาศโลก ส่วนแกรบ-3 ก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการทำหน้าที่เป็น "ดวงตาสวรรค์" รวบรวมข้อมูลคลื่นวิทยุและสัญญาณเรดาร์ป้องกันภัยทางอากาศของสหภาพโซเวียต ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของโครงการสอดแนมทางอวกาศยุคแรกของสหรัฐฯ

แม้ดาวเทียมทั้งสามจะหยุดการทำงานและปลดระวางไปนานหลายทศวรรษแล้ว แต่ซากของพวกมันยังคงล่องลอยอยู่ในวงโคจรรอบโลก เป็นอนุสรณ์แห่งความสำเร็จอันคลาสสิกที่สะท้อนว่า ภายใต้แรงกดดันทางการเมืองและการแข่งขันอันเข้มข้น นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ และความมั่นคง สามารถพุ่งทะยานไปข้างหน้าพร้อมกันได้อย่างน่าทึ่ง.


You might be intertested in this news.

Mostview

รีวิวหนัง "บอ ยู นา" พล็อตเดิม แต่สนุก ระทึก และสยดสยอง 18+

ตอนแรกเตรียมใจไว้ว่า หนัง “Beware Boiúna” หรือ เลื้อยเขมือบแอมะซอน นั้น อาจมีพล็อตเดิม ๆ คือการเข้าไปในป่า

หนีหนี่ หญิงสาวผู้เลือกความสุข เพื่อหลุดพ้นความสมบูรณ์แบบ (ชมคลิป)

หนีหนี่ หญิงสาวผู้เลือกความสุข เพื่อหลุดพ้นความสมบูรณ์แบบ (ชมคลิป)

เว่ยต้าซวิน เสน่ห์บอสสายซีน ที่มาจากเด็กอ้วน113 กิโลกรัม (ชมคลิป)

เว่ยต้าซวิน เสน่ห์บอสสายซีน ที่มาจากเด็กอ้วน113 กิโลกรัม (ชมคลิป)

ไบโอเทค สวทช. ชวนประกวด “Hackathon Hub of Shrimp” เฟ้นไอเดียฟื้นกุ้งไทย

ไบโอเทค สวทช. ชวนประกวด “Hackathon Hub of Shrimp” เฟ้นไอเดียนวัตกรรมพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งไทย ชิงรางวัลกว่า 1 แสนบาท ใน 5 หมวดสำคัญ หวังพลังนวัตกรจากคนรุ่นใหม่ แก้โจทย์จริงของอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในเวทีโลก

รำลึก 69 ปี ดาวเทียม สปุตนิก 1 ก้าวแรกของอรุณรุ่งการแข่งขันทางอวกาศ

4 ตุลาคม 1957 วันที่เสียงปั๊ปๆ ปี๊ปๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอจากวัตถุทรงกลมในอวกาศ เป็นแรงเหวี่ยงให้เทคโนโลยีของมนุษย์ก้าวกระโดดไปไกลเกินจินตนาการ ร่วมสำรวจชัยชนะของดาวเทียมโซเวียด สปุตนิก 1 ความเรียบง่ายที่เปลี่ยน ‘ความฝัน’ ให้กลายเป็น ‘อรุณรุ่งแห่งยุคอวกาศ’

TrustNEws Line