ผนึก 2 สถาบันสอนว่ายน้ำไทย-ญี่ปุ่น ยกระดับเจาะตลาดเอเชีย
by Trust News, 26 กันยายน 2569
BABY SWIMMING THAILAND ผนึก SAGINUMA SWIMMING CLUB ยกระดับการสอนว่ายน้ำมาตรฐานญี่ปุ่น ปูทางตามโรดแมปธุรกิจ นำแบรนด์ไทย 100% สู่แบรนด์สากลเจาะตลาดอาเซียนและเอเชีย ...
เบบี้ สวิมมิ่ง ไทยแลนด์ (BABY SWIMMING THAILAND) สถาบันสอนว่ายน้ำสำหรับเด็กและทารกอันดับ 1 ของไทย การันตีด้วยมาตรฐานคุณภาพ ISO 9001 ด้านระบบการจัดการคุณภาพและการเรียนการสอน แบรนด์เดียวในประเทศ และมีเครือข่ายมากที่สุดถึง 18 สาขาทั่วประเทศ รองรับการเรียนรู้ครอบคลุมตั้งแต่ทารกอายุ 4 เดือน ไปจนถึงเด็กโตอายุ 15 ปี ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ SAGINUMA SWIMMING CLUB สถาบันสอนว่ายน้ำระดับตำนานกว่า 50 ปี จากจังหวัดคานากาวะ ประเทศญี่ปุ่น ร่วมพัฒนาหลักสูตรและยกระดับศักยภาพครั้งประวัติศาสตร์ ปูทางตามโรดแมปธุรกิจเพื่อก้าวสู่แบรนด์ระดับนานาชาติ ปั้นโมเดลธุรกิจสถาบันสอนว่ายน้ำเด็กในยุคใหม่ มุ่งสู่การเป็นแบรนด์ระดับสากลในภูมิภาคอาเซียน พร้อมนำระบบการฝึก ระเบียบวินัย และหลักสูตรพัฒนาศักยภาพตามมาตรฐานญี่ปุ่น มาปรับใช้เพื่อปั้นเด็กไทยสู่เส้นทางนักกีฬามืออาชีพระดับสากล
ดร.พลภัทร นิติธรรมยง และ คุณณัฏฐ์วิภา นิติธรรมยง ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร บริษัท เบบี้ สวิมมิ่ง แฟมิลี่ จำกัด และบริษัทในเครือ ผู้ดำเนินธุรกิจสถาบันสอนว่ายน้ำเด็กและทารก เบบี้ สวิมมิ่ง ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ SAGINUMA SWIMMING CLUB สถาบันสอนว่ายน้ำชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาและยกระดับศักยภาพการเรียนการสอนว่ายน้ำของ เบบี้ สวิมมิ่ง ให้มีมาตรฐานระดับสากล โดยการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการ JETRO Overseas Expansion Hands-on Support ขององค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐของญี่ปุ่นที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการขยายธุรกิจระดับสากล
ดร.พลภัทร กล่าวว่า “แม้เราจะวางรากฐานการสอนด้วยหลักสูตรออสเตรเลียและมี Academy ของตัวเองที่ดูแลเด็กๆ มาแล้วกว่า 50,000 คน แต่จุดเด่นของญี่ปุ่นที่แตกต่างอย่างชัดเจนคือ ‘ความพิถีพิถันของเทคนิค ระบบการฝึกซ้อมที่มีระเบียบวินัยสูง และโปรโตคอลความปลอดภัยที่เข้มงวดทุกตารางนิ้ว’ การผนึกกำลังครั้งนี้จึงเป็นการนำระบบการเรียนแบบผ่อนคลายสไตล์ออสเตรเลียเดิมของเรา มาผสมผสานกับความเป๊ะระดับสากลของญี่ปุ่น เพื่อยกระดับจากการสอนว่ายน้ำทั่วไป ไปสู่การสร้างโครงสร้างพัฒนานักกีฬาเยาวชนอย่างเป็นระบบ โดยเราจะถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านระบบ Train the Trainer สไตล์ญี่ปุ่นเพื่อสร้าง Master Trainer และโค้ชคุณภาพสูง รองรับการต่อยอดสู่ ‘หลักสูตรพัฒนานักกีฬามืออาชีพ’ เพื่อปั้นผู้เรียนสู่เส้นทางนักกีฬาแข่งขันระดับประเทศและโอกาสในการแลกเปลี่ยน ณ ประเทศญี่ปุ่นในอนาคต พร้อมกันนี้ยังเตรียมขยายบริการสู่ ‘หลักสูตรการสอนว่ายน้ำผู้ใหญ่ และการออกกำลังกายในน้ำสำหรับผู้สูงอายุ’ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งในด้านนี้ เพื่อยกระดับสถาบันสู่การดูแลสุขภาพทางน้ำสำหรับทุกคนในครอบครัวอย่างครอบคลุมทุกช่วงวัย”
“อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญที่สุดของเรา คือการได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมลดอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำ ซึ่งยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของเด็กไทยในปัจจุบัน การนำโปรโตคอลความปลอดภัย ระดับ Zero Accident การประเมินความเสี่ยง และมาตรฐานการกู้ภัยทางน้ำที่เข้มงวดตามแบบฉบับญี่ปุ่นมาปรับใช้ จะช่วยสร้างทักษะการเอาชีวิตรอดที่แท้จริงให้เด็กไทย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน” ดร.พลภัทร กล่าว
การร่วมมือกับ SAGINUMA SWIMMING CLUB ในครั้งนี้ ยังเป็นไปตามแผนธุรกิจระยะ 3-5 ปี ที่วางโรดแมปนำแบรนด์ไทย 100% อย่าง เบบี้ สวิมมิ่ง ไทยแลนด์ ก้าวสู่ตลาดระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนและเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและมีความต้องการด้านการเรียนว่ายน้ำรวมถึงความปลอดภัยทางน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งผู้บริโภคในภูมิภาคนี้ยังมีวัฒนธรรมการเรียนรู้และวิถีชีวิตที่ใกล้เคียงกัน ประกอบกับทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้ประเทศไทย จึงสะดวกต่อการบริหารจัดการและเข้าถึงดูแลได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งถือเป็นโอกาสเติบโตทางธุรกิจที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะเน้นการวางระบบภายในให้มีความพร้อมสมบูรณ์ตามมาตรฐานสากลก่อนขยายสู่ต่างประเทศ มากกว่าการเร่งเพิ่มจำนวนสาขา เพียงเพื่อเติมเต็มสถิติ
ด้าน คุณณัฏฐ์วิภา นิติธรรมยง กล่าวเสริมว่า ตลอดระยะเวลา 12 ปี ที่ผ่านมา เบบี้ สวิมมิ่ง เติบโตอย่างมั่นคงจากความไว้วางใจของผู้ปกครองทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จนสามารถขยายสาขาได้อย่างต่อเนื่อง แต่ก้าวสำคัญต่อไปคือการยกระดับสู่มาตรฐานระดับสากลเพื่อก้าวสู่การแข่งขันในเวทีโลก ซึ่งความร่วมมือกับพันธมิตรจากญี่ปุ่นในครั้งนี้ จะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์อย่างยั่งยืนในระยะยาว ทั้งการร่วมกันพัฒนาหลักสูตร การสร้างและพัฒนาโค้ชอย่างเป็นระบบ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนนักกีฬาเยาวชนเพื่อพัฒนาไปสู่ระดับการแข่งขัน
ขณะที่ นายยูซึรุ โอกุระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส แอนด์ เอฟ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจ SAGINUMA SWIMMING CLUB เปิดเผยถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “SAGINUMA มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ผสานความร่วมมือกับ BABY SWIMMING THAILAND ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดสถาบันสอนว่ายน้ำเด็กในประเทศไทยที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด การันตีด้วยมาตรฐาน ISO 9001 เราเชื่อมั่นว่าการนำทักษะ กระบวนการฝึกฝน และระเบียบวินัยตามแบบฉบับสถาบันในญี่ปุ่นมาผสมผสานกับความเชี่ยวชาญและเครือข่ายสาขาที่แข็งแกร่งของ BABY SWIMMING THAILAND จะช่วยยกระดับวงการสอนว่ายน้ำเด็กในไทยและเอเชีย พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้เติบโตสู่ระดับสากลได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”
“สิ่งที่เราจะได้รับอย่างแท้จริง คือการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยทางน้ำระดับสูง ทั้งระบบประเมินความเสี่ยงรอบสระ การอบรมทักษะการดูแลความปลอดภัยและการปฐมพยาบาลตามโปรโตคอลของสถาบันสอนว่ายน้ำชั้นนำในญี่ปุ่น และอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการเปิดโอกาสให้เด็กไทยได้สัมผัสประสบการณ์การฝึกซ้อมและระบบการแข่งขันระดับสากล รวมถึงการถ่ายทอดเทคนิคการสอนว่ายน้ำผู้ใหญ่และการออกกำลังกายในน้ำสำหรับผู้สูงอายุ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงแค่การสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ แต่คือองค์ความรู้ ระบบ และโอกาสใหม่ๆ ที่จะนำมาพัฒนาเด็ก บุคลากร และตอบโจทย์สุขภาพของทุกคนในครอบครัวได้อย่างเป็นรูปธรรม” คุณณัฏฐ์วิภา กล่าวสรุป
You might be intertested in this news.
Mostview
ซุนเชียน พึ่งตัวเองและเรียบง่าย กับเงิน800หยวน เปลี่ยนชีวิต (ชมคลิป)
ซุนเชียน พึ่งตัวเองและเรียบง่าย กับเงิน800หยวน เปลี่ยนชีวิต (ชมคลิป)
หลิวเหวินแฟนสาวจิ่งป๋อหราน ผู้ทลาย Beauty Standard (ชมคลิป)
หลิวเหวินแฟนสาวจิ่งป๋อหราน ผู้ทลาย Beauty Standard (ชมคลิป)
ทอ.ไทย เสริมเขี้ยวเล็บ F-16 ซื้อระเบิดเจาะบังเกอร์ ขีปนาวุธ Rampage จากอิสราเอล
กองทัพอากาศไทย เสริมเขียวเล็บให้ เอฟ-16 เดินหน้าจัดหาอาวุธจากอิสราเอล มูลค่ากว่า 1.04 พันล้านบาท ทั้งระเบิดเจาะบังเกอร์ Bunker buster MPR-500 พร้อมชนวน ID260MF/DK และ ขีปนาวุธนำวิถีความเร็วเหนือเสียงพิสัยไกล Rampage" ที่มีพิสัยยิงไกลถึง 250 กม.
กทม.ประกาศ พื้นที่ประสบสาธารณภัย หนองจอก–สวนหลวง-คันนายาว หลังเจอน้ำท่วมหนัก
กทม. ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย หนองจอก–สวนหลวง-คันนายาว รวม 3 เขต 13 แขวง หลังเกิดน้ำท่วมหนักในพื้นที่ ทำให้การสัญจรยากลำบาก กระทบต่อสาธารณชนเปิดทางหน่วยงานเข้าช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่อย่างเต็มระบบ
โตเกียว เตือนรับมือฝนตกหนัก-ลมกระโชกแรง หลังไต้ฝุ่น 'ตู้เจวียน' จ่อขึ้นฝั่ง
กรมอุตุฯ ญี่ปุ่นรายงาน พายุไต้ฝุ่น "ตู้เจวียน" จะเคลื่อนตัวเข้าประชิดพื้นที่ชายฝั่งทางตะวันออกของญี่ปุ่น รวมทั้งกรุงโตเกียว เตือนให้ประชาชนระวังเหตุฝนตกหนักและลมกระโชกแรง คาดจะขึ้นฝั่งช่วงหยุดยาว 5 วัน หรือ โกลเด้นวีค ย้ำระวังเกิดน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนัก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง