วันจันทร์, ตุลาคม 12, 2569

นายกฯ สั่งลุยฟื้นฟูหลังน้ำท่วม-เร่งรัดเงินช่วยเหลือถึงมือ ปชช.จับตาฝนหนักภาคใต้

by Trust News, 12 ตุลาคม 2569

นายกฯ "อนุทิน" ประชุม บกปภ.ช.วันที่ 12 สั่งเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วม ซ่อมแซมสาธารณูปโภค พร้อมเร่งรัดเงินช่วยเหลือถึงมือประชาชนให้เร็วที่สุด ขอบคุณทุกภาคส่วนร่วมคลี่คลายสถานการณ์น้ำ ย้ำเตือนภาคใต้รับมือฝนอย่างใกล้ชิด

เมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 12 ต.ค.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ผู้นำเหล่าทัพ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference System



นายอนุทิน กล่าวว่า ขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุม บกปภ.ช. เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย โดยหวังว่าช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงท้ายของการบริหารสถานการณ์แล้ว เนื่องจากปริมาณฝนที่เผชิญอยู่ในระลอกท้ายของฤดูกาล ปริมาณน้ำฝนที่คาดการณ์ไว้ว่าจะมีระดับปานกลางถึงหนักนั้นไม่ได้เป็นไปตามคาดหมายและไม่ได้เกินขีดความสามารถในการบริหารจัดการ ทำให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยความเรียบร้อย

"สำหรับพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเช่นกรุงเทพมหานคร ทุกฝ่ายได้ร่วมมือกันคลี่คลายสถานการณ์จนกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งต้องขอชื่นชมเรื่องการเร่งสำรวจรายชื่อผู้ประสบอุทกภัยที่เข้าเกณฑ์ ปัจจุบันมีการโอนเงินไปแล้ว 5 รอบ รวม 135,782 ครัวเรือน เป็นเงิน 1,069 ล้านบาท จากรายงานล่าสุดของกระทรวงมหาดไทย การรวบรวมรายชื่อจากทั่วประเทศทำให้สามารถเร่งโอนเงินเยียวยารายละ 9,000 บาทไปยังครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว จึงขอให้เร่งดำเนินการในลักษณะนี้ต่อไป" นายกรัฐมนตรี กล่าว



นายอนุทิน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำโดยรวมว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ เตรียมพร้อมและเฝ้าระวังรับมือฝนที่ตกหนัก เช่นเดียวกับที่จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งทุกฝ่ายต้องเตรียมความพร้อมในการอพยพกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วย รวมถึงการระดมเครื่องจักรกลอย่างเต็มกำลัง ซึ่งช่วยให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปรับปรุงระบบและรูปแบบการแจ้งเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์และเตรียมตัวได้ทันท่วงที

ในพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ขอให้เร่งปรับเข้าสู่ระยะฟื้นฟูเยียวยาโดยด่วน ทั้งการซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค การทำความสะอาดบ้านเรือน และการฟื้นฟูเส้นทางคมนาคมเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย พร้อมกันนี้ ให้เร่งรัดการสำรวจประเมินความเสียหายและลดขั้นตอนด้านเอกสาร เพื่อให้การจ่ายเงินเยียวยาถึงมือประชาชนอย่างถูกต้องและรวดเร็ว การบูรณาการร่วมกันระหว่างกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงาน คปภ. ธนาคารออมสิน และสมาคมที่เกี่ยวข้อง ในการเร่งกำหนดหลักเกณฑ์และติดตามการจ่ายเงินชดเชยภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยที่รัฐบาลจัดทำไว้สำหรับ 30 ล้านครัวเรือน ซึ่งครอบคลุมภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป โดยหากเข้าเกณฑ์จะได้รับเงินเยียวยาครัวเรือนละ 10,000 บาท ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์เดิมของทางราชการ จึงต้องเร่งดำเนินการทันทีเมื่อเกิดเหตุ



"สำหรับจังหวัดที่ยังมีน้ำท่วมขัง รัฐบาลได้มอบหมายให้ผู้บริหารระดับสูง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างๆ ลงพื้นที่กำกับดูแลและระดมสรรพกำลังอย่างใกล้ชิดเพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งในส่วนของกรุงเทพมหานคร การแก้ไขปัญหาก็ลุล่วงจนเข้าสู่การฟื้นฟูและคืนระบบสาธารณูปโภคแล้ว ขณะเดียวกันนี้ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ รัฐบาลจึงได้ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้ปฏิบัติงานจากที่พักอาศัยให้มากที่สุดเพื่อลดปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานครช่วงที่มีการประชุมระดับโลก นอกจากนี้ เนื่องจากสถานการณ์ภัยพิบัติในหลายจังหวัดอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ หลังจากนี้การประชุมติดตามสถานการณ์ประจำวันอาจลดระดับลง แต่ยังคงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมเสมอ หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอาจมีการพิจารณาอีกครั้ง โดยคาดว่าจุดศูนย์กลางการเฝ้าระวังจะย้ายไปอยู่ทางภาคใต้ ซึ่งอาจมีการจัดตั้งศูนย์ส่วนหน้าในพื้นที่ และปรับรูปแบบการประชุมให้เหมาะสมต่อไป" นายอนุทิน กล่าว

 

ในช่วงท้ายการประชุม นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินการ 4 ประเด็น

1) ให้ความสำคัญในการดูแลพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด ปรับแผนและกำหนดระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จอย่างชัดเจน พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้ามายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย 2) ให้เร่งรัดการช่วยเหลือเยียวยาเพื่อให้เงินถึงมือประชาชนโดยเร็ว ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เน้นย้ำอย่างต่อเนื่อง โดยขอให้จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบคำขอรับเงินเยียวยาที่ยังค้างอยู่และดำเนินการตามขั้นตอนให้รวดเร็วโดยไม่มีวันหยุด และให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และสมาคมประกันภัย จัดการประชุมเพื่อหาแนวทางพิจารณาให้ความเห็นชอบรายชื่อผู้ที่ได้รับการเยียวยา และหาช่องทางให้การจ่ายค่าเยียวยาไปถึงประชาชนให้เร็วที่สุดโดยไม่ให้มีขั้นตอนติดขัด

3) การสื่อสารแจ้งเตือนเพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลตรงกันและทันเวลา ขอให้ใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายผ่านทุกช่องทาง รวมถึงการใช้กลไกผู้นำชุมชน หอกระจายข่าว และวิทยุสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนเตรียมรับมือได้ทันท่วงที การสื่อสารจะต้องมีความกระชับ ไม่ใช้ข้อมูลหรือตารางที่ยาวเกินไป และหลีกเลี่ยงการใช้คำศัพท์เทคนิค เพื่อให้เป็นภาษาที่ทุกคนเข้าใจและให้ความร่วมมือได้อย่างเต็มที่

4) การเพิ่มประสิทธิภาพของการระบายน้ำ ขอให้ดำเนินการในทุกรูปแบบ ทั้งการจัดเส้นทางการระบายน้ำ การบริหารเส้นทางน้ำ และการกำจัดขยะหรือสิ่งกีดขวางทางน้ำในท่อระบายน้ำ คลอง และลำน้ำ เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงที่ฝนตกหนัก ซึ่งขอให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป



ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาระดมความร่วมมืออย่างเต็มที่ ซึ่งการทำงานร่วมกันทำให้ประชาชนเกิดความอุ่นใจและมั่นใจว่าจะไม่ถูกทอดทิ้ง รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและขอให้ทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ และได้ใช้อำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ การพบปะหารือกันในทุกเช้าช่วยให้การทำงานมีความกระชับและรับทราบสถานการณ์ทั่วประเทศได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ หากมีปัญหาหรืออุปสรรคใดเกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน ขอให้นำมาถอดบทเรียนเพื่อปรับปรุงและแก้ไขต่อไป.


You might be intertested in this news.

Mostview

รีวิวหนัง "บอ ยู นา" พล็อตเดิม แต่สนุก ระทึก และสยดสยอง 18+

ตอนแรกเตรียมใจไว้ว่า หนัง “Beware Boiúna” หรือ เลื้อยเขมือบแอมะซอน นั้น อาจมีพล็อตเดิม ๆ คือการเข้าไปในป่า

หนีหนี่ หญิงสาวผู้เลือกความสุข เพื่อหลุดพ้นความสมบูรณ์แบบ (ชมคลิป)

หนีหนี่ หญิงสาวผู้เลือกความสุข เพื่อหลุดพ้นความสมบูรณ์แบบ (ชมคลิป)

เว่ยต้าซวิน เสน่ห์บอสสายซีน ที่มาจากเด็กอ้วน113 กิโลกรัม (ชมคลิป)

เว่ยต้าซวิน เสน่ห์บอสสายซีน ที่มาจากเด็กอ้วน113 กิโลกรัม (ชมคลิป)

ไบโอเทค สวทช. ชวนประกวด “Hackathon Hub of Shrimp” เฟ้นไอเดียฟื้นกุ้งไทย

ไบโอเทค สวทช. ชวนประกวด “Hackathon Hub of Shrimp” เฟ้นไอเดียนวัตกรรมพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งไทย ชิงรางวัลกว่า 1 แสนบาท ใน 5 หมวดสำคัญ หวังพลังนวัตกรจากคนรุ่นใหม่ แก้โจทย์จริงของอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในเวทีโลก

รำลึก 69 ปี ดาวเทียม สปุตนิก 1 ก้าวแรกของอรุณรุ่งการแข่งขันทางอวกาศ

4 ตุลาคม 1957 วันที่เสียงปั๊ปๆ ปี๊ปๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอจากวัตถุทรงกลมในอวกาศ เป็นแรงเหวี่ยงให้เทคโนโลยีของมนุษย์ก้าวกระโดดไปไกลเกินจินตนาการ ร่วมสำรวจชัยชนะของดาวเทียมโซเวียด สปุตนิก 1 ความเรียบง่ายที่เปลี่ยน ‘ความฝัน’ ให้กลายเป็น ‘อรุณรุ่งแห่งยุคอวกาศ’

TrustNEws Line