วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 15, 2569

อุตสาหกรรมการบินได้เอเชียแปซิฟิกขับเคลื่อน คาดต้องการเครื่องใหม่อีก 19,120 ลำ

by Trust News, 15 ตุลาคม 2569

แอร์บัส มองภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นตัวสำคัญขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินโลก คาดต้องการเครื่องบินใหม่ 19,120 ลำในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยจะเป้นเครื่องบินลำตัวกว้าง  3,420 ลำ มากกว่าครึ่งของเครื่องลำตัวกว้างใหม่ทั่วโลก

รายงานคาดการณ์ตลาดโลกฉบับล่าสุดของแอร์บัส (Global Market Forecast: GMF 2026–2045) ระบุว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกในช่วงสองทศวรรษข้างหน้า ปริมาณการเดินทางทางอากาศของผู้โดยสารในภูมิภาคคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (Compound Annual Growth Rate: CAGR) ที่ร้อยละ 5.1 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ร้อยละ 3.9 ส่งผลให้ปริมาณการเดินทางทางอากาศเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าตลอดช่วงเวลาที่คาดการณ์ โดยคาดว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมีความต้องการเครื่องบินโดยสารใหม่จำนวน 19,120 ลำ คิดเป็นร้อยละ 45 ของความต้องการเครื่องบินใหม่ทั่วโลกทั้งหมด 42,060 ลำในช่วงเวลาดังกล่าว

จากความต้องการเครื่องบินโดยสารใหม่จำนวน 19,120 ลำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตลอดสองทศวรรษข้างหน้า ประมาณหนึ่งในสามจะเป็นความต้องการเพื่อทดแทนเครื่องบินเดิม ขณะที่ส่วนที่เหลือจะเป็นความต้องการเพื่อรองรับการเติบโต โดยมีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทั้งนี้ ภายในปี พ.ศ. 2588 คาดว่าประชากรที่มีรายได้ระดับปานกลางในเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 พันล้านคน ประกอบกับการขยายตัวของความเป็นเมืองอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การเดินทางทางอากาศมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการขับเคลื่อนความเจริญรุ่งเรืองทางสังคมและเศรษฐกิจ

เมื่อพิจารณาตามประเภทขนาดของเครื่องบิน ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะครองสัดส่วนการส่งมอบเครื่องบินลำตัวกว้างมากที่สุด โดยมีความต้องการเครื่องบินใหม่จำนวน 3,420 ลำ คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของเครื่องบินลำตัวกว้างใหม่ทั้งหมดทั่วโลก

แอร์บัสมีความพร้อมอย่างยิ่งในการตอบสนองความต้องการเครื่องบินลำตัวกว้างของสายการบินต่าง ๆ ด้วย เอ330นีโอ (A330neo) และเครื่องบินตระกูล เอ350 (A350) โดยในช่วงสามปีที่ผ่านมา เครื่องบินทั้งสองรุ่นมีส่วนช่วยให้แอร์บัสเพิ่มสัดส่วนยอดคำสั่งซื้อเครื่องบินลำตัวกว้างที่รอส่งมอบในภูมิภาคเป็นร้อยละ 50 ขณะที่ A350 ได้รับการยอมรับอย่างชัดเจนว่าเป็นตัวเลือกที่สายการบินในภูมิภาคให้ความไว้วางใจสำหรับเที่ยวบินระยะไกลข้ามทวีป สำหรับเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดของแอร์บัส เอ350-1000 (A350-1000) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกโดยธรรมชาติสำหรับการทดแทน 777-300ER

ความต้องการเครื่องบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยังคงมุ่งเน้นไปที่เครื่องบินลำตัวแคบเป็นหลัก โดยคาดว่าจะมีความต้องการเครื่องบินขนาด 100–244 ที่นั่ง จำนวน 15,700 ลำภายในปี พ.ศ. 2588 สะท้อนถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศและภายในภูมิภาค ซึ่งขับเคลื่อนจากทั้งการทดแทนฝูงบินเดิม และการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารในระยะยาวการเชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสนามบินแห่งใหม่อย่างมีกลยุทธ์ ควบคู่กับการนำเครื่องบินลำตัวแคบที่มีพิสัยการบินไกล และรองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย เช่น เอ321เอ็กซ์แอลอาร์ (A321XLR) และ เอ220 (A220) มาให้บริการ ซึ่งช่วยเปิดเส้นทางบินเชื่อมต่อระหว่างเมืองใหม่ ๆ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านศูนย์กลางการบินขนาดใหญ่แบบดั้งเดิม และเชื่อมโยงเมืองรองเข้าด้วยกัน

แอร์บัส A220 กำลังพิสูจน์ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญในการขยายเครือข่ายเส้นทางบิน ด้วยการช่วยให้เส้นทางบินใหม่ที่มีปริมาณผู้โดยสารไม่สูงสามารถเปิดให้บริการได้อย่างคุ้มค่า โดยปัจจุบัน A220 มีส่วนช่วยเปิดเส้นทางบินใหม่แล้วมากกว่า 400 เส้นทางทั่วโลก สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แอร์บัสมองเห็นศักยภาพที่แข็งแกร่งในการขยายเครือข่ายเพิ่มเติม โดย A220 สามารถช่วยเปิดเส้นทางบินเชื่อมต่อคู่เมืองใหม่ที่ปัจจุบันยังไม่มีเที่ยวบินตรงได้มากกว่า 800 คู่เมือง 

นายอานันด์ สแตนลีย์ ประธานแอร์บัสประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า เรากำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงของเครือข่ายเส้นทางบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงรูปแบบการเชื่อมต่อระหว่างกัน นอกเหนือจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเครือข่ายเส้นทางบินระยะไกลแล้ว สายการบินต่าง ๆ กำลังขยายการเชื่อมต่อออกจากรูปแบบเครือข่ายการบินผ่านศูนย์กลางแบบดั้งเดิม เพื่อเชื่อมโยงเมืองรองเข้ากับเศรษฐกิจโลกโดยตรง ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องบินเจเนอเรชันล่าสุด สายการบินในภูมิภาคกำลังปรับโฉมแผนที่การเชื่อมต่อทางอากาศ พร้อมขับเคลื่อนความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจในระยะยาวของภูมิภาค

เมื่อถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 มีสายการบิน 119 แห่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ให้บริการเครื่องบินพาณิชย์ของแอร์บัสจำนวน 5,000 ลำ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 58 และมีคำสั่งซื้อเครื่องบินที่รอการส่งมอบในอนาคตอีกเกือบ 3,500 ลำ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 61 ของยอดคำสั่งซื้อที่รอส่งมอบของผู้ผลิตเครื่องบินทุกรายในตลาดเครื่องบินเจ็ตขนาดมากกว่า 100 ที่นั่ง.


You might be intertested in this news.

Mostview

เว่ยต้าซวิน เสน่ห์บอสสายซีน ที่มาจากเด็กอ้วน113 กิโลกรัม (ชมคลิป)

เว่ยต้าซวิน เสน่ห์บอสสายซีน ที่มาจากเด็กอ้วน113 กิโลกรัม (ชมคลิป)

เศร้า! ศิลปินละครใบ้ “คาซุกิ ยาโน่” เสียชีวิต วัย 68 ปี หลังสู้กับมะเร็ง

เศร้า! ศิลปินละครใบ้ “คาซุกิ ยาโน่” และนักแสดงหนังหลายเรื่อง อาทิ Seasons Change เสียชีวิต อย่างสงบในวัย 68 ปี หลังป่วยด้วยโรคมะเร็ง...

ชัชชาติ แจง กทม.เหลืออุทกภัย 8 เขต โดย 6 เขตฝั่งตะวันออกน้ำล้อมยังท่วมอยู่

"ชัชชาติ" เผยน้ำท่วม กทม. คลี่คลายหลังฝนเว้นช่วง เหลือ 6 เขตฝั่งตะวันออก พร้อมเฝ้าระวังรับมือฝนช่วงเย็นนี้ถึงรุ่งเช้า เร่งแก้ปัญหาน้ำล้นคันกั้น เพิ่มกำลังดันน้ำออกทะเลไม่ให้ย้อนกลับ ส่วน น้ำเหนือ แม่น้ำเจ้าพระยายังปลอดภัย ต้องตามการผันน้ำฝั่งตะวันออก

ทรู เผยพฤติกรรมคนไทยช่วงน้ำท่วม การสื่อสารสำคัญพบใช้ Voice พุ่งกว่า 600%

ทรู คอร์ปอเรชั่น เผยข้อมูล Data Insight คนไทยช่วงวิกฤตน้ำท่วม เผยพฤติกรรมการใช้งาน Voice พุ่งสูงกว่า 600% สะท้อน การสื่อสารในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินมีความสำคัญ ขณะที่ยอดการอัปโหลดเพิ่มขึ้น รวมทั้งการใช้งานเน็ตบ้านเพิ่มขึ้น เพราะคนติดน้ำท่วมอยู่ในบ้าน

"สุริยะ" เล็งของบ 8 พันล้าน ซื้อแทรคเตอร์-รถเกี่ยว EV 500 คัน ช่วยลดต้นทุนชาวนา

"สุริยะ - ปิยะรัฐชย์" ไป จ.กำแพงเพชร ระดมทุกภาคส่วนวางแผนแก้น้ำท่วม - น้ำแล้ง ย้ำต้องฟังเสียงประชาชน พร้อมเร่งพัฒนาระบบชลประทาน เตรียมของบ 8 พันล้าน จัดหารถแทรคเตอร์ และรถเกี่ยวข้าวพลังงานไฟฟ้า (EV) 500 คันลดภาระชาวนา ลดต้นทุนค่าเกี่ยวข้าวระยะยาว

TrustNEws Line