มิคสัญญีฝรั่งเศส เมื่อไฟจากห้องเรียน ลามเผาเมืองและสัญลักษณ์แห่งอำนาจ
by Trust News, 19 ตุลาคม 2569
เราต่างรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นเหตุการณ์ เผาบ้าน เผาเมือง ปล้นสะดม เกิดขึ้นในประเทศแห่งสัญลักษณ์ “ประชาธิปไตย” ที่เมืองน้ำหอม ประเทศฝรั่งเศส
เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ ทำไม ผู้คนมากมายกว่า “ครึ่งล้าน” ถึงออกมาประท้วง และกระทำการอันป่าเถื่อน และบ้าคลั่ง ขนาดนี้
แต่เมื่อไปรวบรวมข้อมูลดู ก็พบว่า “จุดเริ่มต้น” ของเรื่องนี้ อยู่ในโรงเรียนมัธยม
เมื่อปลายเดือนกันยายน 2026 ที่ Créteil ชานกรุงปารีส ครูของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งหยุดงานประท้วง เพราะคนไม่พอ เงินไม่พอ และอะไรหลายอย่างไม่พอมานานแล้ว
วันรุ่งขึ้นนักเรียนก็ออกมาบ้าง เอาถังขยะไปวางขวางประตูโรงเรียนของตัวเอง ไม่มีใครคิดว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของอะไรใหญ่โต
สิ่งที่เด็กเหล่านั้นเรียกร้องฟังแล้วไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร พวกเขาอยากได้ครูที่มาสอนจริง ห้องเรียนที่ไม่ต้องนั่งเบียดกันสามสิบกว่าคน ตารางเรียนที่ไม่กินชีวิตจนหมด และอาคารที่ไม่ทรุดโทรม
นักเรียนหญิงวัยสิบเจ็ดคนหนึ่งในชานเมือง Saint-Denis เล่าให้นักข่าวฟังว่าห้องน้ำชั่วคราวของโรงเรียนไม่มีน้ำ มีหนูและแมลงสาบ ห้องเรียนชั่วคราวหนาวถึงติดลบห้าองศาในหน้าหนาว และร้อนถึงสี่สิบองศาในหน้าร้อน
มีเด็กอีกคนบอกว่าเธอไม่มีครูภาษาฝรั่งเศสมาเจ็ดเดือน ทั้งที่ปีนั้นต้องสอบวิชานี้
ข้อเรียกร้องเรื่องธรรมดาแบบนี้ เมื่อไม่มีใครฟัง ก็ไม่ได้เบาลงเอง
ข่าวแพร่ไปทางโซเชียลมีเดียเร็วกว่าที่ทางการตั้งตัวทัน จากโรงเรียนเดียวกลายเป็นหลักสิบ จากหลักสิบกลายเป็นหลักร้อย
กระทั่ง วันที่ 1 ตุลาคม กระทรวงมหาดไทย นับได้ว่ามีโรงเรียนมัธยมได้รับผลกระทบมากกว่าหนึ่งพันแห่ง วันเดียวกันนั้นตำรวจจับคนไปเกือบสองพันคน ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่ถูกควบคุมตัวเป็นผู้เยาว์
ถังขยะที่เคยวางขวางประตูเริ่มถูกจุดไฟ เป็นวิธีปิดล้อมที่คนฝรั่งเศสคุ้นเคยจากการประท้วงมาหลายรุ่น แต่ไฟนั้นควบคุมได้ยากกว่าที่คิด มันลามไปที่ประตู ลามไปที่ผนังด้านหน้า และในหลายแห่งลามเข้าไปข้างใน ที่โรงเรียน Nelson-Mandela เมือง Nantes ไฟเผาโถงทางเข้าจนผู้บริหารบอกครอบครัวว่าโรงเรียนคงเปิดอีกไม่ได้จนหลังเทศกาล All Saints ที่ Meaux ไฟไหม้ด้านหน้า โรงอาหารบางส่วน และห้องพักนักเรียนประจำ ผู้อำนวยการประเมินความเสียหายว่าหลายล้านยูโร บางแห่งถูกบุกเข้าไปขโมยของก่อนจะเผา
รัฐมนตรีศึกษาธิการสรุปไว้ในวันที่ 5 ตุลาคมว่า อย่างน้อยยี่สิบสี่โรงเรียนถูกเผาหรือบุกทำลาย
คำถามที่ทุกคนถามคือใครจุดไฟ
คำตอบขึ้นอยู่กับว่าถามใคร รัฐบาลบอกว่าขบวนการนี้ถูก "จี้" โดยกลุ่มซ้ายจัดที่รุนแรง และนายกรัฐมนตรีก็อ้างข้อมูลข่าวกรองชี้ไปที่พรรค La France Insoumise ฝ่ายพรรคและผู้ประท้วงปฏิเสธ บอกว่านี่คือความโกรธที่เกิดขึ้นเอง รัฐบาลกำลังหาแพะ
ผู้อำนวยการโรงเรียนบางคนเล่าว่าคนที่มาเผาประตูโรงเรียนเป็นเด็กสวมหน้ากากชุดดำ ซึ่งไม่ใช่นักเรียนของที่นั่น ในขณะที่ตำรวจเองก็ถูกวิจารณ์หนักไม่แพ้กัน เด็กชายวัยสิบสี่คนหนึ่งขากรรไกรหักหลังถูกยิงแก๊สน้ำตา เด็กสิบหกคนหนึ่งตาบอดข้างขวา และเด็กสิบห้าคนหนึ่งสูญเสียมือไปกับระเบิดควบคุมฝูงชนหน้าโรงเรียน
Amnesty และ Human Rights Watch ออกมาตำหนิว่าใช้กำลังเกินเหตุ รัฐมนตรีมหาดไทยตอบว่าเหมาะสมแล้วในเกือบทุกกรณี
ความจริงอาจอยู่ตรงกลางระหว่างคำบอกเล่าเหล่านี้ และมักเป็นอย่างนั้นเสมอ
ถึงวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม เรื่องของโรงเรียนไปบรรจบกับเรื่องที่ใหญ่กว่า สหภาพแรงงานและกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองเรียกชุมนุมใหญ่เรื่องค่าครองชีพ และนักเรียนก็เข้าร่วมด้วย ตัวเลขผู้ชุมนุมอยู่ระหว่างห้าแสนห้าหมื่นคนตามรัฐบาลไปจนถึงแปดแสนตามผู้จัด ส่วนใหญ่เดินขบวนอย่างสงบ ทางการเองก็ยอมรับเช่นนั้น
แต่ค่ำวันนั้น ภาพที่ออกไปทั่วโลกไม่ใช่ภาพขบวนเดินขบวน
ใน Lyon มีคนสวมฮู้ดทุบทำลายสำนักงานท่องเที่ยว แล้วจุดไฟเผา ใน Marseille ร้านค้าและสถานีตำรวจเทศบาลเสียหาย ผู้ชุมนุมบางส่วนบุกเข้าล็อบบี้ศาลากลาง ในปารีสรถยนต์ถูกเผา แผงหนังสือพิมพ์ไหม้ ร้านค้าหลายแห่งถูกปล้น ส่วนที่ Limoges ศาลากลางเก่าแก่จากศตวรรษที่สิบเก้าถูกไฟคลอกตลอดคืนจนเสียหายเกือบทั้งหลัง รัฐมนตรีมหาดไทยบอกว่าเป็นฝีมือกลุ่มซ้ายจัดที่ตั้งใจเล็งอาคารรัฐ และมีพวกที่อยากปล้นร้านเข้ามาร่วมวงด้วย
ตำรวจราวหนึ่งพันนายบาดเจ็บ เจ็ดนายสาหัส ผู้ถูกจับหลักพัน ในเมือง Nantes ตำรวจหนุ่มอายุยี่สิบสองถูกรถชนเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ แม้คนขับจะไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เขาไปจัดการ ที่ปารีสมีผู้ประท้วงคนหนึ่งเสียชีวิตด้วยหัวใจหยุดเต้น และที่ Saint-Étienne ผู้ประท้วงอีกคนหนึ่งเสียมือไป
ความเสียหายทั้งหมดคิดเป็นเงินเท่าไรยังไม่มีใครบอกได้ มีเพียงตัวเลขเป็นชิ้น ๆ เช่น ภูมิภาค Île-de-France ประเมินว่าเสียหายกว่าหนึ่งล้านยูโรในช่วงแรก และไฟที่ Meaux หลายล้าน แต่สิ่งที่นับเป็นเงินไม่ได้นั้นมีอยู่จริง นักเรียนหลายหมื่นคนไม่ได้เข้าเรียน ครูและผู้อำนวยการบาดเจ็บหลายสิบคน และความเชื่อใจระหว่างเด็กกับรัฐ ระหว่างตำรวจกับถนน ซึ่งยากจะนับเป็นตัวเลขได้
ฝรั่งเศสเคยผ่านเรื่องแบบนี้มาก่อน ปี 1990 นักเรียนมัธยมออกมาประท้วงเรื่องความปลอดภัยและงบประมาณโรงเรียน รัฐบาลตอบด้วยแผนฉุกเฉินและเพิ่มงบการศึกษา ปี 2005 ชานเมืองลุกเป็นไฟเป็นเดือน ทุกครั้งคนฝรั่งเศสพูดเหมือนกันว่านี่คือสัญญาณเตือน แล้วทุกครั้งก็ผ่านไป จนกว่าจะถึงครั้งถัดไป
คราวนี้นายกรัฐมนตรีสั่งให้รัฐมนตรีเสนอคำตอบต่อข้อเรียกร้องภายในสิ้นเดือน ตั้งแต่การหาครูแทนคนที่ขาดไปจนถึงการซ่อมอาคาร ประธานาธิบดี Macron ออกมาขอให้สงบ ส่วนนักการเมืองที่หวังชิงตำแหน่งในปี 2027 กำลังเริ่มใช้เรื่องนี้เป็นเวทีหาเสียง
ปิดเทอมกำลังจะมาถึง ประตูโรงเรียนจะว่างเปล่า ถังขยะจะกลับไปอยู่ที่เดิม ไฟที่ไหม้ผนังก็จะดับลง แต่สิ่งที่เด็กพวกนั้นเรียกร้องตั้งแต่ต้นคือครู ห้องเรียนที่ไม่แออัด และอาคารที่อยู่ได้ ยังไม่ได้ถูกตอบ ถ้ายังไม่มีใครตอบ ฤดูใบไม้ผลิปีหน้า เด็กรุ่นถัดไปก็จะกลับมายืนหน้าประตูโรงเรียนอีก
สำหรับตัวเลขที่มีการประเมิน คือ กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสคาดว่ามีผู้เข้าร่วมชุมนุมประมาณ 550,000 คน ขณะที่สหภาพแรงงาน CGT ประเมินไว้เกือบ 800,000 คน ตัวเลขแตกต่างกันตามแหล่งที่มา แต่ทั้งสองฝ่ายสะท้อนตรงกันว่า นี่คือการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ที่มีผู้คนจำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจ
ศาลาว่าการที่เหลือเพียงร่องรอยของไฟ
หนึ่งในภาพที่สะเทือนใจที่สุดเกิดขึ้นที่เมืองลิโมจส์ ทางตอนกลางของฝรั่งเศส เมื่อศาลาว่าการเมืองซึ่งเป็นอาคารสถาปัตยกรรมแบบนีโอเรอเนซองส์จากคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถูกไฟไหม้อย่างรุนแรง
เปลวไฟลุกลามไปตามหลังคา ก่อนหอนาฬิกาจะพังถล่มลงมา อาคารเก่าแก่ซึ่งเคยผ่านสงครามโลกสองครั้งกลับได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุความไม่สงบในบ้านเมืองของตนเอง
Reuters รายงานว่า ภาพความเสียหายทำให้ชาวเมืองจำนวนหนึ่งรู้สึกสะเทือนใจ เพราะอาคารแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ราชการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์และความทรงจำร่วมของเมือง
การเผาอาคารรัฐอาจถูกมองได้ว่าเป็นการโจมตีสัญลักษณ์ของอำนาจ แต่ต้องแยกความหมายทางการเมืองออกจากแรงจูงใจที่พิสูจน์ได้ของผู้ก่อเหตุแต่ละคน
สิ่งที่ชัดเจนคือ ไม่ว่าใครจะเป็นผู้จุดไฟ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความเสียหายต่อรัฐบาล หากยังหมายถึงการสูญเสียมรดกทางสถาปัตยกรรมที่คนทั้งเมืองต้องร่วมกันแบกรับ
ความเสียหายที่ไม่ได้จบลงเมื่อไฟดับ
รายงานข่าววันที่ 19 ตุลาคมประเมินว่าธุรกิจทั่วประเทศได้รับผลกระทบราว 1,500 แห่ง และมูลค่าความเสียหายอาจสูงถึงหลายร้อยล้านยูโร
ตัวเลขนี้ยังเป็นการประเมินเบื้องต้น แต่เพียงพอจะสะท้อนว่า เหตุการณ์ไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะอาคารที่ปรากฏในภาพข่าวเท่านั้น
ร้านค้าที่ถูกปล้นต้องสูญเสียสินค้า ผู้ประกอบการต้องจ่ายค่าซ่อมแซม พนักงานบางส่วนอาจไม่สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ และธุรกิจที่ต้องหยุดดำเนินการย่อมสูญเสียรายได้
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนขนาดของเหตุการณ์ แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าใครมีความผิดในคดีใด เพราะการจับกุมเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม
You might be intertested in this news.
Mostview
จิ่งป๋อหราน 4วินาทีกับบทเล็กๆ สู่ท็อปสตาร์ที่แสนเบาสบาย (ชมคลิป)
จิ่งป๋อหราน 4วินาทีกับบทเล็กๆ สู่ท็อปสตาร์ที่แสนเบาสบาย (ชมคลิป)
สถานเอกอัคราชทูตสหรัฐฯ จัดงาน American Fair ปิดท้าย กทม. 23-25 ต.ค.นี้
สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย จัดงาน American Fair ปิดท้ายที่กรุงเทพฯ เพื่อฉลองครบรอบ 250 ปีสหรัฐอเมริกา 23–25 ตุลาคม 2569 ที่ ณ พาร์ค พารากอน และ SCBX Next Tech พบกิจกรรมสนุกๆ และสินค้ามากมาย
รีวิวหนัง Runner คู่หูบู๊เดือด หุ่นล้ำบึ้ก ตีบทแตก
พี่บึ้ก…โคตรคน ชนนรก หนัง อเมริกัน ที่ไปถ่ายทำ ออสเตรเลีย เล่าถึง พระเอก สุดบึ้ก อดีต ทหารเก่า ที่พยายาม ปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น มารับงานส่งของ แต่กลับต้องเจอ ปัญหา เมื่องานที่ได้รับมานั้น มาพร้อมกับการไล่ล่า
ทอ.ชูแผน 10 ปี ลดเหลือ 3 ฝูงบิน เน้นคุณภาพ ใช้ระบบ Barak MX ป้องกันทางอากาศ
ผบ.ทอ.แถลง แผนปี 70-71 ให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณทั้งกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยี โดยอีก 10 ปี ลดเหลือ 3 ฝูงบินรบหลัก ใช้ระบบ Barak MX ป้องกันภัยทางอากาศ และจะจัดหาต่อในระยะที่ 2 ยกระดับยุทธการ-บัญชาการรบร่วม รับมือภัยคุกคามยุคใหม่
เปิดไลน์อัป วิทยากรกว่า 60 คน บนเวทีงาน CP Innovation Exposition 2026
เครือซีพี เผยรายชื่อวิทยากรกว่า 60 คน รวมเอาผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกถึงผู้ประกอบการแบรนด์ดัง ในงาน CP Innovation Exposition 2026 ร่วมเปิดโลก AI หุ่นยนต์ ดาวเทียมและอาหารแห่งอนาคต พร้อมเจาะแนวคิดนวัตกรรมสร้างธุรกิจ สนุกกับ Future Fest 20 – 22 ต.ค.69
ข่าวที่เกี่ยวข้อง