กลยุทธ์การลงทุนไตรมาส 3 Q25 เน้นกลุ่มปัจจัยพื้นฐานดี
by Trust News, 12 มิถุนายน 2568
กลยุทธ์การลงทุนไตรมาส 3 Q25 เน้นกลุ่มปัจจัยพื้นฐานดี
จากการวิเคราะห์มีหุ้นที่มีลักษณะสำคัญ 5 อย่างที่เชื่อว่า จะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดใน 3Q25
1) บริษัทที่มีงบดุลแข็งแกร่ง ซึ่งสามารถรับมือต่อความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความท้าทายที่หลากหลายได้
2) กลุ่มหุ้นเชิงรับและมีรายได้จากตลาดภายในประเทศในสัดส่วนสูง ซึ่งสามารถป้องกันความผันผวนจากภายนอกได้ และให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง
3) Large-cap ที่มี valuation สมเหตุสมผลและกำไรเติบโต ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและวงจรขาขึ้นของอุตสาหกรรม
4) ได้ประโยชน์จากโมเมนตัมเชิงบวกของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
5)ได้ประโยชน์จากความตึงเครียดทางการค้าทั่วโลกและแรงกดดันจากภาษีนำเข้าที่ลดน้อยลง
ช่วงเลวร้ายที่สุดผ่านไปแล้ว :
สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศต่างๆ ได้ผ่านจุดสูงสุดของความรุนแรงแล้ว โดยมีสัญญาณผ่อนคลายที่สำคัญ ได้แก่ ข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-จีนที่ลดภาษีลงจาก 125% เหลือ 10% คำตัดสินของศาลการค้าสหรัฐฯ ที่ยุติภาษีครอบคลุม (Universal and Reciprocal Tariff) และประเทศไทยเดินหน้าเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐฯ อย่างจริงจัง
สัญญาณผ่อนคลายทั่วโลกเริ่มปรากฏ ขณะที่ไทยจะได้ประโยชน์จากต้นทุนการกู้ยืมระดับต่ำ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้รัฐบาลไทยระดมทุนเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เมื่อแรงกดดันจากภายนอกลดลง
เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลง :
เศรษฐกิจโลกจะเติบโตชะลอลงประมาณ 0.8% จากผลกระทบของสงครามการค้า โดยเริ่มมีความเสี่ยงมากขึ้น แม้ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกจะดีขึ้นชั่วคราวก่อนสงครามการค้าจะรุนแรง แต่ล่าสุดเริ่มแสดงสัญญาณชะลอลง โดยเฉพาะในยุโรปที่หดตัว
ด้านเงินเฟ้อส่วนใหญ่ลดลงทั่วโลก ยกเว้นบางประเทศเช่น สหรัฐฯ ที่เริ่มแสดงสัญญาณ Stagflation ด้วยเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นสู่ 3.0% ในครึ่งปีหลัง ทำให้นโยบายการเงินจะเป็น Policy Divergence มากขึ้น โดย Fed อาจต้องทำนโยบายการเงินตึงตัวต่อเนื่อง ขณะที่ธนาคารกลางอื่นๆ จะผ่อนคลาย ส่วนจีนเผชิญภาวะเงินฝืด แม้ว่าจะมีมาตรการกระตุ้นจากธนาคารกลางจีน
ประเทศไทยกำลังอยู่บนทางแยกสำคัญ :
ในกรณีฐาน (โอกาส 60%) GDP ไทยจะขยายตัว 1.4% โดยการส่งออกหดตัว -3.0% และมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยเชิงเทคนิคในครึ่งหลังปี ส่วนกรณีดี (โอกาส 40%) หากการเจรจากับสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จและสถานการณ์โลกดีขึ้น GDP ไทยอาจขยายตัวได้ 1.7% โดยการส่งออกจะหดตัวเพียง -0.5% ดังนั้นเส้นตายวันที่ 9 กรกฎาคมจึงเป็นวันสำคัญที่จะชี้ชะตาทิศทางเศรษฐกิจไทย
ต้องใช้นโยบายเชิงรุก :
เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อของไทยอยู่ที่ -0.57% และมีความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยเพิ่มขึ้น การลดอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอีกสองครั้งจึงไม่เพียงพอ
สำหรับงบประมาณปี 2569 แม้จะมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ 157,000 ล้านบาท แต่อาจไม่เพียงพอต่อการรับมือวิกฤต โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐที่ลดลง 7.3% ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้นทุนการกู้ยืมของไทยยังต่ำ (พันธบัตร 10 ปีที่ 1.86% เทียบสหรัฐฯ 4.00%) รัฐบาลควรพิจารณาการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นและสร้างรากฐานการเติบโตระยะยาว
ภายนอกคลี่คลาย ภายในอ่อนแอ :
ความตึงเครียดทางการค้าคลี่คลายลง โดยการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศต่างๆ เป็นปัจจัยสนับสนุนจากภายนอก แต่ความท้าทายภายในประเทศยังคงอยู่จากความไม่แน่นอนทางการเมือง ความขัดแย้งชายแดน และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ไม่ชัดเจน
ปัจจัยภายนอกทำให้ตลาดปรับตัวลดลงถึงระดับต่ำสุด แต่แรงกดดันภายในประเทศจะขัดขวางไม่ให้ตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญจนกว่าจะเห็นความชัดเจน
การครอบงำของดอลลาร์คุกคามตลาดเกิดใหม่ :
ความแตกต่างของนโยบายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนผลักดันให้อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ให้มีช่วงต่างสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1994 โดยท่าทีระมัดระวังของ Fed แตกต่างกันอย่างมากกับท่าทีผ่อนคลายของ ECB และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางในภูมิภาคเอเชีย
ปัจจัยเหล่านี้รวมกันอาจส่งผลทำให้เกิดความเสี่ยงดอลลาร์แข็งค่าและขัดขวางไม่ให้เม็ดเงินไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ แต่อาจจะส่งผลเชิงบวกต่อประเทศที่มีสัดส่วนจากการส่งออกมา
Downside จำกัด แต่การปรับตัวขึ้นแรงเป็นไปได้ยาก :
SET Index ปรับตัวลงถึงจุดต่ำสุดแล้ว โดยมี downside risk จากปัจจัยภายนอกค่อนข้างจำกัด เนื่องจากอยู่ในภาวะ oversold และสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าลดลง
แต่การปรับตัวขึ้นแรงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากจำเป็นต้องมีปัจจัยกระตุ้น 3 อย่างรวมกัน : การผ่อนคลายนโยบายการเงินเชิงรุกมากกว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ และสภาพคล่องที่ปรับตัวดีขึ้น เพื่อเบรคกรอบ sideways ขึ้นมา
เลือกหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานดี :
เลือกหุ้นเด่นที่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง คุณภาพสูง valuation สมเหตุสมผล และได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน หุ้นเด่นสำหรับ 3Q25 ของเรา คือ BCH CPF DIF MTC และ SCC
อ้างอิง : บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) , กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์
You might be intertested in this news.
Mostview
สลด! อดีต ปธ.บริษัทโลจิสติก ยิงลาโลกพร้อมภรรยา ทิ้งจดหมายสั่งเสีย
เหตุสลด อดีตประธาน บริษัทโลจิสติก ชื่อดัง ลั่นไกยิงภรรยา ก่อนยิงตัวเองเสียชีวิตทั้งคู่ คาบ้านพักหรูย่านบางชัน พบจดหมายสั่งเสียวางไว้บนโต๊ะ...
ช็อกคนญี่ปุ่น พ่อเลี้ยงสารภาพฆ่า เด็กชาย 11 ขวบ ก่อนย้ายศพหมกป่าหนีตำรวจ
ปิดฉากการค้นหา 3 สัปดาห์ คดีเด็กชายวัย 11 ปีหายตัวที่เกียวโต สุดท้ายพบเป็นศพกลางป่า ขณะที่ ต้องพบความจริงที่เจ็บปวด เมื่อพ่อเลี้ยงหนุ่มจำนนต่อหลักฐาน รับสารภาพช็อกคนทั้งญี่ปุ่น 'ผมเป็นคนทำเอง' เผยพฤติกรรมสุดอำมหิต ย้ายศพหนีการค้นหาของตำรวจนับพันนาย
"หงส์แดง" เศร้า! อเล็กซ์ แมนนิงเกอร์ อดีตโกลทีมชาติออสเตรีย เสียชีวิตวัย 48 ปี
สโมสรลิเวอร์พูลออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของ อเล็กซ์ แมนนิงเกอร์ (Alex Manninger) อดีตผู้รักษาประตูมากประสบการณ์ที่เสียชีวิตลงด้วยวัย 48 ปี (1977-2026) ...
ผลการศึกษาชี้ "รถไฟฟ้าสายสีเขียว 20 บาท" ทำได้จริง ชง กทม.ดำเนินการใน 1 ปี
สภาผู้บริโภค-ม.ศรีปทุม เปิดผลศึกษารถไฟฟ้าสายสีเขียวหลังหมดสัมปทานปี 2572 ยืนยัน ค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายแบบ 2 โมเดล ทำได้จริง เล็งเสนอพร้อมคู่มือการเปลี่ยนผ่านสัมปทาน ให้กรุงเทพมหานครพิจารณา หวังดำเนินการได้ใน 1 ปีช่วยลดค่าเดินทางประชาชน
เบื้องหลัง “สากสังหาร" คดีนองเลือดในร้านตัดผม
เบื้องหลัง “สากสังหาร" คดีนองเลือดในร้านตัดผม กับคำอวดเมีย 28 คน! และความจริงในการที่มีการจัดฉากป้องกันตัว เพื่ออำพรางการฆาตกรรม? ...
ข่าวที่เกี่ยวข้อง