การบินไทยกำไรปี 68 ถึง 3.09 หมื่นล้าน ขยายตลาดเส้นทางจีน-อินเดีย ตั้งเป้าโต 5%
by Trust News, 26 กุมภาพันธ์ 2569
การบินไทยโชว์ปี 2568 รายได้กว่า 1.9 แสนล้านโต 1.2% กำไรเกือบ 3.09 หมื่นล้านบาท โดยปี 2569 ตั้งเป้ารายได้โตอีก 5% เล็งทำตลาดจีน อินเดีย ที่ยังเปิดกว้าง พร้อมเสริมฝูงบินให้เพียงพอทั้งซื้อใหม่ และเช่ามือ 2 ขณะที่ แจง ขนชิ้นส่วนเอฟ-35 ทำตามระเบียบทุกขั้นตอน
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงานสำหรับปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ดังนี้
บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว 190,277 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากปี 2567 และคิดเป็นสัดส่วน 103.4% ของปี 2562 ก่อนการระบาดของโควิด-19 เป็นรายได้จากกิจกรรมขนส่งผู้โดยสารที่เติบโต 0.5% โดยในปี 2568 มีค่าใช้จ่ายไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว 149,438 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% จากปี 2567 ตามปริมาณการผลิตและ/หรือปริมาณการขนส่ง จำนวนเที่ยวบิน และผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าค่าน้ำมันเครื่องบินลดลงตามราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ปรับลดลง ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงินไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (EBIT) เป็นเงิน 40,839 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน จำนวน 676 ล้านบาท และมี EBITDA 53,880 ล้านบาท
ในปี 2568 มีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวของบริษัทฯ และบริษัทย่อยสุทธิเป็นรายได้ 782 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากกำไรจากการยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องบิน กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าจากตราสารอนุพันธ์ ปรับปรุงประมาณการไมล์หมดอายุ และผลขาดทุนจากการด้อยค่าซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน TFRS 9 นอกจากนี้ มีต้นทุนทางการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 (TFRS 9) จำนวน 13,154 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 30,940 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.09 บาท เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ขาดทุนต่อหุ้น 6.26 บาท
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เปรียบเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวม 304,059 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% มีหนี้สินรวม 228,147 ล้านบาท ลดลง 7.6% ส่วนของผู้ถือหุ้น 75,912 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30,323 ล้านบาท และจากผลประกอบการที่มีกำไร บริษัทฯ มีเงินสด รวมตั๋วเงินฝาก เงินฝากประจำ และหุ้นกู้ ที่มีระยะเวลาครบกำหนดชำระมากกว่า 3 เดือน แต่ไม่เกิน 12 เดือน จำนวน 123,560 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,571 ล้านบาท
ในปี 2568 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) เพิ่มขึ้น 8.3% มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ย 79.2% สูงกว่าปี 2567 ที่เฉลี่ยเท่ากับ 78.8% มีจำนวนผู้โดยสารที่ทำการขนส่งรวมทั้งสิ้น 16.46 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.0% มีปริมาณการผลิตด้านการขนส่งสินค้า (ADTK) สูงกว่าปีก่อน 9.7% ปริมาณการขนส่งสินค้า (RFTK) สูงกว่าปีก่อน 8.3% อัตราส่วนการขนส่งสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ยเท่ากับ 51.3%
ปัจจุบันบริษัทฯ มีอากาศยานที่ใช้ทำการบินรวมทั้งสิ้น 80 ลำ แบ่งเป็นแบบลำตัวกว้างจำนวน 59 ลำ และลำตัวแคบ จำนวน 21 ลำ ที่รวมถึงอากาศยานแบบ Airbus A321neo จำนวน 1 ลำ ที่ใช้เครื่องยนต์ที่ทันสมัยและส่งเสริมความยั่งยืน โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และรองรับการใช้เชื้อเพลิง SAF
นอกจากนั้น ในตารางการบินฤดูร้อนปี 2569 การบินไทยพร้อมให้บริการเที่ยวบินสู่ 62 เส้นทางบินทั่วโลก รวมถึงการเพิ่มจุดบินใหม่เส้นทางกรุงเทพฯ - อัมสเตอร์ดัม ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางประเทศจีนและอินเดียเพื่อตอบสนองความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นของผู้โดยสาร ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป
แผนการจัดการฝูงบินในปี 2569
ปี 69 การบินไทย รอมอบโบอิ้ง 787-9 ใหม่ จำนวน 45 ลำใช้เครื่องยนต์ จีอี ทั้งหมด หลังจากบอร์ดผ่านอนุมัติสั่งซื้อไปแล้วเมื่อปี 2568 โดยเครื่องสั่งใหม่จะเริ่มมากลางปี 2571 แต่ในระหว่างที่รอเครื่องใหม่
ส่วนในปี 2569 นอกเหนือจากเครื่องลำตัวแคบ แอร์บัส A321neo ที่สั่งเครื่องใหม่มา เมื่อถึงช่วงกลางปีน่าจะมารวม 14 ลำ
ในด้านฝูงบินเครื่องใหญ่ จะมีหาเพิ่มเช่า 10 ลำเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 787-8 มือสองที่นำมาปรับปรุง ให้ได้มาตรฐาน เครื่องลำตัวกว้างของการบินไทย เราเช่ามาเอามาทดแทน 787-8 ที่จอดเพราะไม่มีเครื่องยนต์ ตรงนี้เป็นปัญหาอุตสาหกรรม ที่เครื่องยนต์โรลซ์รอยซ์ ไม่สามารถส่งมาตามนัด ตอนนี้จอด 3 ลำ แต่จะดีขึ้นช่วงเม.ย.แต่ว่ามันท้าทายการบริหารจัดการช่วงพีคซีซั่นส์ นอกจากนี้ เครื่องบินใหม่ โบอิ้ง 787-9 จำนวน 4 ลำ ที่จะมาปลายปี จะมาเติมเพื่อให้เครื่องบินฝูง 787 เพียงพอปฏิบัติการ แบบที่สลับจอดรอเครื่อง
สัดส่วนรายได้จากเส้นทางบิน และ โอกาสการทำธุรกิจใหม่ๆ
โอกาสใหม่ เส้นทาง อินเดีย จีน มีโอกาสอยู่ที่ผ่านมาเขาบินผ่าน ฮ่องกง มาเลย์ สิงคโปร์ เราก็พยายามปรับให้มาเมืองไทย วันนี้เราเห็นอิทธิพลจีนในอินเดีย ก็เป็นโอกาสของการบินไทยที่เชื่อม 2 ประเทศ เราไม่กลัวการแข่งกับเส้นทางบินตรง แต่ วันนี้ผู้ดดยสารต้องการทางเลือกที่คุ้มค่ามากขึ้น
ทั้งหมดนี้ คือ การเชื่อมเครือข่ายการบินที่ไม่กระทบเส้นทางบินตรงอินเดียกับจีนของเรา เราก็ให้คนอินเดียมีตัวเลือกบินทีจี เวีย กรุงเทพฯ ไปจีนในราคาที่เราแข่งขันได้ซึ่งเครื่องบินที่จะเอามาดึงดูดเรามีแล้ว คือ A321neo ที่รับเข้ามาใหม่ จะตอบสนองตลาดนี้ได้
สัดส่วนรายได้
เอเชีย 50%
ยุโรป 35%
ออสเตรเลีย 10%
ในประเทศ 5%
เทรนด์การเติบโตของตลาดเอเชียแปซิฟิก 6-7% การบินไทยเราคาดว่าจะโต 5% ในปี69 และเราพยายามรักษาเคบินแฟคเตอร์เฉลี่ยไว้ 80% กับเครื่องบิน 102 ลำ ตอนนี้ความจุก็กลับมาใกล้เคียงก่อน โควิด-19 เราใช้เวลา 6 ปีในการกลับมาสู่จุดเดิมเราเคยบินขนาดนี้อยู่แล้วครับ
เส้นทางการบินใหม่ปี 2569
กลางปีนี้ การบินไทยจะกลับเปิดเส้นทางบินตรง ไป-กลับ กรุงเทพฯ - อัมสเตอร์ดัม ปลายปีนี้จะกลับไปบินตรง ไป-กลับ กรุงเทพ-โอ๊คแลนด์ จุดหมายปลายทางเหล่านี้ไม่ใช่เส้นทางบินใหม่ แต่เราเคยบินมาก่อนยุคโควิดแล้วหยุดไป ทั้ง 2 เส้นทางเราเคยบินมาก่อนอยู่แล้ว
การบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจ
สำหรับการบินไทย ความเสี่ยง ขณะนี้ คือ เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ เราจึงต้องกระจายการหารายได้ ไปในหลายพื้นที่ ไม่พึ่งพาแค่ภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง
การแข่งขันในตลาดที่เพิ่มขึ้น เรามีอัตราการเติบโต และความจุที่น้อยกว่าตลาด เรามีของขายน้อย ขู่แข่งกดดันมากกว่า
ตลาดการท่องเที่ยวไทย มีการเติบโตที่ดีแม้ยังไม่รวมนักท่องเที่ยวจีน วันนี้เราเห็นนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวไทยมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี
เรื่องราคาน้ำมัน มีการบริหารให้อยู่ในกรอบที่เรารับได้ คำนึงต้นทุนแข่งกับสายการบินคู่แข่ง
บุคลากร นักบิน ลูกเรือ มีการรับเพิ่มเพื่อให้เพียงพอกับเส้นทางและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น
ชี้แจงประเด็น ดราม่า เครื่องบินการบินไทยขนอะไหล่ เอฟ-35 อิสราเอล
ประเด็นที่ในโลกโซเชียล กล่าวหาว่า การบินไทยขนชิ้นส่วนเอฟ-35 ไปส่งอิสราเอล เพื่อโจมตีฉนวนกาซ่า ขอชี้แจงว่า การให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศ หรือ คาร์โก้ มีทั้งที่การบินไทยขายเอง และการขายจากพันธมิตรคู่ค้าของการบินไทย ที่ต้นทางไม่ได้ขายเอง เขาขายแล้วมาส่งขึ้นเครื่องบินการบินไทย เรารับขนเป็นคาร์โก้ตามมาตรฐาน ฝั่งของเรามีการดูสำแดงสินค้าในใบชิปเมนท์ หน้าที่ตรวจเป็นของศุลกากรปลายทาง เราไม่มีอำนาจในการเปิดของดู ทำได้เพียงเอ็กซเรย์ดูว่าไม่มีวัตถุระเบิด หรือ วัตถุอันตราย
ชิ้นส่วนอะไหลอากาศยาน หรื อ รถยนต์ อะไรที่ไม่ใช่วัตถุระเบิดเราขนได้ เราไม่รู้หรอก ว่าชิ้นส่วนที่เป็นโลหะนั้น คือ อะไร เรื่องนี้เราพูดได้ไม่เต็มปาก หลังจากนี้ก็ต้องมีมาตรการ ไปหารือกับคู่ค้า วันนี้กระแสมี 2 ทาง คนที่เข้าใจกระบวนการก็เข้าใจ แต่เราไม่อยากไปอยู่ในกลางวงขัดแย้ง พยายามระมัดระวัง.
You might be intertested in this news.
Mostview
ย้อนประวัติศาสตร์จากละคร "สอดสร้อยมาลา" ช่วงปี พ.ศ.2500 เกิดอะไรขึ้นบ้าง
ไม่มีปีไหนในประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ที่จะเต็มไปด้วยความย้อนแย้งเท่าปี พ.ศ. 2500 เมื่อมหาพิธีฉลอง 25 พุทธศตวรรษอันยิ่งใหญ่ ถูกจัดขึ้นท่ามกลางสมรภูมิการเมืองที่ดุเดือดที่สุด นี่เป็นเรื่องราวสำคัญ ที่ถูกสะท้อนภาพลงในละคร "สอดสร้อยมาลา" ทางช่อง One
รีวิวหนัง Hungry มันเด้งขึ้นมาแดก พล็อตเดิมๆ เพิ่มเติมมันคือ ฮิปโปฯ
ก่อนเดินเข้าสู่โรงหนัง เพื่อดู “Hungry” หรือในชื่อไทย “มันเด้งขึ้นมาแดก” นั้น ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพียงแต่ต้องการความตื่นเต้นและแปลกใหม่ ว่า “ฮิปโปฯ” จะกลายเป็นสัตว์นักล่า ได้อย่างไร ...
"ขอโทษ...ผมโดนรุม" สรุปคดี ตชด.ปืนดุยิงดับวิน 2 ศพ ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ?
ถือเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ สำหรับ คดี ยิงดับวิน จยย. 2 ศพ และบาดเจ็บ 1 ที่ตลาดห้วยขวาง ที่ตอนแรกนั้น เราอาจจะไม่ทราบว่าจุดเริ่มต้น มันอยู่ตรงไหน เห็นแต่เพียงภาพ ประชาชนแตกตื่น และวิ่งหลบกระสุนอย่างอลม่านแต่เมื่อ มีการเปิดเผยภาพ วงจรปิดในเวลาต่อมา ...
เจาะเล่ห์ ‘ทนายจิตตรี’ จากซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ วิถีเลือดเย็นที่กลั่นจากสังคมไทย
ถือเป็นซีรีส์น้ำดีอีกเรื่อง ที่สะท้อนสังคมไทยอย่างถึงแก่น สำหรับเรื่อง “ทนายปีศาจ” ซีรีส์ 10 ตอนของ Netflix ที่กล้า “หยิบจับ” ประเด็นที่สังคมไทยมานำเสนอ....
ทรู-ดีแทค จับมือร้านดัง เสิร์ฟเมนูพิเศษ จัดเต็มส่วนลดให้ลูกค้าเติมเงินเมียนมา
แค่กินอาหารถิ่นก็เหมือนกลับบ้าน ทรู-ดีแทค จับมือร้านดังที่การันตี อาหารเมียนมา 5 ดาว จัดเต็มส่วนลดและ เมนูพิเศษ ให้ลูกค้าเติมเงินชาวเมียนมา ได้อิ่มอร่อยกับอาหารบ้านเกิดทั่วไทยตลอดปี 2569 กับแคมเปญ “ร้านอาหารเมียนมาอร่อย 5 ดาว อร่อยและคุ้มค่าทรูดีแทคแนะนำ”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง