วันอาทิตย์, มีนาคม 22, 2569

สศท.9 ชู "กระท้อนนาปริก" สินค้า GI สตูล มุ่งยกระดับคุณภาพ ผลักดันสู่ตลาดโลก

by Trust News, 27 มิถุนายน 2568

ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 สงขลา แนะนำ สินค้า GI สตูล กระท้อนนาปริก ปลูกกันกว่า 30 ปีโดยเกษตรกรที่พิถีพิถันจนทำให้กระท้อนอร่อย เนื้อหนานุ่ม ปุยหุ้มเมล็ดหนาฟูไม่เหนียว รสหวานเฉพาะต่างจากที่อื่น เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่มุ่งยกระดับคุณภาพสู่ตลาดโลก

นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 สงขลา (สศท.9) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระท้อนนาปริก หรือ Kra Ton Na Prik Satun เป็นกระท้อนพื้นเมืองที่ปลูกในพื้นที่ บ้านนาปริก ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล มีประวัติการปลูกมายาวนานกว่า 30 ปี ในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุ มีน้ำใต้ดินที่มีคุณภาพ มีแหล่งน้ำที่เหมาะสมแก่การปลูก ประกอบกับเกษตรกรในพื้นที่มีความเชี่ยวชาญในการปลูก พิถีพิถัน และพัฒนาผลผลิตมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กระท้อนนาปริกสตูลมีรสชาติหวานอร่อย เนื้อหนานุ่ม ปุยหุ้มเมล็ดหนาฟูไม่เหนียว รสชาติหวาน มีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่นแตกต่างจากกระท้อนในพื้นที่อื่น จึงได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 นับเป็นสินค้า GI สำคัญของจังหวัดที่ขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล ด้าน Soft Power ผลไม้ไทย สร้างมูลค่าให้จังหวัดกว่า 15 ล้านบาท/ปี สร้างรายได้ให้เกษตรกร ในพื้นที่ และมีการขยายผลไปสู่การเชื่อมโยงท่องเที่ยวชุมชน

จากการติดตามของ สศท.9 พบว่า เกษตรกรในพื้นที่เริ่มปลูกกระท้อนตั้งแต่ปี 2537 และได้รับความนิยมปลูกเพิ่มขึ้นในปี 2562 - 2563 ปัจจุบันเกษตรกรมีการปรับวิธีการปลูกกระท้อนแบบเชิงเศรษฐกิจมากขึ้น โดยปลูกแบบสวนเชิงเดี่ยว มีการคิดค้นการวางผังปลูกและการวางระบบน้ำเพื่อคุณภาพของผลผลิต พบปลูกในพื้นที่อำเภอควนโดน และอำเภอควนกาหลง เกษตรกรปลูกจำนวน 5 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์อีล่า พันธุ์ปุยฝ้าย พันธุ์นิ่มนวล พันธุ์เขียวหวาน และพันธุ์ทับทิม เกษตรกรนิยมปลูกพันธุ์อีล่าและพันธุ์ปุยฝ้าย ซึ่งเป็นพันธุ์ทางการค้า และเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เนื่องจากมีผลโต เนื้อหนานุ่ม ปุยหุ้มเมล็ดสีขาวหนาฟู เมื่อผลสุกจัดจะมีรสชาติหวาน ค่าความหวานอยู่ในช่วง 11 – 19 องศาบริกซ์ มีน้ำหนักเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 0.4 กิโลกรัม/ผล และผลใหญ่มีน้ำหนักรวมถึง 2 กิโลกรัม

กระท้อนสามารถปลูกได้ตลอดปี แต่ช่วงปลูก ที่เหมาะสมคือช่วงต้นฤดูฝน เดือนพฤษภาคม – มิถุนายน เนื่องจากมีแหล่งน้ำใต้ดินจำนวนมาก ปริมาณน้ำเพียงพอ และมีความชื้นที่เหมาะกับการปลูกกระท้อน เริ่มให้ผลผลิตครั้งแรกหลังจากปลูกประมาณ 3 – 5 ปี ขึ้นอยู่กับพันธุ์ การดูแล และสภาพอากาศ ให้ผลผลิตเต็มที่ในช่วงอายุ 7 – 20 ปี และสามารถให้ผลผลิตได้มากกว่า 30 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา ทั้งนี้ กระท้อนจะเริ่มออกดอกในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ของปีถัดไป และเก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคมของทุกปี

สำหรับฤดูกาลผลิตกระท้อนนาปริก จ.สตูล ปี 2568 (ข้อมูลจากการประชุม Focus Group ประเมินข้อมูลและติดตามคาดคะเนสถานการณ์ผลไม้ระดับจังหวัด ครั้งที่ 2/2568) คาดว่า มีเนื้อที่ปลูกรวม 196 ไร่ เกษตรกรผู้ปลูก 72 ครัวเรือน ให้ผลผลิตรวม 178 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 990 กิโลกรัม/ไร่/ปี ผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุดช่วงเดือนกรกฎาคม คิดเป็นร้อยละ 63.58 ของผลผลิตกระท้อนนาปริกทั้งหมด ราคาที่เกษตรกรขายได้ช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาด (ราคา ณ พฤษภาคม 2568) แบ่งตามเกรด ดังนี้ เกรด A (ขนาดจัมโบ้) ขนาดผล 0.8 กิโลกรัมขึ้นไป ราคากิโลกรัมละ 100 บาท และเกรด B ขนาดผล 0.4 – 0.8 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 70 - 80 บาท เกษตรกรจะขายแบบผลสด ร้อยละ 90 และ ขายแบบแปรรูป ร้อยละ 10 เป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้แก่ กระท้อนทรงเครื่อง น้ำพริกกระท้อน และกระท้อนลอยแก้ว ด้านสถานการณ์ตลาดผลผลิตส่วนใหญ่ ร้อยละ 80 ขายในตลาดท้องถิ่น/ผู้บริโภคโดยตรง เช่น จำหน่ายในงานเทศกาลอาหารและผลไม้ของดีจังหวัดสตูล ร้อยละ 10 จำหน่ายให้พ่อค้าที่มารับซื้อ และร้อยละ 10 จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพจ Facebook กระท้อนนาปริก “สโตยสตูล”

ทั้งนี้ กระท้อนนาปริกสตูลนับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด เตรียมผลักดันให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ อีกทั้งยังเป็นสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีการถ่ายทอดเทคนิคและวิธีการปลูกจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อคงคุณภาพที่ดีและความเป็นเอกลักษณ์จนถึงปัจจุบัน กระท้อนนาปริกจึงได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยใน ปี 2568 สำนักงานเกษตรจังหวัดสตูลมีโครงการส่งเสริมการปลูกไม้ผลอัตลักษณ์ เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการยกระดับการผลิตและเพิ่มมูลค่าไม้ผล อัตลักษณ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการผลิตไม้ผลอัตลักษณ์ มีการจัดอบรมหลักสูตรเทคโนโลยี การผลิตไม้ผลคุณภาพ และสนับสนุนปัจจัยการผลิต อาทิ ต้นพันธุ์กระท้อนคุณภาพ ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด

อีกทั้งสำนักงานพาณิชย์ จังหวัดสตูล มีนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก คุ้มครองสินค้าท้องถิ่นชุมชนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในพื้นที่แหล่งผลิตสินค้าในแต่ละท้องถิ่น สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ตลอดจนส่งเสริมการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้าเพื่อสร้างความเชื่อมั่น แก่ผู้บริโภค และขยายช่องทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องเครื่องหมายการค้า ความรู้เรื่องการเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยบรรจุภัณฑ์ พร้อมทั้งมีกิจกรรมระดมสมองและสำรวจความต้องการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้า เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความเหมาะสม ดึงดูดผู้ซื้อให้สนใจมากยิ่งขึ้นต่อไป.


You might be intertested in this news.

Mostview

รีวิว ซีรีส์จีน “ล่าหยก” รบ รัก ฟิน “จางหลิงเฮ่อ” หล่อทุกองศา

เชื่อว่าหลายคน เวลานี้กำลังติดกันแบบงอมแงม สำหรับ ซีรีส์จีนเรื่อง “ล่าหยก” กับเรื่องราวการพิสูจน์รักแท้ท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือด นำแสดงโดยสองซูเปอร์สตาร์แห่งเอเชีย....

Google Maps 2026 อัปเดตใหญ่ฉลาดขึ้น ผสานพลัง GEMINI ให้ AI ช่วยวางแผนเดินทาง

ใครที่ใช้ Google Map บ่อยมีข่าวดี ล่าสุด Google เพิ่งอัปเกรดครั้งที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปี โดยการนำ Gemini AI เข้ามาฝังไว้ในแอปแบบเต็มตัว รอบนี้ไม่ใช่แค่บอกทางแม่นขึ้น แต่ยัง "คุยรู้เรื่อง" และ "เห็นภาพสมจริง" กว่าเดิม มีอะไรเปลี่ยนไปบ้างเราสรุปมาให้แล้ว

ซีรีย์แนวตั้ง Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล ชงเข้มๆ ชิปเปอร์ฟินทุกตอน

ผ่านมาหลาย EP. เรียกได้ว่าชงเข้มๆ ทุกตอนกับซีรีย์แซฟฟิคแนวตั้ง Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล ที่มีน้องๆ BNK48 และ CGM48 มาร่วมแสดงมากมาย แต่สำหรับผมที่ชิปคู่ "ไม้พิณ" น้องแพรว และโมเน่ต์ บอกเลยว่า ยิ่งดูยิ่งอิน และฟินแน่นอน

NTT DOCOMO จับมือ ทรูวิชั่นส์ เสิร์ฟคอนเทนต์ญี่ปุ่น ลงแอปฯ True Visions Now

NTT DOCOMO จับมือ TrueVisions ส่งคอนเทนต์พรีเมียมจาก Lemino Japanese Collection ดูผ่านแอปฯ TrueVisions NOW ให้ดูฟรีเริ่ม 25 มี.ค.69 เฟสแรก ซีรีส์ญี่ปุ่น 125 เรื่อง ดูเต็มอิ่มรวม 1,500 ตอน พร้อมทั้งรายการวาไรตี้ ท่องเที่ยวและอาหาร และรายการญี่ปุ่น Top 10

20 มี.ค.69 เป็น "วันวสันตวิษุวัต" สัญญาณชี้ว่าซีกโลกเหนือเข้าฤดูใบไม้ผลิ

NARIT เผยในวันที่ 20 มี.ค.2569 จะเป็นวัน วันวสันตวิษุวัต ที่ช่วงเวลากลางวันเท่ากับกลางคืน 12 ชั่วโมงเท่ากัน และวันที่ประเทศทางซีกโลกเหนือย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ และประเทศทางซีกโลกใต้ย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง

TrustNEws Line