เกษียณแม่ทัพภาคที่ 2 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ขุนพลแดนอีสาน ผู้ยึดมั่นผลประโยชน์ชาติ
by Trust News, 30 กันยายน 2568
วันนี้ (30 ก.ย.68) ถือเป็นวันเกษียณอายุราชการ “แม่ทัพกุ้ง” หรือ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ผู้ที่มีบทบาทสูงในการสู้รบระหว่าง “ไทย-กัมพูชา” ซึ่งจะบอกว่าเป็น “สงคราม” ก็เรียกว่า ไม่ผิด เพียงแต่เป็นสงครามปกป้องดินแดน
สำหรับ ประวัติ และชีวิต ของ พล.ท.บุญสิน นั้น ชื่อเล่น “กุ้ง” อาจฟังดูเรียบง่าย แต่เส้นทางชีวิตของ พลโท บุญสิน พาดกลาง ไม่ธรรมดา
เขาเกิดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 (ค.ศ. 1965) ที่อำเภอบึงกาฬ เหมือนลูกอีสานผู้ทรงภูมิปัญญาและอดทน แม้ดินแดนบ้านเกิดจะไม่สะดวกสบาย แต่จิตใจลูกผู้ชายมุ่งมั่น
การศึกษาของเขาเริ่มต้นที่โรงเรียนชุมชนบ้านดุง (ประถม) และโรงเรียนบ้านดุงวิทยา (มัธยม) รุ่นที่ 10 เมื่อเข้าสู่เส้นทางทหาร เขาเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 26 และต่อที่โรงเรียนนายร้อย จปร. รุ่นที่ 37 นอกจากนี้ยังผ่านการอบรมหลักสูตรเสนาธิการทหารบก ชุดที่ 77
ในเส้นทางรับราชการ ท่านก้าวผ่านตำแหน่งสำคัญในหน่วยทหารภาคอีสาน — ทั้งผู้บังคับกองพัน กรมทหารราบที่ 3, บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22, เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 3, ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3, ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี
ต่อมาเขาดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 2 และแม่ทัพน้อยที่ 2 ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็น แม่ทัพภาคที่ 2
เขาเข้ารับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 ต่อจาก พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2567
หลายแหล่งข่าวให้ฉายาเขาว่า “แม่ทัพมนต์แคน” เพราะมีหน้าตาใกล้เคียงนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “มนต์แคน แก่นคูณ”
เขามิได้เป็นเพียง “แม่ทัพสายบู๊” ธรรมดา — เส้นทางชีวิตเขาบ่งชี้ว่าเป็นทั้งนักรบ นักวางแผน และนักการทูตในสนามชายแดน
ภารกิจ “แนวหน้า” แม่ทัพภาคที่ 2
เมื่อก้าวขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 หน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ คือดูแลความมั่นคงชายแดน ติดตามข้อพิพาทกับกัมพูชา และคุมทิศทางภาพรวมของกำลังในภูมิภาคอีสาน
หนึ่งในบทบาทโดดเด่นของเขาคือ แนวป้องกัน–ตอบโต้ ในกรณีข้อพิพาทเรื่องปราสาท 3 ปราสาท (ตาเมือนธม) และแนวชายแดนช่องบก ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวทางอธิปไตยที่ถูกหยิบยกขึ้นมาใหม่ในช่วงวิกฤตความสัมพันธ์ระหว่างไทย–กัมพูชา
เมื่อสถานการณ์ตึงเครียด พลโทบุญสินมักปรากฏตัวในบทบาท “ผู้เข้มแข็ง” คอยออกคำสั่ง ควบคุมการเคลื่อนกำลัง และวางแผนการตอบโต้ แม้ในหลายครั้งเขาต้องเดินสายระหว่างโต๊ะเจรจาและแนวหน้าให้ทันเวลา
ตัวอย่างหนึ่ง คือ เมื่อมีการกล่าวถึงการขึ้นศาลโลก พล.ท.บุญสินเคยกล่าวอย่างชัดเจนว่า “แผ่นดินกู อยู่ตรงนี้มานานแล้ว พอ! ถ้าจะเอา ก็ดวลกัน ก็จบ”
เขาย้ำด้วยว่าไม่เคยพูดว่า “ถอย” เพราะในความเข้าใจของเขา บรรพบุรุษรักษาไว้ เขา “ต้องรักษาผลประโยชน์ชาติ”
นอกจากบทบาทกองรบ เขายังแสดงท่าที “อยู่เคียงข้างทหารชายแดน” เสมอ
ในการให้สัมภาษณ์ครั้งหนึ่ง เขากล่าวว่า “ผมเองตอนนี้จะแต่งเครื่องแบบนี้ตลอด เพราะว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น … ผมไม่มีเครื่องหมาย ผมอยู่ในสนาม ก็มีค่าเท่ากับน้องพลทหารคนหนึ่ง”
ไม่ใช่แค่เพียงการพูดเพื่อให้ดูเก๋า แต่เป็นข้อความที่สื่อว่าเขาไม่ได้ยืนอยู่ห่าง ๆ แต่พร้อมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่หน่วยพิเศษที่แนวหน้า
ในช่วงวิกฤติคลิปเสียงนายกฯ–ฮุน เซน ถูกเผยแพร่ พล.ท.บุญสินถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง — เขาเลือก “นิ่งสงบ” ไม่แสดงท่าทีปะทะ พร้อมกับบอกว่า “ผมไม่มีอะไรครับ ผมเข้าใจ” เมื่อนายกฯ โทรมาปรับความเข้าใจ
แม้เงื่อนไขการเมืองจะขมุกขมัว แต่เขามิได้หลบหน้า — เขายังคงปรากฏในพื้นที่ชายแดน ยืนยันว่าจะ “อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ทหารทุกคน” จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ขณะที่บางคนตั้งคำถามว่าเขา “ดีแต่พูด” หรือ “เซฟตัวเองรอหมดวาระ” เขาก็ตอบตรง ๆ ว่าเขาให้คำอธิบายครบถ้วนทุกข้อสงสัย
ตัวตนในถ้อยคำ “แม่ทัพกุ้ง”
ในหลายบทสัมภาษณ์ของเขา เราเห็น “วิญญาณทหาร” แฝงอยู่ในน้ำเสียง ไม่ใช่แค่คำพูดเบา ๆ แต่เป็นประกาศแห่งอำนาจและการยืนหยัด
อาทิ “แผ่นดินกู อยู่ตรงนี้มานานแล้ว ถ้าจะเอา ก็ดวลกัน” หรือ “ผมอยู่ในสนาม ก็มีค่าเท่ากับน้องพลทหารคนหนึ่ง” คำพูดที่สะท้อนความเป็นผู้นำที่ไม่ทอดทิ้งทหารที่อยู่แนวหน้า
“ไม่เคยพูดว่า ‘ถอย’ ต้องรักษาผลประโยชน์ของชาติ” วลีที่ย้ำว่าการยืนหยัดไม่ใช่เรื่องถนอมตัว แต่เป็นจิตวิญญาณของชายชาติทหาร
“ผมไม่มีอะไรครับ ผมเข้าใจ” คำพูดที่ถูกถาม เมื่อมีเกมการเมือง เขาเลือกวาจาที่สงบ แต่ไม่หมายถึงยอมจำนน
ดูเผิน ๆ เขาอาจดู “สายบู๊” แต่ภายใต้ถ้อยคำเหล่านี้ มีการคำนวณ มีการจัดวางจังหวะ มีการเลือกใช้คำให้ผู้ฟังเกรงใจ ไม่ใช่แค่เสียงคำราม แต่เป็นคำสั่งที่ทรงน้ำหนัก
คืนวันเกษียณ ส่งไม้ให้ “รองเติ่ง”
วันนี้คือวันเกษียณราชการของ “แม่ทัพกุ้ง” จุดเปลี่ยนจากบทบาทผู้บัญชาการผู้อยู่แนวหน้า ไปสู่บทบาทผู้เฝ้ามองเบื้องหลัง
ในวงการทหาร กระแสข่าว “ต่ออายุ” เคยลือหนาหู แต่ระบบราชการไทยกำหนดไว้ชัดว่า “เกษียณคือเกษียณ” ต่อให้อยากอยู่ต่อ ก็เป็นไปไม่ได้
นักวิเคราะห์จับตาว่า ผู้ที่จะรับตำแหน่งต่อคือ พล.ต.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ ซึ่งเป็นรองแม่ทัพภาค 2 และเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26
มีความต่างด้านพื้นที่ แม่ทัพกุ้งเติบโตจาก “อีสานเหนือ” ขณะที่รองเติ่งปรากฏว่าคุ้นพื้นที่ “อีสานใต้” มากกว่า ความรู้พื้นที่อาจเป็นข้อได้เปรียบในการรับไม้ต่อ รับมือวิกฤตชายแดน
แต่แม้ชื่อจะเปลี่ยนมือ เส้นทางคือยังต่อเนื่อง ความท้าทายยังอยู่ และใจความคือ “เขมรคุยไม่รู้เรื่อง” ใครจะเป็นแม่ทัพคนใหม่ ต้องกล้าพอจะพูด กล้าพอจะลงมือ
You might be intertested in this news.
Mostview
รีวิว “เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่” ใครไม่ดูถือว่าพลาด
ใครที่ไม่เคยดู “เจาะเวลาหาจิ๋นซี” ในฉบับซีรีส์มาก่อน ก็สามารถซื้อตั๋วดูได้ เพราะจะมีการ “เท้าความเดิม” มาให้ เพื่อเข้าใจง่าย...
รีวิว “เมืองนักสู้” หนังใหม่เซียวจ้าน ที่สนุก ตื่นเต้น จัดเต็ม
เมืองนักสู้ หนังยาว 2 ชม.เต็ม กับความสนุกตื่นเต้น ชนิดไม่อาจกะพริบตา เพราะกลัวจะพลาดฉากสำคัญ ไหนจะต้องอ่าน ซับไทย ด้วย
สวนสัตว์อิชิคาวะ ขอกำลังใจให้ "พันช์คุง" ปรับตัวเพื่อเข้ากับฝูงลิงภูเขา
สวนสัตว์และพฤกษศาสตร์เมืองอิชิกาวะ ชี้แจงลิงน้อย "พันช์คุง" กำลังอยู่ระหว่างปรับตัวเพื่อเข้ากับฝูงลิงภูเขา บางครั้งการสื่อสารอาจมีปัญหถูกดุและกดดันตามธรรมชาติลิง ขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้พันช์ผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ แทนที่จะรู้สึกสงสารหรือเวทนาชะตากรรมของมัน
40 ปี NECTEC มองทางรอดไทย ต้องเปลี่ยนจาก ‘ผู้ใช้เป็นผู้ร่วมสร้าง’ เทคโนโลยี
เนคเทค สวทช.จัดงาน "40 Years NECTEC: Legacy & Beyond" ผลงาน 40 ปีกับการวางรากฐานเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทย พร้อมมองอนาคต ทางรอดจากนี้ ต้องเปลี่ยนจาก ผู้ใช้งาน เป็น ผู้ร่วมสร้าง ท่ามกลางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ผันผวน
บอร์ด กบข. อนุมัติ "ทรงพล" ลาออก เดินหน้าสรรหาเลขาฯ ใหม่สานต่อ ‘เกษียณมีสุข’
ประธานบอร์ด กบข. เผย คณะกรรมการฯ อนุมัติการลาออกของ “ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” จากตำแหน่งเลขาธิการ กบข. เพื่อไปรับหน้าที่ใหม่เป็น ผอ.ธนาคารออมสิน โดยเดินหน้าเปิดรับสมัครเพื่อสรรหาเลขาฯ กบข.คนใหม่ เพื่อสานต่อ "เกษียณมีสุข" ให้ทันไตรมาส 2 ปี 69
ข่าวที่เกี่ยวข้อง