วันพุธ, กรกฎาคม 15, 2569

สนท.ครบรอบ 20 ปี ก้าวบนทศวรรษใหม่ ชู “นิวเคลียร์” เป็นเทคโนโลยีแห่งความหวัง

by Trust News, 15 กรกฎาคม 2569

รองนายกฯ ยศชนัน ร่วมยินดี สทน. ครบรอบ 20 ปีสู่ทศวรรษใหม่ ชู “นิวเคลียร์” เป็นเทคโนโลยีแห่งความหวัง กุญแจสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานสีเขียวของเตาปฏิกรณ์ SMR พร้อมมอบโล่เกียรติคุณ 11 หน่วยงานพันธมิตร ร่วมขับเคลื่อนไทยให้ปลอดภัย-มั่นคงด้วยเทคโนโลยีนิวเคลียร์

เมื่อวันที่ 14 ก.ค.2569 ที่ผ่านมา ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน เฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีแห่งการก่อตั้งสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ภายใต้แนวคิด "Nuclear Technology for Sustainable Future" พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษถึงบทบาทของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต และมอบโล่เกียรติคุณ "TINT Valued Partnership Award" ให้กับหน่วยงานพันธมิตร ที่ได้รับรางวัลจำนวน 11 รางวัล โดยมี รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ นางเพ็ญนภา กัญชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัด อว. ตลอดจนหน่วยงานพันธมิตร เข้าร่วม ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม C โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า สทน. ได้ดำเนินงานก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทย ปัจจุบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาพจำของความรุนแรง หรือสงครามอีกต่อไป แต่เป็น “เทคโนโลยีแห่งความหวัง” ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน และเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดสีเขียว โดยเฉพาะเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก ซึ่งกระทรวง อว. มีหน้าที่สำคัญที่จะต้องสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจถึงวิทยาการด้านความปลอดภัยที่ก้าวหน้าไปมากแล้ว

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวว่า ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีความสามารถด้านการวิจัยพื้นฐานอยู่เป็นจำนวนมาก โจทย์สำคัญในก้าวต่อไปคือการตั้งเป้าหมายว่า เราจะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์เป็นของตนเองได้หรือไม่ หากวันนี้เรายังทำไม่ได้ทั้งหมด เราก็ต้องใช้จุดแข็งด้านความเป็นกลางของประเทศ ขับเคลื่อนผ่านการทูตเชิงวิทยาศาสตร์ (Science Diplomacy) เพื่อแสวงหาความร่วมมือกับนานาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ยุโรป จีน หรือสหรัฐอเมริกา เพื่อเรียนรู้ แลกเปลี่ยนทรัพยากรมนุษย์ สร้างองค์ความรู้ และยกระดับประเทศให้เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) หรือเป็นศูนย์ทดสอบเครื่องมือระดับสากล

"ในปีต่อจากนี้ จะเป็นปีแห่งการรวมพลังของทุกภาคส่วน ทั้งนักวิทยาศาสตร์ วิศวกรนิวเคลียร์ และนักสื่อสารสังคม ที่จะต้องร่วมกันทำงานเพื่อเปิดใจประชาชนให้ยอมรับเทคโนโลยีนิวเคลียร์อย่างมั่นใจ ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะเป็นกำลังสำคัญที่จะนำพาประเทศไทยและโลกใบนี้ ให้หลุดพ้นจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในอนาคตต่อไป" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ด้าน รศ.ดร.ธวัชชัย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา สทน. ได้ดำเนินภารกิจอย่างต่อเนื่องและสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการแพทย์และสาธารณสุข การเกษตรและอาหาร อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการกากกัมมันตรังสี การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรและเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของประเทศด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

ผู้อำนวยการ สทน. กล่าวอีกว่า การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่ศักยภาพ ผลงาน และผลสัมฤทธิ์ของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ไทย สร้างความรู้ ความเข้าใจ และความเชื่อมั่นต่อการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์อย่างปลอดภัยและสันติ ควบคู่กับการประกาศเจตนารมณ์ในการก้าวสู่ทศวรรษใหม่ ภายใต้แนวคิด "20 ปีแห่งนวัตกรรมนิวเคลียร์เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน" เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศสู่การเติบโตอย่างมั่นคงด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมต่อไป

ทั้งนี้ หน่วยงานผู้รับรางวัล "TINT Valued Partnership Award" มี 11 หน่วยงานได้แก่
1.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
2.ภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
3.กรมทรัพยากรน้ำบาดาล
4.สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)
5.โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
6.บริษัท อีสเทิร์นซีบอร์ด เอนไวรอนเมนทอล คอมเพล็กซ์ จำกัด
7.บริษัท รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานไทย จำกัด
8.บริษัท พีที่ที โกลบอลเคมิคอล จำกัด (มหาชน)
9.บริษัท ไทยอินโนฟู้ด จำกัด
10.บริษัท เอเชีย เอ็กโซติค คอร์ปอเรชั่น จำกัด
11.บริษัท สมุนไพรไทย หงษ์ไทย จำกัด


You might be intertested in this news.

Mostview

ไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ยอดตายพุ่ง 27 ศพ นายกฯอนุทิน มาดูพื้นที่แล้ว

ไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ใกล้ศูนย์การค้ายูเนี่ยนมอลล์วอดทั้งร้าน เบื้องต้นตาย 27 ศพ เผยนาทีไฟลุกวาบพุ่งเป็นลำคล้ายไอพ่น ล่าสุด นายกฯ อนุทิน-ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่บัญชากการเอง สั่งเยียวยาเหยื่อเต็มที่ กำชับ พฐ. ตรวจสอบ

ปิดถนนประชาธิปก 3 วันซ่อมน้ำรั่วเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้า ยันไม่กระทบตึกใกล้เคียง

นายกฯ นำทีมลงพื้นที่แยกวงเวียนใหญ่ ตรวจสอบเหตุน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ยันไม่พบการทรุดตัวของอุโมงค์หรืออาคารใกล้เคียง ขณะที่ปิดการจราจรถนนประชาธิปก ขาออก 3 วัน เพื่อให้ทีมวิศวกรและช่างเข้าซ่อมจุดรั่วในอุโมงค์

คืบหน้าถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอย เปิดทางอัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ มาตรวจถนนทรุดบริเวณวงเวียนใหญ่ จากกรณีน้ำรั่วเข้าอุโมงค์รถไฟใต้ดินสายสีม่วงใต้ฯ โดยล่าสุด สั่งรื้อสะพานลอยเพื่อลดแรงกดทับ เปิดทางผู้รับเหมาตั้งเครื่องมืออัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดความเสี่ยงดินทรุด ย้ำต้องเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

สรุป 10 ข้อมูลสำคัญ เหตุดินทรุดพื้นที่ก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่

สรุป 10 ข้อมูลสำคัญ เหตุดินทรุดพื้นที่ก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ โดย ศ.ดร. อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ...

5 โศกนาฏกรรมไฟไหม้ ที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด บทเรียนที่แลกมาด้วยชีวิต

5 โศกนาฏกรรมไฟไหม้ที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด บทเรียนที่แลกมาด้วยชีวิต... และคำถามว่า "เราจำได้จริงหรือไม่"....

TrustNEws Line