วันจันทร์, มิถุนายน 8, 2569

GISTDA เผยภาพดาวเทียมยัน ริมเจ้าพระยา นนท์-ปทุมฯ และ กทม.เจอน้ำท่วมจริงๆ

by Trust News, 10 พฤศจิกายน 2568

GISTDA ชี้ภาพจากดาวเทียมยืนยัน พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมใน “นนทบุรี–ปทุมธานี–กรุงเทพฯ” ไม่รอดน้ำท่วมจริงๆ เตือนเฝ้าระวังให้ดี หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายเป็น 2,900-3,000 ลบ.ม./วินาที ผลกระทบอาจขยายวงกว่านี้ หลังทั่วประเทศโดนน้ำท่วมแล้ว 2.39 ล้านไร่

เมื่อวันที่ 10 พ.ย.2568 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เปิดเผยภาพจากดาวเทียมเปรียบเทียบล่าสุด แสดงให้เห็นถึง “ความแม่นยำ” ของแบบจำลองพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งก่อนหน้านี้ได้คาดการณ์ไว้ว่าหากมีการปล่อยน้ำในอัตรา 2,700-2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ตั้งแต่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไล่ลงมาถึงนนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร เกิดน้ำท่วมในหลายจุด

ภาพซ้ายคือการคาดการณ์ – ภาพขวาคือสถานการณ์จริง อ้างอิงข้อมูลดาวเทียมจาก https://disaster.gistda.or.th/flood : จากการเปรียบเทียบภาพแผนที่ทั้งสองด้าน พบว่า “พื้นที่สีแดงและพื้นที่สีส้ม” ซึ่ง GISTDA เคยคาดการณ์ไว้เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ว่าอาจได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำในระดับ 2,700 – 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีนั้นได้กลายเป็น “พื้นที่สีฟ้า” ตามแผนที่ ณ ปัจจุบัน (10 พฤศจิกายน 2568) ซึ่งหมายถึงน้ำท่วมจริงในพื้นที่นั้นทั้งหมด

ไม่ว่าจะเป็นบริเวณพื้นที่บางส่วนของจังหวัดปทุมธานีอย่าง เทศบาลเมืองปทุมธานี เชียงรากใหญ่ เชียงรากน้อย หรือในพื้นที่บางส่วนของจังหวัดนนทบุรีในอำเภอบางกรวย บางบัวทอง ท่าน้ำนนท์ รวมถึงพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ตอนบน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น เกาะเกร็ด หรือ อำเภอเมืองนนทบุรี ตำบลบางศรีเมือง และบางขนุน หรือแม้แต่กระทั่งพื้นที่บางส่วนของเขตบางพลัดในกรุงเทพมหานคร ซึ่งในขณะนี้น้ำได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าสู่บ้านเรือนและเส้นทางสัญจรแล้วในหลายจุด

สิ่งที่น่าสนใจคือ จากการคาดการณ์ของ เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์จริง แสดงให้เห็นถึงความแม่นยำของการใช้ข้อมูลจากดาวเทียมและเทคโนโลยีอวกาศผสานกับแบบจำลองภูมิประเทศและข้อมูลการระบายน้ำของกรมชลประทาน ทำให้สามารถประเมินแนวโน้มพื้นที่เสี่ยงได้ล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยเฉพาะในพื้นที่ปลายแม่น้ำเจ้าพระยาที่มักได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำช่วงปลายฤดูฝนของทุกปี

สถานการณ์ปัจจุบัน น้ำเหนือยังไม่ลด : การระบายน้ำอาจเพิ่ม

ในขณะที่พื้นที่ตอนล่างกำลังรับมวลน้ำเต็มที่ ล่าสุดกรมชลประทานรายงานว่า ปริมาณน้ำเหนือจากจังหวัดนครสวรรค์และชัยนาทยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ย และมีแนวโน้มหลากลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เขื่อนเจ้าพระยาจำเป็นต้องเพิ่มอัตราการระบายน้ำขึ้นเป็น 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรักษาระดับน้ำเหนือเขื่อนไม่ให้เกินจุดวิกฤต

หากการระบายน้ำเพิ่มขึ้นถึงระดับดังกล่าวจริง จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 20–30 เซนติเมตร ซึ่งจะกระทบต่อพื้นที่ริมฝั่งเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะจุดที่แนวตลิ่งต่ำหรือแนวป้องกันชำรุด หน่วยงานท้องถิ่นในหลายพื้นที่ เช่น เทศบาลนครนนทบุรี เทศบาลเมืองปทุมธานี และสำนักงานเขตบางพลัด รวมถึงพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยงใกล้เคียงอื่นๆ ได้เร่งติดตั้งแนวกระสอบทรายเสริม พร้อมเพิ่มเครื่องสูบน้ำและเฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ประชาชนที่อาศัยในชุมชนริมน้ำได้รับการแจ้งเตือนให้เคลื่อนย้ายของใช้สำคัญไว้ในที่สูง และเตรียมพร้อมในกรณีระดับน้ำสูงกว่าคาดการณ์

การรับมือและบทเรียน : ด้วยภาพจากดาวเทียมที่มีการเปรียบเทียบในครั้งนี้

ไม่เพียงชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นตามคาดการณ์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึง “ศักยภาพของข้อมูลภูมิสารสนเทศ” ในการวางแผนรับมือภัยพิบัติได้อย่างแม่นยำ การใช้ข้อมูลลักษณะนี้ช่วยให้หน่วยงานส่วนกลางและท้องถิ่นสามารถเตรียมการได้รวดเร็ว ลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้มากขึ้น

ทั้งนี้ GISTDA ยังระบุด้วยว่า “ได้วางแผนและติดตามภาพถ่ายจากดาวเทียมต่อเนื่องทุกวัน เพื่อประเมินแนวโน้มพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบเพิ่มเติม หากมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาในระดับ 2,900 ลบ.ม./วินาที ซึ่งอาจทำให้มวลน้ำขยายเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ มากขึ้น โดยเฉพาะแนวแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก”

ขณะที่ข้อมูล 7 วันย้อนหลังในภาพรวมทั้งประเทศตั้งแต่วันที่ 4-10 พ.ย. 68 อ้างอิงข้อมูลดาวเทียมจาก https://disaster.gistda.or.th/flood พบพื้นที่น้ำท่วมแล้วทั้งประเทศ 2,395,366 ไร่ หนักสุดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 442,519 ไร่ พบบ้านเรือนได้รับผลกระทบ 47,729 หลัง ประชากรได้รับผลกระทบแล้วกว่า 704,610 คน พื้นที่นาข้าวเสียหายแล้ว 371,475 ไร่ โรงเรียนได้รับผลกระทบ 104 แห่ง โรงพยาบาล 3 แห่ง และถนน 1,974 สาย

สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้ คือ การบูรณาการข้อมูลร่วมของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง สทนช. GISTDA สสน. กรมชลประทาน และหน่วยงานต่างๆ ทั้งระดับนโยบายและปฏิบัติ เพื่อจัดการมวลน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดผลกระทบและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน พร้อมสร้างการรับรู้ให้ประชาชนได้เตรียมพร้อมและปรับตัวอย่างทันท่วงที.


You might be intertested in this news.

Mostview

โศกนาฏกรรม สรุปคดี ‘น้ององุ่น’ เมื่อเด็กทะเลาะกัน จบด้วยเหตุสลด

ถือเป็นเรื่องเศร้าที่เกิดขึ้นกับเด็กน้อยวัย 7 ขวบ สำหรับ คดีน้ององุ่น ที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ หมู่ 4 บ้านทิโคร่ง ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี หลังหายตัวปริศนา ทำให้คนในพื้นที่ต้องออกตระเวณตามหา ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมา และสุดท้ายได้พบศพ...

กระดกเหล้า-เต้นยั่วข้างเตียงผู้ป่วย “หมอแล็บ” จี้ศูนย์ฯ ดูแลตามบ้านให้เข้มงวด

หมอแล็บ แพนด้า โพสต์ภาพสาวดูแลผู้ป่วย กระดกเหล้า เต้นยั่วอยู่ข้างเตียง คาด เป็นพนักงานดูแลผู้ป่วยตามบ้าน ที่ไม่ได้จบตรงสายงาน จี้ศูนย์จัดการผู้ป่วยให้เข้มงวดมากขึ้น..

บัตรคนจน ยืนยันสำเร็จ 8.4 ล้าน อีก 4.1 แสน ยังต้องลุ้น

รัฐบาลเปิดเช็กสถานะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ยืนยันสิทธิสำเร็จแล้วกว่า 8.45 ล้านราย คิดเป็น 95% อีกกว่า 4.1 แสน ข้อมูลไม่ถูกต้อง ต้องลงทะเบียนใหม่ หรือ รอตรวจสอบ

The Voice 2026 คัมแบ็ก ครั้งแรกกับ “The Voice Teens” ควง 8 โค้ชหาเพชรเม็ดงาม

True5G จับมือ เอ็กซ์ซิท 365 ปลุกตำนาน “เสียงจริง ตัวจริง” พลิกโฉม The Voice 2026 ทุบสถิติถล่มทลายผู้สมัครกว่า 30,000 คนทั่วประเทศ พร้อมประกาศบิ๊กเซอร์ไพรส์ครั้งแรกในไทย คลอดสปินออฟ “The Voice Teens” ดึงวัยรุ่น 13-19 ปี ปล่อยของ พร้อมการปรากฏตัวของ “8 โค้ช

รีวิวหนัง Colony ยึดร่างคลั่ง ความกล้าฉีกขนบหนังซอมบี้

หลังประสบความสำเร็จอย่างสูงกับหนัง “Train to Busan” ผู้กำกับ “ยอนซังโฮ” กลับมาอีกครั้ง กับหนังเรื่องใหม่ Colony หรือในชื่อไทย “ยึดร่างคลั่ง”...

TrustNEws Line