ARDA ชูเพิ่มมูลค่ากระเทียมพื้นบ้าน เป็น กระเทียมดำ ผลิตภัณฑ์พรีเมียมมูลค่าสูง
by Trust News, 3 ธันวาคม 2568
ARDA จับมือ มรภ.ศรีสะเกษ ชูโมเดลแปรรูปกระเทียมพื้นบ้านของศรีสะเกษเป็น "กระเทียมดำ" แก้ปัญหาราคาตกต่ำเพิ่มมูลค่า 15 เท่าราคา 2-3 พันบาท/กก. ชูประโยชน์มากมายมีสารฟีนอลิกและสารฟลาโวนอยด์ ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เล็งต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้พืชเศรษฐกินอื่นๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรไทยเผชิญปัญหาราคากระเทียมตกต่ำเกิดขึ้นมาต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี จึงเกิดโครงการความร่วมมือระหว่าง สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA และ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ เปิดตัวโมเดล “กระเทียมดำศรีสะเกษ” ยกระดับกระเทียมพื้นบ้านไทยสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพระดับพรีเมียม เพื่อแก้ปัญหาราคากระเทียมตกต่ำ จากเดิมกระเทียมสดราคา 60–80 บาทต่อกิโลกรัม สู่ผลิตภัณฑ์กระเทียมดำที่มีราคาจำหน่ายพุ่งสูงถึง 2,000–3,000 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มมูลค่ามากกว่า 15 เท่า สร้างรายได้ให้เกษตรกรสูงสุดถึง 340,000 บาทต่อไร่
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร เปิดเผยว่า จากข้อมูลของของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรพบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกกระเทียมในพื้นที่ 50,346 ไร่ จังหวัดศรีสะเกษแม้จะเป็นแหล่งผลิตกระเทียมที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่เกษตรกรกลับต้องเจอปัญหาราคาตกต่อเนื่องหลายปี ส่งผลให้เกษตรกรปลูกกระเทียมลดลงจากปี 2560 มีการเพาะปลูก 25,682 ครัวเรือน ปัจจุบันลดลงเหลือ 13,901 ครัวเรือน
ผอ. ARDA กล่าวอีกว่า ด้วยเหตุนี้ ARDA จึงสนับสนุนทุนวิจัย เพื่อพัฒนาโครงการ "การถ่ายทอดองค์ความรู้ห่วงโซ่การแปรรูปและการยกระดับเกษตรมูลค่าสูง เพื่อเพิ่มมูลค่ากระเทียมจังหวัดศรีสะเกษสู่ผลิตภัณฑ์กระเทียมดำศรีสะเกษ" โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิรนันต์ รัตสีวอ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ เป็นหัวหน้าโครงการ เพื่อยกระดับกระเทียมพื้นบ้านสู่ "กระเทียมดำไทยสายพันธุ์แรก" ที่พร้อมก้าวเข้าสู่มาตรฐานสากลและพร้อมแข่งขันในตลาดโลก โดยเฉพาะในญี่ปุ่น จีน และยุโรป ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"ความสำเร็จของโมเดล "กระเทียมดำศรีสะเกษ" ตอกย้ำบทบาทของ ARDA ในการใช้งานวิจัยและนวัตกรรม ขับเคลื่อนเกษตรมูลค่าสูง สร้างรายได้มั่นคงให้เกษตรกรไทย โดยในอนาคตเตรียมต่อยอดองค์ความรู้จากโมเดลนี้ไปสู่พืชเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ประสบปัญหาราคาตก เช่น หอมแดง ข้าว และผลไม้พื้นถิ่น เพื่อแปรรูปสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพและสินค้านวัตกรรมมูลค่าสูง และ เพื่อก้าวสู่ระบบเกษตรสุขภาพที่ยั่งยืน ลดการใช้สารเคมีและเปิดโอกาสให้ผลผลิตไทยแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมั่นใจ" ดร.ทวีศักดิ์ กล่าว
ด้าน ดร.จิรนันต์ รัตสีวอ หัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปี คณะวิจัยได้จัดทำแปลงสาธิตต้นแบบจำนวน 13 แปลง และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกรกว่า 50 ราย ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิตกระเทียมตามมาตรฐาน GAP และ GI ไปจนถึงการแปรรูปเป็น "กระเทียมดำ" ด้วยเครื่องบ่มอุณหภูมิ 60–90 °C และความชื้นสัมพัทธ์ร้อยละ 80-85 ภายใต้หลักการเกิด ปฏิกิริยาเมลลาร์ด (Maillard Reaction) ที่ทำให้กลีบกระเทียมเปลี่ยนเป็นสีดำ รสหวานนุ่ม ไม่มีกลิ่นฉุน และเก็บได้นานกว่า 12 เดือน พร้อมยังอุดมไปด้วยสารสำคัญทางชีวภาพ เช่น S-allylcysteine (SAC) สารฟีนอลิกและสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง โดยงานวิจัยพบว่า "กระเทียมดำศรีสะเกษ" มีปริมาณ SAC 0.485 มก./กรัม (แบบโทน) และ 0.399 มก./กรัม (แบบกลีบ) อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งเป็นดัชนีสำคัญของอาหารสุขภาพระดับพรีเมียม
หัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ทางโครงการยังได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการตรวจสอบคุณภาพ การวางแผนธุรกิจ การสร้างช่องทางจำหน่ายออนไลน์ และการจำหน่ายสินค้า Functional Food ซึ่งโครงการนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตและรายได้เกษตรกรมากกว่าร้อยละ 20 แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง “ระบบเกษตรสุขภาพ” ที่ยั่งยืน ลดการใช้สารเคมีในการปลูกและเปิดโอกาสให้ผลผลิตไทยเข้าสู่ตลาด Functional Food ระดับโลก
ส่วน นางสาววิลาวัณย์ แก้วคำ ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มออมทรัพย์พัฒนาสตรี หมู่ 6 ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า เดิมปลูกกระเทียมมานานกว่า 30 ปี บนพื้นที่ 2 ไร่ ต้องเผชิญกับปัญหาสภาพอากาศที่แปรปรวน และขาดองค์ความรู้ด้านการปลูกแบบถูกวิธี ทำให้ผลผลิตค่อนข้างน้อย เก็บได้เพียง 300 กิโลกรัมต่อไร่ ขายได้เพียง 24,000 บาทต่อปี หักต้นทุน10,000 บาทแล้วแทบไม่เหลืออะไร จึงรวมกลุ่มกับชาวบ้านก่อตั้ง "วิสาหกิจชุมชนกลุ่มออมทรัพย์พัฒนาสตรีบ้านเมืองแสน หมู่ 6" มีสมาชิก 13 คน พื้นที่ปลูกรวม 10 ไร่ และได้เข้าร่วมโครงการวิจัยของ ARDA
"โครงการนี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถผลิตกระเทียมคุณภาพดี หัวใหญ่ขึ้น กระเทียมสดขายได้ถึง 180–200 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมเพียง 80 บาทต่อกิโลกรัม และที่สำคัญเมื่อนำมาแปรรูปเป็น ‘กระเทียมดำ’ ราคาขายสูงถึง 2,000-3,000 บาทต่อกิโลกรัม โดยในปี 2567 ที่ผ่านมากลุ่มของเราสามารถแปรรูปกระเทียมสดรวมกันกว่า 1,500 กิโลกรัม สร้างรายได้รวมกว่า 900,000 บาท ต้องขอขอบคุณ ARDA และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ที่เข้ามาช่วยสนับสนุน ทำให้เกษตรกรอย่างพวกเรามีโอกาสพัฒนาคุณภาพผลผลิต สร้างอาชีพที่มั่นคง และเพิ่มรายได้ให้ชุมชนได้จริง"
สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักส่งเสริมการใช้ประโยชน์และพัฒนาธุรกิจสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) เบอร์โทร. 02 579 7435 ต่อ 3311.
You might be intertested in this news.
Mostview
รีวิวหนัง “กิ่งแก้ว” กับ “ท่ายาก” ในการเล่าเรื่อง
“กิ่งแก้ว” หนังสยองขวัญ ที่สร้างมาจากตำนานเรื่องเล่า “คุกบางขวาง” กับเรื่องราวของนักโทษหญิงที่ถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าแล้วไม่ตายด้วยกระสุนชุดแรก
เครื่องบิน AT-6 TH ตกที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ยังไม่มีรายงานนักบินดีดตัว
เครื่องบินโจมตีแบบ AT-6TH วูลฟ์เวอร์รีน ที่ประจำการอยู่กองบิน 41 จ.เชียงใหม่ ประสบอุบัติเหตุตกในพื้นที่ บ้านห้วยฝาง อำเภอจอมทอง ยังไม่มีรายงานการดีดตัวของนักบิน จนท.กู้ภัยเข้าถึงจุดตกแล้ว รอการแถลงแบบเป็นทางการจากกองทัพอากาศ
RIP ไข่ขาว เหมียวสีขาวที่โด่งดังในโซเชียล "ไข่ขาวลูกแมร๊" กลับดาวแมวแล้ว
ข่าวเศร้าของคนรักแมว "ไข่ขาว" แมวสีขาวตัวผู้ที่โด่งดังในโซเชียลจากเพจ "ไข่ขาวลูกแมร๊" ล่าสุด พลอย-บัณฑิตา เผยว่า ไข่ขาว กลับดาวแมวไปแล้วเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569
รีวิว WORLDBREAKER หนังพล็อตเดิมๆ แต่ก็ดูเพลิน
WORLDBREAKER มฤตยูแหวกโลก หนังออกไปทางแนวแบบ อืมมม...เหมือนกับโลกเราจะถึงจุดกาลอวสาน
ประกันสังคม ย้ำ ตัดสูทเป็นไปตามระเบียบ แจง ได้เชิ้ต 2 กางเกง 2 สูท 1 ตัว
ประกันสังคม ย้ำ ตัดสูทเป็นไปตามระเบียบ แจง ได้เชิ้ต 2 กางเกง 2 สูท 1 ตัว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง