ไทม์ไลน์ไทยปะทะเขมร กับ 5 สมรภูมิเดือด!
by Trust News, 8 ธันวาคม 2568
กลับมาดุเดือดอีกครั้ง สำหรับ การสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่บริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศ...
คราวนี้ จุดเริ่มต้น เกิดขึ้นเมื่อช่วงตอน 14.16 น. วันที่ 8 ธันวาคม ที่ผ่านมา หลังฝ่ายกัมพูชา พยายามยั่วยุและเปิดฉากยิงด้วยปืนใหญ่ไร้แรงสะท้อน ทำให้แม่ทัพภาคที่ 2 ต้องสั่งยกระดับเต็มกำลัง
เวลา 17.00 น. ประกาศอพยพชาวบ้านใน 4 จังหวัดชายแดน ประกอบด้วย ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี เข้าศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมเตือนหลีกเลี่ยงพื้นที่ใกล้เขตแดน
หลังจากนั้น ก็เป็นไปตามคาด คือ พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงอ้างกองกำลังทหารไทยเป็นฝ่าย เปิดฉากยิงก่อน พื้นที่ พลาญธม อ.จอมกระสาน จ.พระวิหาร
จากนั้นก็มีการเปิดฉากยิงกันต่อสู้กัน ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 2 นาย
กระทั่งเช้ามืดวันที่ 8 ธันวาคม 2568 เวลา ตี 3
มีรายงานจากข่าวกรองระบุเป้าหมายยิงสนับสนุน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ตรวจพบข้อมูลข่าวกรองว่า ฝ่ายกัมพูชากำหนดเป้าหมายอาวุธยิงสนับสนุนไปยังสนามบินบุรีรัมย์และโรงพยาบาลปราสาท แม้ยังไม่ได้ยิงจริง แต่ถือเป็นสัญญาณเตรียมปฏิบัติการ
ช่วงเวลา 05.00–06.00 น. มีการเปิดฉากยิงหลายจุดในจ.อุบลราชธานี โดยช่องอานม้าปะทะระลอกแรก ฝ่ายกัมพูชาใช้ปืนเล็กและอาวุธวิถีโค้งยิงใส่แนวกำลังไทย ฝ่ายไทยยิงป้องกันตัวตามกฎการปะทะ
ในช่วงหลัง 6 โมงเช้า ได้รับรายงานการเคลื่อนกำลังของทหารเขมร ที่เนิน 677 ไทย ก่อนทหารเขมร เปิดฉากด้วยปืนครก 60 มม. ไทยก็ตอบโต้ด้วยอาวุธชนิดเดียวกัน จากฐานเจนศึก
7 โมงเช้า ความดุเดือด ที่ช่องยก กัมพูชา ยิงถล่มด้วยปืนใหญ่ใส่ฐานไทย ทำให้ทหารไทยเสียชีวิต 1 นายบาดเจ็บ 4
หลังจากนั้่น 15 นาที ทหารอากาศ ก็จัดหนัก ส่ง F-16 ทิ้งไข่ 3 จุด โดยมีภาพเผยแพร่ในเวลาต่อมา คือ กาสิโน พื้นที่ช่องอานม้า หลังพบว่า ทหารเขมรเตรียมอาวุธหนัก ซุกซ่อนไว้ที่นั้น ไทยจึงทิ้งไข่ตัดกำลังก่อน
08.30 น. กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ทหารเขมรใช้ BM21 ยิงลงพื้นที่บ้านเรือนประชาชนฝั่งไทย บ้านสายโท 10 อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ยังไม่ได้รับรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บและสูญเสีย
09.20 น. กองทัพภาคที่ 2 ใช้ โดรนถล่มกระเช้าเนิน 350 ทางด้านทิศตะวันตกปราสาทตาควาย ห่างไปประมาณ 300 เมตร
10.30 มีการยืนยันทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย และ บาดเจ็บ 8 นาย
12.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมผู้นำเหล่าทัพ แถลงการณ์ไฟเขียว ตามมติ สภาความมั่นคงแห่งชาติ จะปฏิบัติการทางทหารทุกกรณี เพื่อปกป้องอธิปไตย และคนไทย พร้อมยืนยันว่า ไทยไม่เคยเป็นฝ่ายรุกรานก่อน
สำหรับ 5 สมรภูมิ ที่มีการรบกันดุเดือดนั้น ประกอบด้วย ช่องอานม้า-ห้วยตามาเรีย-ปราสาทคะนา-ปราสาทตาควาย-ปราสาทตาเมือน
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เผยถึงการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าขณะนี้กัมพูชาได้เปิดแนวปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ขึ้นอีกหลายพื้นที่ ซึ่งฝ่ายไทยได้ดำเนินมาตรการ 2 ด้านพร้อมกัน คือ มาตรการเชิงรุก และ มาตรการเชิงรับ
มาตรการเชิงรุก คือฝ่ายไทยได้ตอบโต้ตามแผนการณ์เผชิญเหตุ และอยู่ในกรอบกติกาที่เป็นสากล เป็นไปตามเหตุและผล โดยมีเป้าหมายที่สำคัญที่สุด คือทำลายอาวุธยิงสนับสนุนของฝ่ายกัมพูชา และเน้นเป้าหมายการโจมตีทางทหารเป็นหลัก โดยขอสนับสนุนการใช้อากาศยานของกองทัพอากาศ ซึ่งถือเป็นความจำเป็นในการป้องกันตนเอง เนื่องจากฝ่ายกัมพูชามีการใช้อาวุธยิงสนับสนุนเข้ามายังพื้นที่ของไทยอย่างต่อเนื่อง และที่ผ่านมาอาวุธยิงสนับสนุนของฝ่ายกัมพูชาส่งผลกระทบต่อพื้นที่พลเรือนของไทย ทำให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก
“ไทยจึงเลือกใช้ปฏิบัติการทางอากาศที่มีความแม่นยำสูง สามารถจำกัดขอบเขตความเสียหายต่อเป้าหมายทางทหารของกัมพูชาเท่านั้น และไม่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อพื้นที่พลเรือนของฝ่ายกัมพูชา”
ส่วนมาตรการเชิงรับ คือการอพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยง มาสู่พื้นที่ปลอดภัย
พลตรีวินธัยกล่าวว่า ตั้งแต่การปะทะที่ภูผาเหล็ก-พลาญหินแปดก้อน เมื่อบ่าย 7 ธ.ค. และมีการยิงปะทะกันตลอดทั้งคืน จนถึงเช้า ราวตี 5 ที่เขมรเปิด 5 จุดปะทะใหญ่เพิ่ม ช่องอานม้า-ห้วยตามาเรีย-ปราสาทคะนา-ปราสาทตาควาย-ปราสาทตาเมือน
นอกจากนี้ยังพบว่าฝ่ายกัมพูชาได้เล็งเป้าพลเรือน เตรียมยิงจรวดเข้ามาที่สนามบินบุรีรัมย์และโรงพยาบาลปราสาท แม้จะอยู่ห่างชายแดนมากกว่า 30 กม.ก็ตาม
ไทยจำเป็นต้องเร่งสกัดอาวุธยิงสนับสนุนของฝ่ายกัมพูชาที่กำลังคุกคามทั้งกำลังทหารและพี่น้องประชาชน เพราะในการปะทะครั้งที่ผ่านมา อาวุธดังกล่าวของกัมพูชาเคยยิงใส่ในพื้นที่เป้าหมายพลเรือนลึกไปในฝ่ายไทย ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตมาแล้วเป็นจำนวนมากเมื่อก.ค.2568 ที่ผ่านมา
ในครั้งนี้กำลังพลทหารไทยเสียชีวิตแล้ว 1 นาย และคาดว่ามีเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 นาย แต่ยังไม่ยืนยันเป็นทางการ และบาดเจ็บเพิ่มรวมเป็น 8 นาย
ดังนั้นเราต้องทำลายอาวุธยิงสนับสนุนนั้นให้ได้มากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียกับพี่น้องประชาชนคนไทยและกำลังพลของกองทัพ
ส่วนการที่เครื่องบิน F-16 โจมตีกาสิโนที่ช่องอานม้านั้น เพราะเป็นที่บังคับการและจุดบังคับบัญชาอากาศยานไร้คนขับของกัมพูชา
You might be intertested in this news.
Mostview
ย้อนประวัติศาสตร์จากละคร "สอดสร้อยมาลา" ช่วงปี พ.ศ.2500 เกิดอะไรขึ้นบ้าง
ไม่มีปีไหนในประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ที่จะเต็มไปด้วยความย้อนแย้งเท่าปี พ.ศ. 2500 เมื่อมหาพิธีฉลอง 25 พุทธศตวรรษอันยิ่งใหญ่ ถูกจัดขึ้นท่ามกลางสมรภูมิการเมืองที่ดุเดือดที่สุด นี่เป็นเรื่องราวสำคัญ ที่ถูกสะท้อนภาพลงในละคร "สอดสร้อยมาลา" ทางช่อง One
รีวิวหนัง Hungry มันเด้งขึ้นมาแดก พล็อตเดิมๆ เพิ่มเติมมันคือ ฮิปโปฯ
ก่อนเดินเข้าสู่โรงหนัง เพื่อดู “Hungry” หรือในชื่อไทย “มันเด้งขึ้นมาแดก” นั้น ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพียงแต่ต้องการความตื่นเต้นและแปลกใหม่ ว่า “ฮิปโปฯ” จะกลายเป็นสัตว์นักล่า ได้อย่างไร ...
"ขอโทษ...ผมโดนรุม" สรุปคดี ตชด.ปืนดุยิงดับวิน 2 ศพ ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ?
ถือเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ สำหรับ คดี ยิงดับวิน จยย. 2 ศพ และบาดเจ็บ 1 ที่ตลาดห้วยขวาง ที่ตอนแรกนั้น เราอาจจะไม่ทราบว่าจุดเริ่มต้น มันอยู่ตรงไหน เห็นแต่เพียงภาพ ประชาชนแตกตื่น และวิ่งหลบกระสุนอย่างอลม่านแต่เมื่อ มีการเปิดเผยภาพ วงจรปิดในเวลาต่อมา ...
เจาะเล่ห์ ‘ทนายจิตตรี’ จากซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ วิถีเลือดเย็นที่กลั่นจากสังคมไทย
ถือเป็นซีรีส์น้ำดีอีกเรื่อง ที่สะท้อนสังคมไทยอย่างถึงแก่น สำหรับเรื่อง “ทนายปีศาจ” ซีรีส์ 10 ตอนของ Netflix ที่กล้า “หยิบจับ” ประเด็นที่สังคมไทยมานำเสนอ....
ทรู-ดีแทค จับมือร้านดัง เสิร์ฟเมนูพิเศษ จัดเต็มส่วนลดให้ลูกค้าเติมเงินเมียนมา
แค่กินอาหารถิ่นก็เหมือนกลับบ้าน ทรู-ดีแทค จับมือร้านดังที่การันตี อาหารเมียนมา 5 ดาว จัดเต็มส่วนลดและ เมนูพิเศษ ให้ลูกค้าเติมเงินชาวเมียนมา ได้อิ่มอร่อยกับอาหารบ้านเกิดทั่วไทยตลอดปี 2569 กับแคมเปญ “ร้านอาหารเมียนมาอร่อย 5 ดาว อร่อยและคุ้มค่าทรูดีแทคแนะนำ”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง