วันพุธ, กุมภาพันธ์ 4, 2569

ครบแล้ว 4 ทีมชนะเลิศ "คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปีที่ 2" ปั้นคนรุ่นใหม่ทำนาลดโลกร้อน

by Trust News, 17 ธันวาคม 2568

เผย 4 ทีมผู้ชนะการแข่งขัน “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก” ปี 2 ที่มุ่งปั้นเกษตรกรรุ่นใหม่ทำนาลดโลกร้อน ภาคเหนือ ทีมหนุ่มหล่อข้าวสวย จ.นครสวรรค์ ภาคกลาง ทีมนาบุญ จ.นครปฐม ภาคอีสาน ทีมเกษตรอินทรีย์บ้านคำเผือ จ.ศรีสะเกษ และ ภาคใต้ ทีมแปลงใหญ่ข้าวเชิงแส จ.สงขลา

บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด และ กรมส่งเสริมการเกษตร ประกาศผลทีมผู้ชนะ 4 ทีม 4 ภาคทั่วไทย ที่คว้ารางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ จากผู้เข้าแข่งขัน 20 ทีมสุดท้าย ในศึกการแข่งขันสุดยอดนักพัฒนาแปลงเพาะปลูกข้าวลดโลกร้อน ด้วยนวัตกรรมบันทึกปฏิทินการเพาะปลูก “KAS Crop Calendar On LINE” ในโครงการ “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก” ปี 2 ตอน นารักษ์โลก ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 1,000,000 บาท เวทีเดียวของไทยที่มุ่งปลุกพลังเกษตรกรรุ่นใหม่ สู่การทำเกษตรแม่นยำด้วยโซลูชัน ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้างรายได้ ในรูปแบบเพื่อนคู่ใจเกษตรกรที่สามารถบันทึกข้อมูลทุกขั้นตอนตลอดกระบวนการเพาะปลูก เพื่อมุ่งยกระดับวิถีเกษตรไทยสู่ Smart Farming

นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า การทำเกษตรแม่นยำมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเกษตรยุคใหม่ เราจึงได้นำความท้าทายและอุปสรรคที่เกษตรกรต้องเผชิญในชีวิตจริง มาศึกษา พัฒนา ต่อยอดเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การทำเกษตรมีความราบรื่นยิ่งขึ้น ได้ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ ลดต้นทุน และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ตลอดกว่า 47 ปีที่สยามคูโบต้ามุ่งมั่นส่งเสริมการทำเกษตรอัจฉริยะ หรือ Smart Farming ผ่านเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรและนวัตกรรมเกษตรของคูโบต้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สยามคูโบต้าส่งเสริมให้แก่เกษตรกรคือ การใช้บันทึกปฏิทินการเพาะปลูก KAS Crop Calendar On LINE ที่สามารถบันทึกข้อมูลตลอดการเพาะปลูก ให้เกษตรกรเห็นภาพรวมและจัดการพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งช่วยคำนวณสรุปรายรับรายจ่ายในรูปแบบเฉพาะของตัวเอง

กก.รอง ผจก.ใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น  กล่าวต่อว่า นับตั้งแต่รับสมัครโครงการนี้มาเกือบ 1 ปีเต็มที่ดำเนินมา แม้รางวัลที่ได้รับจะสูง แต่ที่ทุกคนหวัง คือ การได้ถ้วยรางวัลพระราชทานฯ ที่จะมอบให้ทีมชนะเลิศทั้ง 4 ภาค ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าสำหรับผู้ที่ได้ไป สยามคูโบต้า อยู่ในภาคเกษตรไทยมากว่า 47 ปี เป็นภาคส่วนสำคัญของประเทศที่เราต้องขับเคลื่อน แต่มี GDP ไม่ถึง 9%เราอยากเพิ่มอีก 4.5% หรือ มูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาท

นางวราภรณ์  กล่าวถึงเป้าหมายโครงการว่า เราต้องการสร้างสมาร์ทฟาร์เมอร์รุ่นใหม่ ปัจจุบันมีอยู่ 2-3 แสนราย แต่ละปีเราต้องเพิ่มปีละ 2 แสนคน หรือให้เกษตรกรมีรายได้มากกว่า 2 แสนบาทต่อปี เราอยากให้คนที่อายุไม่เกิน 45 ปีที่พร้อมเปิดรับยความรู้นำมาต่อยอด นอกเหนือจากความรู้ที่ถ่ายทอดกันมาในครอบครัว วันนี้เราเห็นตัวแทนทุกทีมมีความสามารถ มีศักยภาพ ที่จะพัฒนาไปถึง ทั้งนี้ นอกจากการปลูกข้าวแล้ว เรายังสามารถส่งเสริมพืชไร่ เช่น กล้าท้ามัน เรามีปฏิทินการปลูก มีความรู้เรื่องน้ำ ก็อาจเป็นไปได้ที่จะขยายเพิ่มขึ้นไปในอนาคต

กก.รอง ผจก.ใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น กล่าวอีกว่า ในปีนี้ สยามคูโบต้าและกรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดโครงการ “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก” ปี 2 ตอน นารักษ์โลก เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา โดยขยายผลสู่การปลูกข้าวรูปแบบทีมเพื่อสร้างเครือข่าย Smart Farmer ทั่วประเทศใน 4 ภูมิภาคของไทย ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ เราได้เฟ้นหาผู้ชนะ โดยพิจารณาถึงการลงข้อมูลบันทึกปฏิทินการเพาะปลูก การนำเสนอและจัดทำแผนธุรกิจ การนำองค์ความรู้ด้านการทำนารักษ์โลก หรือการทำนาลดโลกร้อน ซึ่งเป็นการทำเกษตรคาร์บอนต่ำด้วยการทำนาเปียกสลับแห้ง เพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากน้ำขังในนาไปปรับใช้ รวมถึงประสิทธิภาพในการผลิตข้าว ตลอดจนการให้ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของทีม จนได้ผู้ชนะ 4 ทีมจาก 4 ภาคทั่วประเทศ

นอกจากนี้ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะในครั้งนี้ สยามคูโบต้าขอแสดงความยินดีและหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการนี้จะเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรได้เห็นความสำคัญของการใช้เครื่องมือจดบันทึกการเพาะปลูก ตลอดจนการทำนาแบบรักษ์โลก ความสำเร็จนี้ไม่ใช่เพียงความสำเร็จของแต่ละทีม แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความหวังและพลังใหม่ ๆ ของ Young Smart Farmer ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรไทยต่อไป


ด้าน นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า ภาคการเกษตรของไทย กำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนจากการทำเกษตรแบบเดิมสู่การทำเกษตรที่ต้อง “ทันสมัย แข่งขันได้ และยั่งยืน” ซึ่งการยกระดับเกษตรกรไทยในปัจจุบันต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เกษตรสมัยใหม่อย่างเป็นรูปธรรม สำหรับความร่วมมือกับสยามคูโบต้า ในฐานะพันธมิตรสำคัญที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี ระบบบริหารจัดการฟาร์ม และนวัตกรรมการผลิต เพื่อสร้างระบบเกษตรที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเติบโตไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ยกระดับเกษตรกรไทยสู่เกษตรสมัยใหม่ พร้อมทั้งเปลี่ยนวิธีคิดจากการมุ่งเน้นการผลิตเพียงอย่างเดียว สู่การบริหารจัดการฟาร์มอย่างมีข้อมูล มีการวางแผนการผลิต และมีเป้าหมายทางการตลาดที่ชัดเจน

"ในมุมเจ้าหน้าที่รัฐ การทำงานเราไม่อาจเข้าไปประกบเกษตรกรเพื่อสอนตัวต่อตัวได้ทุกราย แต่ความพยายามและตื่นเรียนรู้ของผู้ร่วมโครงการ เป็นโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนแปลง ที่เริ่มจากการวางแผน มาจากการเห็นถึงประโยชน์ มองโอกาสคว้าไว้แล้วส่งต่อ ขอบคุณคูโบต้าที่ทำโครงการ และเรากรมส่งเสริมการเกษตรที่ทำร่วมกันเราจะทำให้เข้มแข็งแล้วกระจายออกมา ทำจากชุมชนของเราก่อน มีองค์ความรู้มีการใช้เทคโนโลยี และเราจะขอเอาไปต่อยอดการทำงานร่วมกัน เราต้องลงมือทำอย่างปราณีต รู้วิธีทำ รู้จักวางแผน เริ่มตั้งแต่การจัดการดินปลูกให้เหมาะสม หากเราไม่อาจเปลี่ยนความคิดของตัวเอง ด้วยการยอมรับเหตุผลและการเปลี่ยนแปลง เราก้ไม่อาจจะบอกใครต่อใครได้ จากนี้กรมส่งเสริมการเกษตรจะขอประกบ เป็นเพื่อนช่วยเหลือเกษตรกรไทย เอาความรู้และประสบการณืที่ได้ไปพัฒนาต่อ จากผู้เพาะปลูกไปสู่การเป็นผู้ให้บริการด้านการเกษตร" รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว

นางอัญชลี กล่าวด้วยว่า สำหรับแนวคิด “นารักษ์โลก” ถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงการในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสม การลดการเผาในพื้นที่นาการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เกษตรกรยุคใหม่ จึงต้องเป็นมากกว่าผู้ผลิต คือต้องเป็นผู้ประกอบการทางการเกษตร ที่เข้าใจธุรกิจของตัวเองและความต้องการของผู้บริโภค ความร่วมมือนี้ จึงเป็นกลไกสำคัญในการเปิดโอกาสให้เกษตรกรไทยเข้าถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม องค์ความรู้ด้านการทำนารักษ์โลก และช่องทางตลาดที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกษตรกรไทยมีศักยภาพ มีความพร้อม และก้าวสู่การเป็นเกษตรกรสมัยใหม่ ที่ใส่ใจทั้งผลผลิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

สำหรับผลการตัดสินรางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล จำนวน 150,000 บาท/ ทีม

 

ภาคเหนือ ได้แก่ ทีมหนุ่มหล่อข้าวสวย จังหวัดนครสวรรค์
ภาคกลาง ได้แก่ ทีมนาบุญ จังหวัดนครปฐม
ภาคตะวันออกเหนือ ได้แก่ ทีมเกษตรอินทรีย์บ้านคำเผือ จังหวัดศรีสะเกษ
ภาคใต้ ได้แก่ ทีมแปลงใหญ่ข้าวเชิงแส จังหวัดสงขลา

รางวัลรองชนะเลิศ เงินรางวัล จำนวน 50,000 บาท/ ทีม ภาคละ 2 รางวัล

ภาคเหนือ ได้แก่
• ทีมข้าวน้ำจำพะเยา จังหวัดพะเยา
• ทีมเกษตรอินทรีย์ PGS อ.ขาณุฯ จังหวัดกำแพงเพชร
ภาคกลาง ได้แก่
• ทีม Rice Sara D (ไรซ์สาระดี) จังหวัดนครปฐม
• ทีมข้าวเพลินนา จังหวัดกาญจนบุรี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่
• ทีมกลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านลิ่มทอง จังหวัดบุรีรัมย์
• ทีมดอนยานาง โมเดล จังหวัดร้อยเอ็ด
ภาคใต้ ได้แก่
• ทีมชุมพร No.1 จังหวัดชุมพร
• ทีมใจใฝ่เกษตร จังหวัดตรัง.

 


You might be intertested in this news.

Mostview

รีวิวหนัง “กิ่งแก้ว” กับ “ท่ายาก” ในการเล่าเรื่อง

“กิ่งแก้ว” หนังสยองขวัญ ที่สร้างมาจากตำนานเรื่องเล่า “คุกบางขวาง” กับเรื่องราวของนักโทษหญิงที่ถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าแล้วไม่ตายด้วยกระสุนชุดแรก

เครื่องบิน AT-6 TH ตกที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ยังไม่มีรายงานนักบินดีดตัว

เครื่องบินโจมตีแบบ AT-6TH วูลฟ์เวอร์รีน ที่ประจำการอยู่กองบิน 41 จ.เชียงใหม่ ประสบอุบัติเหตุตกในพื้นที่ บ้านห้วยฝาง อำเภอจอมทอง ยังไม่มีรายงานการดีดตัวของนักบิน จนท.กู้ภัยเข้าถึงจุดตกแล้ว รอการแถลงแบบเป็นทางการจากกองทัพอากาศ

RIP ไข่ขาว เหมียวสีขาวที่โด่งดังในโซเชียล "ไข่ขาวลูกแมร๊" กลับดาวแมวแล้ว

ข่าวเศร้าของคนรักแมว "ไข่ขาว" แมวสีขาวตัวผู้ที่โด่งดังในโซเชียลจากเพจ "ไข่ขาวลูกแมร๊" ล่าสุด พลอย-บัณฑิตา เผยว่า ไข่ขาว กลับดาวแมวไปแล้วเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569

รีวิว WORLDBREAKER หนังพล็อตเดิมๆ แต่ก็ดูเพลิน

WORLDBREAKER มฤตยูแหวกโลก หนังออกไปทางแนวแบบ อืมมม...เหมือนกับโลกเราจะถึงจุดกาลอวสาน

ประกันสังคม ย้ำ ตัดสูทเป็นไปตามระเบียบ แจง ได้เชิ้ต 2 กางเกง 2 สูท 1 ตัว

ประกันสังคม ย้ำ ตัดสูทเป็นไปตามระเบียบ แจง ได้เชิ้ต 2 กางเกง 2 สูท 1 ตัว

TrustNEws Line