รัฐบาลยันปุ๋ยเคมีในประเทศพอใช้ถึง ส.ค.69 วอนร้านค้าอย่ากักตุน-ขึ้นราคา
by Trust News, 10 มีนาคม 2569
รัฐบาล ชี้แจงผลกระทบจากความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ย้ำ ขณะนี้ ปุ๋ยเคมีมีเพียงพอ โดย “ปุ๋ยยูเรีย ” ใช้ได้ถึง ส.ค. 69 เตือนร้านค้า อย่ากักตุน และไม่ขายปุ๋ยเคมีในราคาสูงเกินควร หากตรวจพบจะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อทั่วโลก เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบเช่นกันในหลาย ๆ เรื่อง ในส่วนของการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นข้อกังวลของพี่น้องเกษตรกร รัฐบาลได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์การค้าปุ๋ยเคมี และธุรกิจการเกษตรไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการแก้ไขปัญหารองรับหากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยืดเยื้อ
รองโฆษกฯ กล่าวต่อว่า สถานการณ์ล่าสุดพบว่า ปริมาณปุ๋ยเคมีในประเทศยังอยู่ในระดับเพียงพอ โดยมีสต็อกคงเหลือ ณ เดือน ม.ค.2569 ประมาณ 1.52 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 0.8 ล้านตัน สำหรับปุ๋ยยูเรียซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 36% ของการใช้ปุ๋ยทั้งหมด มีปริมาณสต๊อก 0.32 ล้านตัน หรือคิดเป็น 6.5 ล้านกระสอบ โดยปัจจุบันมีปริมาณเพียงพอรองรับการใช้มากกว่า 2 เดือน และยังมีปุ๋ยยูเรียที่ไทยอยู่ระหว่างการนำเข้าจากซาอุดีอาระเบีย ปริมาณรวมประมาณ 100,000 ตัน หรือคิดเป็นปริมาณ 2 ล้านกระสอบ ทำให้ไทยจะมีปุ๋ยยูเรียใช้ในปริมาณ 8.5 ล้านกระสอบ ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้ได้ถึงเดือน ส.ค.2569
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ไทยยังมีช่องทางการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เช่น มาเลเซีย และบรูไน ซึ่งสามารถนำเข้าได้ปกติ และจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตสินค้าเกษตรของไทย เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตสินค้าเกษตรสำคัญหลายรายการ เช่น ข้าวนาปรัง ผลไม้ เป็นต้น ในส่วนของข้าวนาปี ขณะนี้ยังไม่เข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก
รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์ด้านราคาปุ๋ยที่จำหน่ายในตลาด ที่เป็นปุ๋ยสูตรที่มีส่วนผสมของยูเรีย ยังเป็นสต็อกเดิมที่จัดหามาก่อนสถานการณ์ดังกล่าว ดังนั้น ราคาจำหน่ายในประเทศยังคงอยู่ในระดับเดิม แต่หากสถานกาณ์ยืดเยื้อ ต้นทุนปุ๋ยเคมีในตลาดโลกมีการปรับเปลี่ยน รัฐบาลสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานกาณ์และโครงสร้างราคาอย่างใกล้ชิดและให้การปรับราคาเป็นไปตามโครงสร้างต้นทุนจริง โดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อเกษตรกรน้อยที่สุด
"ขอให้เกษตรกรอย่าตื่นตระหนก ไม่จำเป็นต้องเร่งซื้อ หรือกักตุนปุ๋ยเคมี ไว้ในปริมาณมาก และขอย้ำเตือนร้านค้าหากพบการจำหน่ายปุ๋ยเคมีในราคาสูงเกินสมควร หรือมีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผล จะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกร" นางสาวอัยรินทร์ กล่าว.
You might be intertested in this news.
Mostview
รีวิวหนัง NORMAL ‘เมืองธรรมดานรกเรียกพ่อ’ โหด มันส์ บู๊เลือดสาด
แค่เห็นโปสเตอร์ ชื่อไทย “เมืองธรรมดานรกเรียกพ่อ” หรือ NORMAL และชื่อนักแสดงนำ “บ๊อบ โอเดนเคิร์ก” (จากเรื่อง NOBODY ชื่อไทย คนธรรมดานรกเรียกพี่) ก็อยากดู แม้วัยเฮียจะมากขึ้น ....
"ไทยคม 4" จะตกลงสู่โลก 31 ก.ค.นี้ ปิดตำนาน ยักษ์บรอดแบนด์ดวงแรกของโลก
เตรียมปิดตำนาน ดาวเทียมไทยคม 4 หรือ IPSTAR ที่รับใช้ชาติมานานกว่าสองทศวรรษ กำลังจะหมดอายุทางวิศวกรรมและตกจากวงโคจรในช่วงปลายเดือน ก.ค.69 นี้ ด้านกสทช. ไฟเขียวใช้ดาวให้โอนย้ายสัญญาณฝากดาวเทียมเกาหลี ขัดตาทัพก่อน รอยิง "ไทยคม 9" มั่นใจไม่กระทบผู้ใช้งาน
NIA เปิดฉาก Startup Thailand League 2026 ชิงแชมป์ระดับประเทศ
NIA เปิดฉาก Startup Thailand League 2026 เฟ้นหาสุดยอดนักรบไอเดียสตาร์ตอัปภาคกลาง-ตะวันออก ร่วมชิงแชมป์ระดับประเทศในเดือนมิถุนายนนี้ ...
ข้าวผัดอเมริกัน มรดกยุคสงครามเย็น อร่อยแบบรักษ์โลกที่ "Made in Thailand" 100%
ข้าวผัดอเมริกันที่เกิดจากความบังเอิญ คือ 'บันทึกประวัติศาสตร์ที่กินได้' เกิดขึ้นในยุค 50 ช่วงสงครามเย็นที่สนามบินดอนเมือง ก่อนจะแปรสภาพจากเมนู 'แก้ปัญหาของเหลือ' สู่สัญลักษณ์แห่งการมาเยือนของวัฒนธรรมตะวันตก และกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ไม่เคยล้าสมัย
ม.เกษตรฯ ชูผลิต "ไบโอชาร์" บำรุงดินลดวิกฤติปุ๋ยเคมีแพง ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น
ม.เกษตรฯ โดย มูลนิธิ ม.เกษตรฯ ผนึกสมาคมพืชพรรณอาณาจักรสยาม จัดเสวนาชี้ทางออกวิกฤติปุ๋ยแพง โดยแนะหันมาผลิตไบโอชาเพื่อลดต้นทุนปุ๋ยเคมี ชูให้ผลผลิตต่อไร่สูง พืชเติบดตดี ดินร่วนซุย เมื่อผสมกับปุ๋ยคอกและมูลวัวยังช่วยลดก๊าซเรือนกระจกต้นเหตุโลกร้อน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง