60 ปี "ปลานิล" สัตว์น้ำจืดยอดนิยมของไทย สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมื่นล้าน
by Trust News, 16 มีนาคม 2569
17 มี.ค.2569 ครบ 60 ปี “ปลานิล” จากปลาพระราชทานของในหลวง รัชกาลที่ 9 สู่การพัฒนาเป็นสัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจยอดนิยม สร้างอาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนชั้นเลิศ สร้างอาชีพให้แก้เกษตรกรและชาวประมง สร้างรายได้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาทต่อปี
ปลานิล หรือ Tilapia เป็นสัตว์น้ำที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน และเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และขยายผลเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมธุรกิจเกี่ยวเนื่องมากมาย ก่อให้เกิดมูลค่าในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เดิมทีปลานิลมีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา ชื่อมัน คือ ปลานิลแม่น้ำไนล์
จากข้อมูลสถิติของกรมประมง ปี 2568 พบว่า ปลานิล มีมูลค่ารวม 13,612 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระราชทาน “ปลานิล” เพื่อเป็นแหล่งอาหารโปรตีนคุณภาพดีและ สร้างอาชีพแก่พสกนิกรชาวไทย อันนำไปสู่การสร้างความมั่นคงทางอาหาร ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี
ปลานิล ปลาน้ำจืดเศรษฐกิจอันดับ 1
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง อธิบายว่า ปลานิล จัดเป็นปลาน้ำจืดเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของไทย เป็นปลาน้ำจืดที่เลี้ยงง่าย โตไว มีเนื้อขาว รสชาติดี โปรตีนสูงและไขมันต่ำ เป็นที่นิยมของผู้บริโภค จึงมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงทางอาหาร การสร้างอาชีพ และรายได้ให้แก่เกษตรกร และขยายผลเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมธุรกิจเกี่ยวเนื่อง จนสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน อาทิ การขนส่ง การแปรรูปและผลิตภัณฑ์ ปัจจัยการผลิตและอุปกรณ์การเพาะเลี้ยง รวมถึงการตลาดทั้งในและต่างประเทศ
โดยจากสถิติของกรมประมง ปี 2568 (ข้อมูล ณ 29 ธันวาคม 2568) พบว่า ประเทศไทยมีฟาร์มผู้เพาะเลี้ยงปลานิลจำนวน 339,489 ฟาร์ม ผลผลิตรวม 273,169 ตัน คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 13,612 ล้านบาท ซึ่งผลผลิตปลานิลส่วนใหญ่ใช้บริโภคภายในประเทศถึงร้อยละ 98 และส่งออกเล็กน้อยเพียงร้อยละ 2 สำหรับการส่งออกในปี 2568 มีปริมาณ 4,844.7 ตัน คิดเป็นมูลค่า 301.2 ล้านบาท โดยรูปแบบสินค้าที่ส่งออกมากที่สุด ได้แก่ ปลานิลสดแช่แข็ง รองลงมา คือ ปลานิลสดแช่เย็น เนื้อปลานิลแช่แข็ง และปลานิลมีชีวิต ตามลำดับ โดยตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อิตาลี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และไต้หวัน ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของปลานิลว่า ไม่ได้เป็นเพียงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคของคนไทยเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก
จุดเริ่มต้นการเลี้ยงปลานิลในประเทศไทย
กำเนิด "ปลานิล" มาจากพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระราชทานปลานิล ให้เป็นอาหารและอาชีพแก่พสกนิกรชาวไทย โดยปลานิลถูกนำเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรก เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2508 สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ แห่งประเทศญี่ปุ่น (ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมาร) ได้น้อมเกล้าฯ ถวายปลาน้ำจืดในตระกูลทิลาเปีย (Tilapia) จำนวน 50 ตัว แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในระยะแรกพระองค์ทรงทดลองเลี้ยงไว้ ณ บ่อปลาในสวนจิตรลดา โดยพบว่าเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตดี จึงได้พระราชทานชื่อปลาชนิดนี้ ว่า "ปลานิล" จากนั้น วันที่ 17 มีนาคม 2509 จึงได้ทรงพระราชทานลูกพันธุ์ จำนวน 10,000 ตัว ให้
กรมประมงนำไปขยายพันธุ์ที่แผนกทดลองและเพาะเลี้ยงในบริเวณเกษตรกลางบางเขน กรุงเทพฯ และสถานีประมงต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อทำการขยายพันธุ์และแจกจ่ายให้กับราษฎรนำไปเลี้ยงเป็นอาหารและอาชีพ นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ยังทรงมีแนวพระราชดำริเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ปลานิล โดยทรงตระหนักถึงความสำคัญในด้านการอนุรักษ์เพื่อรักษาสายพันธุ์ดั้งเดิมไว้ และปรับปรุงพันธุ์เพื่อส่งเสริม การเพาะเลี้ยงให้กับเกษตรกร
การพัฒนาและต่อยอด การเพาะเลี้ยงเชิงเศรษฐกิจ
นับจากนั้น กรมประมงจึงให้การสนับสนุนงานวิจัยในการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ปลานิลเรื่อยมา เพื่อให้เกษตรกรได้มีโอกาสในการเข้าถึงสัตว์น้ำพันธุ์ดี มีคุณภาพ ให้ผลผลิตและอัตราการรอดตายสูง อีกทั้งยังได้สนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยการลดต้นทุนการเลี้ยง ยกระดับมาตรฐานฟาร์มเลี้ยง และส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง ทั้งการจัดหาปัจจัยการผลิต และการจำหน่ายผลผลิต รวมถึงส่งเสริมการแปรรูปปลานิลและผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายเพื่อเพิ่มมูลค่า พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพฟาร์มและมาตรฐานสินค้า รวมทั้งเพิ่มช่องทางการจำหน่ายอย่างครบวงจร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค
โดยปัจจุบันมีพันธุ์ปลานิลและปลานิลแดง ที่ผ่านการปรับปรุงและกระจายพันธุ์สู่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยง ได้แก่ จิตรลดา 3 จิตรลดา 4 เร้ด 1 เร้ด 2 และปทุมธานี 1 นอกจากนี้ ยังมีปลานิลที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์โดยภาคเอกชนอีกด้วย
ครบรอบ 60 ปี ปลานิลคู่ประเทศไทย
อธิบดีกรมประมง กล่าวด้วยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี นับตั้งแต่ได้รับพระราชทานปลานิลได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากการเลี้ยงเพื่อบริโภคในครัวเรือน สู่การเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์ในระดับอุตสาหกรรม จนปัจจุบันกลายเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจหลักของประเทศ มีการเพาะเลี้ยงครอบคลุมทุกภูมิภาค สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเชื่อมโยงห่วงโซ่อุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างครบวงจร
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่มีต่อการประมงไทย ทำให้ประชาชนมีแหล่งอาหารโปรตีนคุณภาพ สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ตลอดจนเสริมสร้างความมั่นคงทางสังคมและเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยตราบจนปัจจุบัน กรมประมง จึงได้ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา สมาคมปลานิลไทย และภาคเอกชน เตรียมจัดงาน “60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื่อปวงชนชาวไทย” ระหว่างวันที่ 13-17 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ จังหวัดปทุมธานี ทั้งนี้ เพื่อสืบสาน พระราชปณิธานในการพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลานิลให้เป็นรากฐานความมั่นคงทางอาหารควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนต่อไป.
You might be intertested in this news.
Mostview
เริ่มแล้วงาน VICTAM Asia 2026 เทรดโชว์อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ สีข้าวและแปรรูปแป้ง
เริ่มแล้วงาน VICTAM Asia 2026 ผนึก Health & Nutrition Asia และ GRAPAS Asia จัดงานเทรดโชว์์ใหญ่รวมเทคโนโลยี และนวัตกรรมเครื่องจักรกล สำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ การสีข้าวและแปรรูปแป้งกับธัญญาพืช ระหว่าง 10-12 มี.ค.69 ที่ไบเทค บางนา
รีวิว “ยอดยุทธ์ดาบพิทักษ์” หนังจอมยุทธ์ที่คิดถึง
“ยอดยุทธ์ดาบพิทักษ์” หรือ Blades of The Guardians หนังที่ขนนักแสดงชั้นนำมาคับจอ และบอกเลยว่า “โอ้ว…สนุกมากกก”...
รณรงค์วันไตโลก 2569 ชวนคนไทยคัดกรอง ป้องกันก่อนป่วย
รณรงค์วันไตโลก 2569 ชวนคนไทยคัดกรองความเสี่ยง รู้ทันโรคไต ป้องกันก่อนป่วย...
รัฐบาลวางมาตรการด้านพลังงาน รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง ลดผลกระทบต่อประชาชน
"อนุทิน" หารือฝ่ายเกี่ยวข้องถกมาตรการพลังงาน รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด ย้ำพยายามทำให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด พร้อมเสริมความมั่นคงพลังงานประเทศ ชี้ นำมันสำรองมีพอ รวมทั้งเพิ่มมาตรการประหยัดพลังงานภาครัฐ
20 มี.ค.69 เป็น "วันวสันตวิษุวัต" สัญญาณชี้ว่าซีกโลกเหนือเข้าฤดูใบไม้ผลิ
NARIT เผยในวันที่ 20 มี.ค.2569 จะเป็นวัน วันวสันตวิษุวัต ที่ช่วงเวลากลางวันเท่ากับกลางคืน 12 ชั่วโมงเท่ากัน และวันที่ประเทศทางซีกโลกเหนือย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ และประเทศทางซีกโลกใต้ย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง