วันจันทร์, กันยายน 7, 2569

อว.-พม.ดัน "ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร" ฝีมือคนไทย นำร่อง-ขยายผล 83 จุดใน 8 จ.ภาคเหนือ

by Trust News, 19 เมษายน 2569


“ศ.ดร.ยศชนัน-นิกร” ลงพื้นที่เชียงใหม่ เผยโฉมนวัตกรรม “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” งานวิจัยคนไทย โดย มช. ราคาประหยัดที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพียง 3,600 บาท สั่งเดินหน้าติดตั้งช่วยกลุ่มเปราะบาง 83 แห่ง ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ สู้ภัย PM 2.5


เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2569 ที่ผ่านมา ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นำคณะผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารท้องถิ่น และ นายก อบจ.เชียงใหม่ รวมถึงผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ ของพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เปิดตัวและเดินเครื่องติดตั้ง “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” นวัตกรรมฝีมือนักวิจัยไทยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ สถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อช่วยกลุ่มเปราะบางในภาคเหนือสู้วิกฤต PM 2.5 อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยต้นทุนเพียง 3,600 บาทต่อห้อง และเมื่อ ศ.ดร.ยศชนัน เดินทางมาถึง พบว่ามีเจ้าหน้าที่กระทรวงได้ขอเซลฟีถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างเป็นกันเองอยู่เป็นระยะๆ

ก่อนตรวจเยี่ยม รมว.กระทรวง อว. ได้หยิบเครื่องวัดฝุ่นพกพาขึ้นมาตรวจวัดคุณภาพอากาศนอกอาคารด้วยตนเอง พบค่าฝุ่นพุ่งสูงถึง 150-180 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ซึ่งอยู่ในระดับวิกฤตที่กระทบสุขภาพประชาชนโดยตรง ท่ามกลางกลุ่มควันที่ปกคลุมทั่วจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมย้ำว่าสถานการณ์นี้รอไม่ได้ต้องลงมือแก้ด้วยเทคโนโลยีที่ใช้ได้จริงทันที

ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้า 2 แนวทางคู่ขนาน คือระยะสั้น นำเทคโนโลยีฝีมือคนไทยมาแก้ปัญหาให้คนไทยในราคาประหยัด โดย “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” ผลงานวิจัยของ มช. นำโดย ศ.เกียรติคุณ นพ.สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์ คณะสาธารณะสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือระบบความดันบวก (Positive Pressure) ร่วมกับเครื่องฟอกอากาศ DIY และ เซนเซอร์ IoT วัดฝุ่น ซึ่งจะทำงานประสานกันทั้งเติมอากาศใหม่และเก็บกวาดฝุ่นภายในห้อง ติดตั้งเสริมในอาคารเดิมได้ทันที พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ท้องถิ่นและช่างชุมชนผลิต-ซ่อมบำรุงได้เอง เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดขึ้นจริงและยั่งยืนในพื้นที่

รมว.กระทรวง อว. กล่าวต่อว่า แผนระยะยาว รัฐบาลจะเดินหน้านำ deep tech มาใช้สืบค้นต้นตอของปัญหาฝุ่นอย่างแท้จริง พัฒนาระบบตรวจจับไฟป่าแบบเรียลไทม์ และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ร่วมพัฒนากับผู้ใช้งานจริง โดยเฉพาะอาสาสมัครดับไฟป่า พร้อมตั้งเป้าให้ใช้งานได้จริงภายใน 1 ปี เพื่อลดปัญหาฝุ่นที่ต้นเหตุ โดยเฟสแรก จะขยายผล “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” ไปยัง 83 แห่ง ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย พร้อมเป้าหมายระยะถัดไปขยายสู่ทั่วประเทศในระยะเวลาอันใกล้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยจากมลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบ 

นอกจากนี้ คณะยังได้เดินทางไปยังสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) อ.แม่ริม เพื่อประชุมบูรณาการแนวทางการแก้ไขปัญหาและปฏิบัติการบรรเทาฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ

ระหว่างการประชุม ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยโดยเฉพาะในพื้นที่เชียงใหม่มีศักยภาพในการผลิตนวัตกรรมแก้ไขปัญหาฝุ่นได้เองมานานแล้ว หรือที่เรียกว่า "Made in Chiang Mai" ซึ่งควรได้รับการสนับสนุนให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นทางการเพื่อการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน โดยเน้นการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับการทำงานในพื้นที่ เช่นเรื่องห้องความดันบวก และมุ้งกันฝุ่นที่เป็นนวัตกรรม DIY ราคาถูกเพื่อให้คนทั่วไปและกลุ่มเปราะบางเข้าถึงได้ง่าย และสามารถดึงสถานศึกษาในเครืออาชีวะ มหาวิทยาลัยราชมงคล หรือราชภัฏ เข้ามาเป็นแกนกลางในการช่วยดำเนินการให้ชุมชนได้ทันที

รมว.กระทรวง อว.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังเน้นนโยบายการใช้ข้อมูลเชิงลึกระดับโมเลกุลและเทคโนโลยี AI เพื่อวิเคราะห์ต้นตอของฝุ่นและจุดเกิดไฟป่าให้แม่นยำยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกันข้ามกระทรวง ทั้งกระทรวงมหาดไทย และกระทรวง พม. เพื่อดูแลสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ ส่วนในเรื่องของกฎหมาย ภาครัฐมีความยินดีที่จะเร่งผลักดันให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนและคลอดออกมาให้เร็วที่สุด แต่ในระหว่างที่รอข้อกฎหมาย ทุกหน่วยงานสามารถเริ่มลงมือแก้ปัญหาด้วยนวัตกรรมและฐานข้อมูลที่มีอยู่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ

ด้าน นายนิกร รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม.กล่าวว่า การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นนโยบายเร่งด่วนของกระทรวง พม. ที่ต้องเร่งคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ ผ่านการขยายผล ‘ห้องปลอดฝุ่น’ ในสถานสงเคราะห์ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะใน 8 จังหวัดภาคเหนือที่มีความต้องการเร่งด่วน (Quick Win) รวม 83 แห่ง ซึ่ง พม. จะบูรณาการร่วมกับกระทรวง อว. เพื่อนำนวัตกรรมมาสร้างพื้นที่ปลอดภัย พร้อมจัดทีมหน่วยเคลื่อนที่เร็ว (RRU) ลงพื้นที่ห่างไกล และมีแผนขยายผลให้ครอบคลุมกลุ่มเปราะบางกว่า 2.3 ล้านคนใน 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน.


You might be intertested in this news.

Mostview

เป็นแฟนเจย์โจวต้องอดทน ความรักที่ต้องเป็นความลับ (ชมคลิป)

เป็นแฟนเจย์โจวต้องอดทน ความรักที่ต้องเป็นความลับ (ชมคลิป)

รีวิวหนัง “คนระห่ำ ห้ามรอด” บู๊โหด แอ็คชันดิบ

Mutiny คนระห่ำห้ามรอด หนังเรื่องใหม่ของ “เจสัน สเตแธม” แค่ชื่อนี้ ก็การันตีความสนุกของฉากแอ็คชัน ได้แน่นอน

เรือ USS Abraham Lincoln เทียบท่าพัทยาแล้ว พาทหารกว่า 5 พันนายพักฟื้นฟูจิตใจ

กองเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ USS Abraham Lincoln (CVN-72) นำทัพเรือพิฆาตเข้าเทียบท่าแหลมฉบัง จ.ชลบุรี แล้ว เพื่อนำกำลังพลกว่า 5 พันนายมาแวะพักฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ (R&R) หลังปฏิบัติภารกิจมาราธอนกลางทะเลติดต่อกันนานกว่า 286 วัน

แนะนำหนังสือ นิยายน่าอ่าน เดือนกันยายน กับ 8 เรื่องยอดฮิต

ว่าแต่เรามาเข้าเรื่อง แนะนำ หนังสือ นิยาย และอีบุ๊ค ออนไลน์ น่าอ่าน ประจำเดือนนี้กัน ส่วนจะมีอะไรบ้าง เราไปกันเลย....

กทม.แจงปม ดาต้าเซ็นเตอร์ สั่งทบทวนใบอนุญาตรายเก่าระงับออกใหม่ น้ำ-ไฟฟ้าไม่กระทบ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เผย กทม. สั่งชะลอใบอนุญาต Data Center เพิ่มเติม รอความชัดเจนปิดช่องโหว่กฎหมาย ย้ำความปลอดภัยประชาชนเป็นสำคัญ ขณะที่ ปัญหาไฟฟ้า-ประปา ยังไม่กระทบประชาชน ด้านทีมสุดซอยแจงปมสะสมน้ำมันดีเซลไว้ปั่นไฟสำรองต้องไม่เกิน 2 แสนลิตร หากเกินจะดำเนินคดี

TrustNEws Line