วันอาทิตย์, เมษายน 19, 2569

อว.-พม.ดัน "ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร" ฝีมือคนไทย นำร่อง-ขยายผล 83 จุดใน 8 จ.ภาคเหนือ

by Trust News, 19 เมษายน 2569


“ศ.ดร.ยศชนัน-นิกร” ลงพื้นที่เชียงใหม่ เผยโฉมนวัตกรรม “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” งานวิจัยคนไทย โดย มช. ราคาประหยัดที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพียง 3,600 บาท สั่งเดินหน้าติดตั้งช่วยกลุ่มเปราะบาง 83 แห่ง ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ สู้ภัย PM 2.5


เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2569 ที่ผ่านมา ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นำคณะผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารท้องถิ่น และ นายก อบจ.เชียงใหม่ รวมถึงผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ ของพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เปิดตัวและเดินเครื่องติดตั้ง “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” นวัตกรรมฝีมือนักวิจัยไทยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ สถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อช่วยกลุ่มเปราะบางในภาคเหนือสู้วิกฤต PM 2.5 อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยต้นทุนเพียง 3,600 บาทต่อห้อง และเมื่อ ศ.ดร.ยศชนัน เดินทางมาถึง พบว่ามีเจ้าหน้าที่กระทรวงได้ขอเซลฟีถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างเป็นกันเองอยู่เป็นระยะๆ

ก่อนตรวจเยี่ยม รมว.กระทรวง อว. ได้หยิบเครื่องวัดฝุ่นพกพาขึ้นมาตรวจวัดคุณภาพอากาศนอกอาคารด้วยตนเอง พบค่าฝุ่นพุ่งสูงถึง 150-180 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ซึ่งอยู่ในระดับวิกฤตที่กระทบสุขภาพประชาชนโดยตรง ท่ามกลางกลุ่มควันที่ปกคลุมทั่วจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมย้ำว่าสถานการณ์นี้รอไม่ได้ต้องลงมือแก้ด้วยเทคโนโลยีที่ใช้ได้จริงทันที

ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้า 2 แนวทางคู่ขนาน คือระยะสั้น นำเทคโนโลยีฝีมือคนไทยมาแก้ปัญหาให้คนไทยในราคาประหยัด โดย “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” ผลงานวิจัยของ มช. นำโดย ศ.เกียรติคุณ นพ.สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์ คณะสาธารณะสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือระบบความดันบวก (Positive Pressure) ร่วมกับเครื่องฟอกอากาศ DIY และ เซนเซอร์ IoT วัดฝุ่น ซึ่งจะทำงานประสานกันทั้งเติมอากาศใหม่และเก็บกวาดฝุ่นภายในห้อง ติดตั้งเสริมในอาคารเดิมได้ทันที พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ท้องถิ่นและช่างชุมชนผลิต-ซ่อมบำรุงได้เอง เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดขึ้นจริงและยั่งยืนในพื้นที่

รมว.กระทรวง อว. กล่าวต่อว่า แผนระยะยาว รัฐบาลจะเดินหน้านำ deep tech มาใช้สืบค้นต้นตอของปัญหาฝุ่นอย่างแท้จริง พัฒนาระบบตรวจจับไฟป่าแบบเรียลไทม์ และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ร่วมพัฒนากับผู้ใช้งานจริง โดยเฉพาะอาสาสมัครดับไฟป่า พร้อมตั้งเป้าให้ใช้งานได้จริงภายใน 1 ปี เพื่อลดปัญหาฝุ่นที่ต้นเหตุ โดยเฟสแรก จะขยายผล “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” ไปยัง 83 แห่ง ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย พร้อมเป้าหมายระยะถัดไปขยายสู่ทั่วประเทศในระยะเวลาอันใกล้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยจากมลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบ 

นอกจากนี้ คณะยังได้เดินทางไปยังสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) อ.แม่ริม เพื่อประชุมบูรณาการแนวทางการแก้ไขปัญหาและปฏิบัติการบรรเทาฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ

ระหว่างการประชุม ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยโดยเฉพาะในพื้นที่เชียงใหม่มีศักยภาพในการผลิตนวัตกรรมแก้ไขปัญหาฝุ่นได้เองมานานแล้ว หรือที่เรียกว่า "Made in Chiang Mai" ซึ่งควรได้รับการสนับสนุนให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นทางการเพื่อการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน โดยเน้นการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับการทำงานในพื้นที่ เช่นเรื่องห้องความดันบวก และมุ้งกันฝุ่นที่เป็นนวัตกรรม DIY ราคาถูกเพื่อให้คนทั่วไปและกลุ่มเปราะบางเข้าถึงได้ง่าย และสามารถดึงสถานศึกษาในเครืออาชีวะ มหาวิทยาลัยราชมงคล หรือราชภัฏ เข้ามาเป็นแกนกลางในการช่วยดำเนินการให้ชุมชนได้ทันที

รมว.กระทรวง อว.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังเน้นนโยบายการใช้ข้อมูลเชิงลึกระดับโมเลกุลและเทคโนโลยี AI เพื่อวิเคราะห์ต้นตอของฝุ่นและจุดเกิดไฟป่าให้แม่นยำยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกันข้ามกระทรวง ทั้งกระทรวงมหาดไทย และกระทรวง พม. เพื่อดูแลสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ ส่วนในเรื่องของกฎหมาย ภาครัฐมีความยินดีที่จะเร่งผลักดันให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนและคลอดออกมาให้เร็วที่สุด แต่ในระหว่างที่รอข้อกฎหมาย ทุกหน่วยงานสามารถเริ่มลงมือแก้ปัญหาด้วยนวัตกรรมและฐานข้อมูลที่มีอยู่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ

ด้าน นายนิกร รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม.กล่าวว่า การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นนโยบายเร่งด่วนของกระทรวง พม. ที่ต้องเร่งคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ ผ่านการขยายผล ‘ห้องปลอดฝุ่น’ ในสถานสงเคราะห์ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะใน 8 จังหวัดภาคเหนือที่มีความต้องการเร่งด่วน (Quick Win) รวม 83 แห่ง ซึ่ง พม. จะบูรณาการร่วมกับกระทรวง อว. เพื่อนำนวัตกรรมมาสร้างพื้นที่ปลอดภัย พร้อมจัดทีมหน่วยเคลื่อนที่เร็ว (RRU) ลงพื้นที่ห่างไกล และมีแผนขยายผลให้ครอบคลุมกลุ่มเปราะบางกว่า 2.3 ล้านคนใน 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน.


You might be intertested in this news.

Mostview

สลด! อดีต ปธ.บริษัทโลจิสติก ยิงลาโลกพร้อมภรรยา ทิ้งจดหมายสั่งเสีย

เหตุสลด อดีตประธาน บริษัทโลจิสติก ชื่อดัง ลั่นไกยิงภรรยา ก่อนยิงตัวเองเสียชีวิตทั้งคู่ คาบ้านพักหรูย่านบางชัน พบจดหมายสั่งเสียวางไว้บนโต๊ะ...

ช็อกคนญี่ปุ่น พ่อเลี้ยงสารภาพฆ่า เด็กชาย 11 ขวบ ก่อนย้ายศพหมกป่าหนีตำรวจ

ปิดฉากการค้นหา 3 สัปดาห์ คดีเด็กชายวัย 11 ปีหายตัวที่เกียวโต สุดท้ายพบเป็นศพกลางป่า ขณะที่ ต้องพบความจริงที่เจ็บปวด เมื่อพ่อเลี้ยงหนุ่มจำนนต่อหลักฐาน รับสารภาพช็อกคนทั้งญี่ปุ่น 'ผมเป็นคนทำเอง' เผยพฤติกรรมสุดอำมหิต ย้ายศพหนีการค้นหาของตำรวจนับพันนาย

ทรู จัดเต็ม สัญญาณเน็ต โครงข่ายไฟเบอร์ คลื่นมือถือ 5G รองรับเทศกาลสงกรานต์ 2569

ทรู ชูแผนรับเทศกาลสงกรานต์ 2569 รับวันหยุดยาว ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง เตรียมระบบดครงข่ายอินเทอร์เน็ตทั้งไฟเบอร์บ้าน เครือข่ายมือถือ 4G-5G รองรับคนกรุงไม่ไปไหนอยู่ กทม. และคนที่กลับต่างจังหวัด ใช้งานลื่นไหลตลอด 24 ชม.

เมื่อ F-14 พบกับ MiG-23 เหนือทะเลจีนใต้ ปี 1988 และการย่องเงียบเก็บข้อมูล

ในช่วงสงครามเย็น เอฟ-14 ของทร.สหรัฐฯ จากฝูงบิน VF 213 ได้รับคำสั่งเข้าสกัดมิก-23 ของโซเวียดเหนืออ่าวคัมราห์น ประเทศเวียดนาม แต่มิก-23 กลับไม่รู้ตัวว่าโดนติดตาม ทำให้เอฟ-14 เปลี่ยนภารกิจสกัดกั้นมาเป็นการย่อมเงียบแอบถ่ายใต้ท้องเครื่องดูอาวุธของโซเวียต

65 ปี "ยูริ กาการิน" จากเสียง 'บี๊บ' ของสปุตนิก 1 สู่มนุษย์คนแรกที่ได้ไปอวกาศ

108 นาทีที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์มนุษยชาติไปตลอดกาล... จากเสียง 'บี๊บ' ของสปุตนิก สู่ประโยค 'Poyekhali!' บนยอดจรวด Vostok-K วันนี้ครบรอบ 65 ปีที่ ยูริ กาการิน จารึกชื่อเป็นมนุษย์คนแรกที่ก้าวพ้นขอบฟ้าไปสัมผัสอวกาศ หนึ่งในก้าวสำคัญของการแข่งขัน Space Race

TrustNEws Line