"ศุภจี" ลงพื้นที่จันทบุรี ติดตามการผลิตทุเรียนจากสวนและการส่งออกจากล้งไปจีน
by Trust News, 28 เมษายน 2569
รองนายกฯ "ศุภจี" ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตสวนทุเรียนไทย พร้อมตรวจเยี่ยมกระบวนการคัดบรรจุทุเรียนคุณภาพเพื่อการส่งออก ของผู้ประกอบการไทย และล้งผลไม้ส่งออกไปจีน พร้อทปล่อยปล่อยคาราวานผลไม้ไปขายในห้างโมเดิร์นเทรด และส่งออกนอก
เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2569 ที่ผ่านมา นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตสวนทุเรียนไทย พร้อมตรวจเยี่ยมกระบวนการคัดบรรจุทุเรียนคุณภาพเพื่อการส่งออก โดยมีนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนหน่วยงานภาคและเอกชนในพื้นที่เข้าร่วม ณ บริษัท แซม-ซัน อินเตอร์ เฟรช จำกัด ตำบลแสลง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โดยนายภาณุวัชร์ ไหมแก้ว กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ อดีตนายกสมาคมผู้ส่งออกทุเรียนและมังคุด รวมถึงผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่ ได้บรรยายสรุปขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพทุเรียนก่อนส่งออก ตั้งแต่การตรวจโดยสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 (สวพ.6) ร่วมกับ Central Lab Thai ไปจนถึงกระบวนการตรวจปิดตู้โดยด่านตรวจพืชจังหวัดจันทบุรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก
ในโอกาสนี้ นางศุภจี และคณะ ได้ปล่อยคาราวานผลไม้สู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยแบ่งเป็น 2 เส้นทาง ได้แก่ การกระจายผลผลิตเข้าสู่ห้าง Modern Trade ในประเทศ และการส่งออกไปยังตลาดจีนด้วยตู้คอนเทนเนอร์ปริมาณกว่า 100 ตัน
นางศุภจี กล่าวว่า ได้บูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ศุลกากร และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อควบคุมคุณภาพตั้งแต่การคัดแยกจนถึงการส่งออก
“วันนี้ได้เห็นกระบวนการคัดคุณภาพอย่างเข้มข้น ตั้งแต่การตรวจเปอร์เซ็นต์แป้งที่ต้องไม่ต่ำกว่า 32% และที่นี่ตั้งเกณฑ์สูงถึง 35% รวมถึงการตรวจสารตกค้างโดยห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ทั้งสารแคดเมียม BY2 ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของผู้ประกอบการในการรักษาคุณภาพทุเรียนไทย” รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้ปล่อยคาราวานตู้คอนเทนเนอร์ส่งออกไปยังประเทศจีน พร้อมกับการใช้ Influencer จีนไลฟ์สดจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์ม e-Commerce ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยภาพรวมราคาทุเรียนในขณะนี้ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวต่อว่า ได้มีการส่งทีมล่วงหน้าโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศไปประจำด่านสำคัญ ทั้งเส้นทางผ่านเวียดนามและลาว (ด่านเชียงของ) ไปยังจีน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ และกระจายการส่งออกไปยังตลาดต่างๆ รวมถึงจีนตอนในและตะวันตก
ปีนี้ผลผลิตเพิ่มขึ้นกว่า 30% สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาคุณภาพ หากคุณภาพดีจะช่วยพยุงราคาได้ ขณะเดียวกันกระทรวงได้เตรียมความพร้อมทั้งตู้คอนเทนเนอร์และแรงงาน โดยร่วมกับกระทรวงแรงงานในการพัฒนาทักษะแรงงานรองรับฤดูกาลผลไม้
พร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังมีแผนส่งเสริมการบริโภคในประเทศควบคู่กับการส่งออก ผ่านความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน ห้าง Modern Trade ตลาดกลาง และแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะการร่วมมือกับ TikTok เพื่อขยายตลาดภายในประเทศ รองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีกิจกรรมส่งเสริมการจำหน่ายทุเรียนไทย ผ่าน Live Commerce เจาะตลาดจีน ผ่านแพลตฟอร์มซื่อผิ่นฮ่าวโดยมี KOL เยี่ยน กงจู่ เยี่ยน เจินเสี่ยน (มีผู้ติดตาม 6 ล้านคน) โดยนางศุภจีได้ร่วม ไลฟ์สดกับ KOL จีนด้วย ซึ่ง กรมฯได้ร่วมมือกับบริษัท ไทยพาวิเลี่ยน จำกัด ร่วมโปรโมทการจำหน่ายทุเรียนไทย ร่วมกับ Top Thai Flagship Store ในจีน โดยการไลฟ์สดจะดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2569 ผ่านแพลตฟอร์มชั้นนำอีกหลายแหล่ง อาทิ Douyin, Kuaishou และ Taobao ซึ่งเน้นประชาสัมพันธ์การเดินทางของทุเรียนคุณภาพของไทยไปสู่ผูบริโภคชาวจีน คาดว่าจะสามารถจำหน่ายทุเรียนไทยได้ไม่น้อยกว่า 200 ตัน ภายใต้แนวคิด “From Farm to Table” เพื่อสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าไทย
นางศุภจี เปิดเผยว่า สถานการณ์ผลผลิตทุเรียนปี 2569 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าผลผลิตรวมทั้งประเทศอยู่ที่ 2.071 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 ซึ่งภาคตะวันออกทยอยให้ผลผลิตก่อนและคาดว่าช่วงเดือนพฤษภาคมจะมีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุด ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการร่วมกันเพื่อควบคุมทุเรียนไทยให้มีคุณภาพในการส่งออกไปประเทศปลายทาง
โดยในปี 2568 ไทยส่งออกทุเรียนสดไปตลาดทั่วโลก มีปริมาณ 979,045 ตัน มูลค่า 4,368 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 125,737 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 15.71 ขณะที่ปี 2569 (มกราคม–มีนาคม) ส่งออกแล้ว 101,773 ตัน มูลค่า 506.60 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 181.05 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดหลัก มีการส่งออกในช่วงวันที่ 1 มกราคม – 22 เมษายน 2569 จำนวน 16,037 ชิปเมนต์ ปริมาณกว่า 252,690 ตัน มูลค่า 29,288 ล้านบาท โดยมีเส้นทางขนส่งสำคัญผ่านด่านเชียงของและด่านนครพนม
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้กำหนดแผนผลักดันการส่งออกผลไม้ไทยปี 2569 ครอบคลุม 3 กลุ่มตลาด ได้แก่
1. ตลาดหลัก: เน้นรักษาตลาดจีน ส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง
2. ตลาดศักยภาพ: ซึ่งรู้จักผลไม้ไทยเป็นอย่างดี ตลาดที่ส่งเสริม ได้แก่ ฮ่องกง มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ
3. ตลาดส่งเสริมภาพลักษณ์: เน้นสร้างการรับรู้ผลไม้ไทยโดยนำร่องเป็นผลไม้แปรรูป เช่นตลาดในกลุ่ม ตะวันออกกลาง ยุโรป เอเชียใต้ และเอเชียกลาง ในคอนเซ็ปต์ “THAILAND: THE LAND OF TROPICAL FRUITS” เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันในทุกกิจกรรมทั่วโลก
พร้อมเดินหน้ากิจกรรมสำคัญ เช่น การจับคู่ธุรกิจ การส่งเสริมการขายในต่างประเทศ (Thai Tropical Fruits Golden Months) การใช้ E-Commerce และ Influencer การเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยืนยันจะบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อบริหารจัดการผลผลิต ยกระดับมาตรฐานสินค้า และขยายตลาดส่งออกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน
จากนั้นนางศุภจี และคณะ ได้เดินทางไปที่ บริษัท เกาฟง จำกัด ณ ตำบลเขาวัว อำเภอท่าใหม่ หารือกับผู้บริหาร เพื่อติดตามการคัดบรรจุทุเรียนคุณภาพแช่แข็งส่งออกต่างประเทศ ดูกรรมวิธีการแกะเนื้อทุเรียนพร้อมแช่แข็งเนื้อทุเรียนด้วยก๊าซไนโตรเจนเหลว เป็นการช่วยยืดอายุและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร
ทั้งนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้ ดร.ปิยนุช วุฒิสอน คณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะร่วมกับนางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ลงพื้นที่หารือผู้บริหารจังหวัดหล่างเซิง และสำรวจเส้นทางขนส่งสินค้าผ่านด่านสากลหูหงิ ด่านโหย่วอี้กวน และศูนย์การซื้อขายผลไม้จีน(ฉงจั่ว) - อาเซียน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์และการผ่านแดน รองรับฤดูกาลส่งออกผลไม้ไทยสู่ตลาดจีน ช่วงระหว่างวันที่ 23-25 เม.ย. ด้วย
You might be intertested in this news.
Mostview
รีวิวหนัง NORMAL ‘เมืองธรรมดานรกเรียกพ่อ’ โหด มันส์ บู๊เลือดสาด
แค่เห็นโปสเตอร์ ชื่อไทย “เมืองธรรมดานรกเรียกพ่อ” หรือ NORMAL และชื่อนักแสดงนำ “บ๊อบ โอเดนเคิร์ก” (จากเรื่อง NOBODY ชื่อไทย คนธรรมดานรกเรียกพี่) ก็อยากดู แม้วัยเฮียจะมากขึ้น ....
"ไทยคม 4" จะตกลงสู่โลก 31 ก.ค.นี้ ปิดตำนาน ยักษ์บรอดแบนด์ดวงแรกของโลก
เตรียมปิดตำนาน ดาวเทียมไทยคม 4 หรือ IPSTAR ที่รับใช้ชาติมานานกว่าสองทศวรรษ กำลังจะหมดอายุทางวิศวกรรมและตกจากวงโคจรในช่วงปลายเดือน ก.ค.69 นี้ ด้านกสทช. ไฟเขียวใช้ดาวให้โอนย้ายสัญญาณฝากดาวเทียมเกาหลี ขัดตาทัพก่อน รอยิง "ไทยคม 9" มั่นใจไม่กระทบผู้ใช้งาน
NIA เปิดฉาก Startup Thailand League 2026 ชิงแชมป์ระดับประเทศ
NIA เปิดฉาก Startup Thailand League 2026 เฟ้นหาสุดยอดนักรบไอเดียสตาร์ตอัปภาคกลาง-ตะวันออก ร่วมชิงแชมป์ระดับประเทศในเดือนมิถุนายนนี้ ...
ม.เกษตรฯ ชูผลิต "ไบโอชาร์" บำรุงดินลดวิกฤติปุ๋ยเคมีแพง ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น
ม.เกษตรฯ โดย มูลนิธิ ม.เกษตรฯ ผนึกสมาคมพืชพรรณอาณาจักรสยาม จัดเสวนาชี้ทางออกวิกฤติปุ๋ยแพง โดยแนะหันมาผลิตไบโอชาเพื่อลดต้นทุนปุ๋ยเคมี ชูให้ผลผลิตต่อไร่สูง พืชเติบดตดี ดินร่วนซุย เมื่อผสมกับปุ๋ยคอกและมูลวัวยังช่วยลดก๊าซเรือนกระจกต้นเหตุโลกร้อน
ENTEC สวทช. ชู H-FAME ไบโอดีเซลพรีเมียมคาร์บอนต่ำ โอกาสพาไทยรอดวิกฤติพลังงาน
ENTEC สวทช. ชู H-FAME ทางเลือกดีเซลพรีเมียม คาร์บอนต่ำ ใช้งานกับเครื่องดีเซลทุกชนิด ชูจุดเด่นลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 50% ไอเสียไม่เหม็น อยู่ค้างในถังได้นานไม่ตกตะกอน ผลิตจากน้ำมันปาล์ม พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตเชิงอุตสาหกรรมได้ทันที
ข่าวที่เกี่ยวข้อง