วันพฤหัสบดี, เมษายน 30, 2569

คดีที่ 4 ศาลสั่งประหาร 'แอม ไซยาไนด์' วางยาฆ่า 'ผู้กองนุ้ย' สารภาพลดโทษจำคุกตลอดชีวิต

by Trust News, 30 เมษายน 2569

ศาลอาญาตัดสินคดีที่ 4 “แอม ไซยาไนด์” วางยาฆ่า “ผู้กองนุ้ย” พิพากษาประหารชีวิต แต่คำให้การเป็นประโยชน์ เหลือลงโทษ “จำคุกตลอดชีวิต” 

ที่ห้องพิจารณา 913 ศาลอาญาเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 เม.ย. ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ526/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้องนางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม ไซยาไนด์ อายุ 39 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน เป็นคดีที่ 4 จากกรณีเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2565 จำเลยใส่สารพิษไซยาไนด์ ในอาหารและเครื่องดื่มให้ ร.ต.อ.หญิง สุกานดา วิมลมาลย์ หรือผู้กองนุ้ย อดีตรองสารวัตรการเงิน สภ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น ดื่มจนถึงแก่ความตาย จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดีโดยอ้างสถานที่อยู่

โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวนางสรารัตน์มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อฟังคำพิพากษาของศาล

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายหักล้างกันแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า วันเกิดเหตุจำเลยกับผู้ตายซึ่งเป็นเพื่อนกันได้เดินทางไปดูดวงที่อาศรมแห่งหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องตำแหน่ง หน้าที่การงาน และความรักของผู้ตาย ขณะที่อยู่ในอาศรม พยานโจทก์เห็นจำเลยเดินเข้าออกและพูดคุยโทรศัพท์ตลอดเวลา และมาสะกิดหลังผู้ตายให้กลับขณะกำลังดูดวง หลังจากนั้นได้ออกไปรับประทานอาหารที่จังหวัดนครปฐมก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน ก่อนที่ผู้ตายจะประสบอุบัติเหตุรถชนบนไหล่ทางที่จังหวัดกาญจนบุรีขณะกำลังกลับบ้าน 
กู้ภัยที่เข้าไปช่วยเหลือเบิกความว่าพบผู้ตายหมดสติ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา พยานโจทก์เบิกความด้วยว่าผู้ตายเสียชีวิตเนื่องจากสภาวะหัวใจล้มเหลว และจากการตรวจสอบพบสารพิษในร่างกายของผู้ตาย และพยานโจทก์จากแพทยสภาเบิกความยืนยันว่าผู้ตายเสียชีวิตจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลวจริง จากการมีสารไซยาไนด์ในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีพยานโจทก์ปากอื่น ๆ เบิกความสอดคล้องต้องกัน 

นอกจากนี้ ยังมีพยานโจทก์ยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้สั่งซื้อสารไซยาไนด์ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับที่มีสารไซยาไนด์ไว้ในครอบครอง ขณะอยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย

ศาลเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักแน่นหนา น่าเชื่อถือ เบิกความไปตามความจริง ไม่มีเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน ไม่มีเหตุให้เบิกความปรักปรำใส่ร้ายจำเลย จึงเชื่อว่าโจทก์เบิกความไปตามจริง ขณะที่ข้อต่อสู้ของจำเลยมีพิรุธน่าสงสัยหลายประการไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ เชื่อว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องจริง พิพากษาประหารชีวิต อย่างไรก็ตามคำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาบ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ตลอดชีวิต และให้นับโทษคดีนี้ต่อจากโทษอีก 2 คดีของศาลอาญานี้ที่จำเลยได้รับโทษประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิตก่อนหน้านี้

รายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้ศาลอาญาได้พิพากษาคดีแอม ไซยาไนด์ ฐานฆ่าผู้อื่นมาแล้วรวม 3 คดีประกอบด้วย 

คดีที่ 1 ศาลสั่งประหารชีวิต คดีวางยาฆ่า ก้อย-น.ส.ศิริพร ขันวงษ์  
คดีที่ 2 คดีวางยาฆ่าสารวัตร ปู-พ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ ศาลพิพากษาประหารชีวิต แอม ไซยาไนด์ แต่คำให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต 
คดีที่ 3 คดีวางยาฆ่า น.ส.นิตยา แก้วบุปผา วิศวกรสาว ที่นครปฐม ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอว่าจำเลยครอบครองไซยาไนด์ หรือประสงค์ต่อทรัพย์

คดีที่ 4 จำคุกตลอดชีวิต “แอม ไซยาไนด์” วางยาฆ่า “ผู้กองนุ้ย”

 

ศาลอาญาตัดสินคดีที่ 4 “แอม ไซยาไนด์” วางยาฆ่า “ผู้กองนุ้ย” พิพากษาประหารชีวิต แต่คำให้การเป็นประโยชน์ เหลือลงโทษ “จำคุกตลอดชีวิต” 

ที่ห้องพิจารณา 913 ศาลอาญาเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 เม.ย. ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ526/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้องนางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม ไซยาไนด์ อายุ 39 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน เป็นคดีที่ 4 จากกรณีเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2565 จำเลยใส่สารพิษไซยาไนด์ ในอาหารและเครื่องดื่มให้ ร.ต.อ.หญิง สุกานดา วิมลมาลย์ หรือผู้กองนุ้ย อดีตรองสารวัตรการเงิน สภ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น ดื่มจนถึงแก่ความตาย จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดีโดยอ้างสถานที่อยู่

โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวนางสรารัตน์มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อฟังคำพิพากษาของศาล

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายหักล้างกันแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า วันเกิดเหตุจำเลยกับผู้ตายซึ่งเป็นเพื่อนกันได้เดินทางไปดูดวงที่อาศรมแห่งหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องตำแหน่ง หน้าที่การงาน และความรักของผู้ตาย ขณะที่อยู่ในอาศรม พยานโจทก์เห็นจำเลยเดินเข้าออกและพูดคุยโทรศัพท์ตลอดเวลา และมาสะกิดหลังผู้ตายให้กลับขณะกำลังดูดวง หลังจากนั้นได้ออกไปรับประทานอาหารที่จังหวัดนครปฐมก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน ก่อนที่ผู้ตายจะประสบอุบัติเหตุรถชนบนไหล่ทางที่จังหวัดกาญจนบุรีขณะกำลังกลับบ้าน 

กู้ภัยที่เข้าไปช่วยเหลือเบิกความว่าพบผู้ตายหมดสติ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา พยานโจทก์เบิกความด้วยว่าผู้ตายเสียชีวิตเนื่องจากสภาวะหัวใจล้มเหลว และจากการตรวจสอบพบสารพิษในร่างกายของผู้ตาย และพยานโจทก์จากแพทยสภาเบิกความยืนยันว่าผู้ตายเสียชีวิตจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลวจริง จากการมีสารไซยาไนด์ในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีพยานโจทก์ปากอื่น ๆ เบิกความสอดคล้องต้องกัน 

นอกจากนี้ ยังมีพยานโจทก์ยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้สั่งซื้อสารไซยาไนด์ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับที่มีสารไซยาไนด์ไว้ในครอบครอง ขณะอยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย

ศาลเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักแน่นหนา น่าเชื่อถือ เบิกความไปตามความจริง ไม่มีเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน ไม่มีเหตุให้เบิกความปรักปรำใส่ร้ายจำเลย จึงเชื่อว่าโจทก์เบิกความไปตามจริง ขณะที่ข้อต่อสู้ของจำเลยมีพิรุธน่าสงสัยหลายประการไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ เชื่อว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องจริง พิพากษาประหารชีวิต อย่างไรก็ตามคำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาบ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ตลอดชีวิต และให้นับโทษคดีนี้ต่อจากโทษอีก 2 คดีของศาลอาญานี้ที่จำเลยได้รับโทษประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิตก่อนหน้านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลอาญาได้พิพากษาคดีแอม ไซยาไนด์ ฐานฆ่าผู้อื่นมาแล้วรวม 3 คดี คือคดีที่ 1 ศาลสั่งประหารชีวิต คดีวางยาฆ่า ก้อย-น.ส.ศิริพร ขันวงษ์

คดีที่ 2 คดีวางยาฆ่าสารวัตร ปู-พ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ ศาลพิพากษาประหารชีวิต แอม ไซยาไนด์ แต่คำให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต 

คดีที่ 3 คดีวางยาฆ่า น.ส.นิตยา แก้วบุปผา วิศวกรสาว ที่นครปฐม ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอว่าจำเลยครอบครองไซยาไนด์ หรือประสงค์ต่อทรัพย์


You might be intertested in this news.

Mostview

"เลสลี่จาง" ชีวิต ความรัก ความลับ กับคำถาม ทำไมต้องเป็นแบบนี้?

ภายใต้ร่มเงาของความสำเร็จอันเจิดจ้าในฐานะซุปเปอร์สตาร์ระดับตำนานของเกาะฮ่องกง แววตาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของ "เลสลี่ จาง" กลับซ่อนรากฐานของความเศร้าที่หยั่งลึกลงไปเกินกว่าที่ใครจะคาดถึง ชีวิตของเขาเปรียบเสมือนบทกวีที่สวยงามแต่หม่นเศร้า ...

รีวิวหนัง NORMAL ‘เมืองธรรมดานรกเรียกพ่อ’ โหด มันส์ บู๊เลือดสาด

แค่เห็นโปสเตอร์ ชื่อไทย “เมืองธรรมดานรกเรียกพ่อ” หรือ NORMAL และชื่อนักแสดงนำ “บ๊อบ โอเดนเคิร์ก” (จากเรื่อง NOBODY ชื่อไทย คนธรรมดานรกเรียกพี่) ก็อยากดู แม้วัยเฮียจะมากขึ้น ....

"ไทยคม 4" จะตกลงสู่โลก 31 ก.ค.นี้ ปิดตำนาน ยักษ์บรอดแบนด์ดวงแรกของโลก

เตรียมปิดตำนาน ดาวเทียมไทยคม 4 หรือ IPSTAR ที่รับใช้ชาติมานานกว่าสองทศวรรษ กำลังจะหมดอายุทางวิศวกรรมและตกจากวงโคจรในช่วงปลายเดือน ก.ค.69 นี้ ด้านกสทช. ไฟเขียวใช้ดาวให้โอนย้ายสัญญาณฝากดาวเทียมเกาหลี ขัดตาทัพก่อน รอยิง "ไทยคม 9" มั่นใจไม่กระทบผู้ใช้งาน

NIA เปิดฉาก Startup Thailand League 2026 ชิงแชมป์ระดับประเทศ

NIA เปิดฉาก Startup Thailand League 2026 เฟ้นหาสุดยอดนักรบไอเดียสตาร์ตอัปภาคกลาง-ตะวันออก ร่วมชิงแชมป์ระดับประเทศในเดือนมิถุนายนนี้ ...

ม.เกษตรฯ ชูผลิต "ไบโอชาร์" บำรุงดินลดวิกฤติปุ๋ยเคมีแพง ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น

ม.เกษตรฯ โดย มูลนิธิ ม.เกษตรฯ ผนึกสมาคมพืชพรรณอาณาจักรสยาม จัดเสวนาชี้ทางออกวิกฤติปุ๋ยแพง โดยแนะหันมาผลิตไบโอชาเพื่อลดต้นทุนปุ๋ยเคมี ชูให้ผลผลิตต่อไร่สูง พืชเติบดตดี ดินร่วนซุย เมื่อผสมกับปุ๋ยคอกและมูลวัวยังช่วยลดก๊าซเรือนกระจกต้นเหตุโลกร้อน

TrustNEws Line