วันพุธ, พฤษภาคม 6, 2569

ย้อนตำนาน ‘เฉินกวานซี’ คลังภาพฉาว พิฆาตดารา

by Trust News, 4 พฤษภาคม 2569

ตำนาน เฉินกวานซี คลังภาพฉาว พิฆาตดารา และเส้นทางรัก ท่ามกลางขวากหนาม ของ “เซียะถิงฟง” และ "จางป๋อจือ" ที่จบลงด้วยใบหย่า...

ในวงการบันเทิงฮ่องกง ในยุค 2000 ถือว่าเป็นยุคเฟื่องฟูระดับหนึ่ง หากเป็นดารารุ่นใหญ่ คงหนีไม่พ้น เหลียงเฉาเหว่ย หลิวเต๋อหัว โจวเหวิ่นฟะ หรือ โจวซิงฉือ

รุ่นรองลงมา หากเป็นฝ่ายชายก็จะเป็น เซียะถิงฟง กู่เถียนเล่อ หรือแม้แต่เฉินกว้านซี หรือ Edison Chen

ขณะที่ฝ่ายหญิง คนที่เป็นดาวส่องสว่างมากในเวลานั้น ก็คือ จางป๋อจือ อาเจียว และ อาซา แห่งวง Twins

แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆ ได้มี “ภาพ” และ “คลิป” สุดฉาวหลุดออกมายังโลกอินเตอร์เน็ต ซึ่งเปรียบเสมือน “ระเบิด” ที่ทำลาย “ชีวิต” และ “ภาพลักษณ์” ดาราสาวหลายๆ คน ซึ่งถือว่าเป็น “แฟ้มลับ” ไฟล์ดิจิทัล กว่า 1,300 ไฟล์ จาก “macbook” เครื่องหนึ่ง ซึ่งเจ้าของเครื่องนั้น คือ “เฉินกวานซี” หนึ่งในดาราสุดฮอทที่เป็นขวัญใจคนฮ่องกง และแฟนคลับชาวไทยในขณะนั้น

จุดเริ่มต้นของ “หายนะ” ของดาราสาว และความเจ้าชู้ของ “เฉินกวานซี”

สาเหตุที่ภาพและคลิปหลุดนั้น มาจาก เฉินกวานซีนำ MacBook Pro เครื่องหนึ่งไปซ่อมที่ร้านย่านเซ็นทรัล ของฮ่องกง ในปี 2006 โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิต

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น คือ “ช่างคอมฯ” ใช้วิชาชีพนักขุดรื้อค้นข้อมูลในถังขยะ และ กู้ไฟล์ลับต่างๆ กลับมาได้กว่า 1,300 ไฟล์ โดยสิ่งที่เขาทำหลังจากนั้น คือ การเซฟเก็บ อัดลงดิสต์ไว้ ซึ่งทีแรกเขาอาจจะดูแบบเงียบๆ คนเดียว แต่ต่อมาเขาก็ใจดีส่งให้เพื่อนดูบ้าง

หลังจากนั้น ในปี 2008 ภาพและคลิปดังกล่าวก็เกิดหลุด เหตุเพราะเขาแชร์ภาพให้กับเพื่อนพนักงาน หรือแอบโชว์ให้กับคนสนิทบางคน แต่สุดท้ายได้มีการ “อัปโหลด” เข้าเซิร์ฟเวอร์บริษัท และทำให้ภาพหลุดสู่สาธารณะชน

หายนะที่ตามมา ส่งผลให้ “คนในภาพ” โดยเฉพาะ “ผู้หญิง” ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต “เฉินกว้านซี” ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะ “นางเอกระดับซุปเปอร์สตาร์ฮ่องกง” อย่าง จางป๋อจือ, อาเจียว เฉินเหวินหยวน หรือแม้แต่หยางหย่งฉิง ซึ่งเป็นแฟนของเขาในขณะนั้น

คนที่เดือดร้อนหนักที่สุด ก็คือ “จางป๋อจือ” สาวสวยที่เป็นขวัญใจหนุ่มฮ่องกง หรือแม้แต่คนไทยจำนวนมากที่ชื่นชอบเธอ ด้วยภาพลักษณ์สาวหมวยสุดน่ารัก มีภาพลักษณ์ใสๆ เล่นหนังประกบกับพระเอกเบอร์ต้นมาทุกคนก็ว่าได้

แต่ “หายนะ” ที่ถาโถมจริงๆ นั้น กลับเป็นเรื่องราวในครอบครัว เนื่องจากเวลานั้น เธอ “แต่งงานกับ “เซียะถิงฟง” และมีลูกด้วยกันแล้ว

ขณะที่ อาเจียว หรือ "กิลเลียน ชุง" (Gillian Chung) สมาชิกวง Twins นั้น ได้รับผลกระทบหนักไม่แพ้คนอื่นๆ ทำให้เธอต้องพักงานในวงการไปนานกว่าหนึ่งปี และต้องออกมาแถลงข่าวทั้งน้ำตาว่า "ฉันเคยโง่และไร้เดียงสาเกินไป"

ส่วน “เฉินเหวินหยวน" อดีตนักร้องและนักแสดงที่กำลังจะแต่งงานกับแฟนหนุ่มนอกวงการที่เป็นนักธุรกิจ แต่หลังเกิดเหตุ งานแต่งงานถูกยกเลิกและเธอต้องอำลาวงการบันเทิงไปในที่สุด

ขณะที่ แฟนของเฉินกวานซีอย่าง “หยางหย่งฉิง” ซึ่งมีแบคกราว ถึงหลานสาวของประธานบริษัท Emperor Entertainment Group (EEG) นั้น เป็นคนเดียว เดียวที่ออกมาแสดงท่าทีสนับสนุนเขาในช่วงแรก

อดีตก็คืออดีต “เซียะถิงฟง” ปกป้องภรรยา

สำหรับ “จางป๋อจือ” นอกจากคำครหา ในเรื่องภาพหลุด ยังมีการตั้งข้อสังเกตเรื่อง “การนอกใจ” ด้วย เพราะเวลานั้น เขาได้แต่งงานกับ “เซียะถิงฟง” และมีลูกน้อยที่น่ารักด้วยกัน

จางป๋อจือ เก็บตัวเงียบ ไม่ออกมาให้ข่าวอะไรทั้งสิ้น มีเพียง “เซียะถิงฟง” สามีที่มีภาพของความเป็นลูกผู้ชายที่สุขุม รักภรรยา ได้ออกมาเผชิญกับ “สปอร์ตไลต์” จากสื่อ…

"สำหรับผม เรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ความผิดของภรรยาผมเลยสักนิด”

"ในวันที่เรื่องนี้ระเบิดออกมา ผมบอกกับเธอว่า: 'ไม่เป็นไรนะ มีผมอยู่ตรงนี้' ผมรู้ว่าเธอเป็นคนอย่างไรตั้งแต่วันแรกที่เรารู้จักกัน ผมยอมรับในตัวตนของเธอได้ทั้งหมด “อดีตก็คืออดีต” มันเกิดขึ้นก่อนที่เราจะแต่งงานกันด้วยซ้ำ แล้วทำไมผมต้องเอาเรื่องในอดีตมาทำลายปัจจุบันและอนาคตของเราด้วย?”

นักข่าวถามถึงเฉินกวานซี เซียะถิงฟง ตอบว่า "ผมไม่ได้เกลียดเขา... เราเคยเป็นเพื่อนกัน และผมก็ไม่ได้รู้สึกเคียดแค้นอะไรเป็นพิเศษ เพราะชีวิตผมมีสิ่งอื่นที่สำคัญกว่าต้องดูแล นั่นคือครอบครัวของผม”

ขณะที่ “เฉินกวานซี” ได้มีการแถลงข่าวในเวลาต่อมา เฉินกวานซี ยอมรับว่า รูปถ่ายที่หลุดออกมานั้น “เขาเป็นคนถ่าย” แต่ภาพเหล่านั้น เป็นภาพส่วนตัว ไม่เคยตั้งใจให้ใครได้เห็น

"ผมขอโทษผู้หญิงทุกคนและครอบครัวของพวกเธอ สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นและความเจ็บปวดที่พวกเธอได้รับ ผมเสียใจจริงๆ”

ผมได้ตัดสินใจก้าวออกจากวงการบันเทิงของฮ่องกงอย่างไม่มีกำหนด ผมตัดสินใจทำเช่นนี้เพื่อให้โอกาสตัวเองในการเยียวยาจิตใจและค้นหาตัวตนที่แท้จริง”

"ผมหวังว่าหลังจากวันนี้ไป ผมจะได้รับการให้อภัยจากพวกคุณ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ผมเสียใจจริงๆ ผมหวังว่าพวกคุณทุกคนจะยอมรับคำขอโทษของผม และให้โอกาสผมอีกครั้ง"

ในเวลาต่อมา “จางป๋อจือ” ได้ออกทีวี และให้สัมภาษณ์ถึง “เฉินกว้านซี” และระเบิดอารมณ์อย่างรุนแรง

"คุณ (เฉินกวานซี) เคยบอกว่าจะปกป้องพวกเรา แต่คุณไม่เคยทำเลย คุณไม่เคยโทรมาขอโทษ ไม่เคยติดต่อมาเพื่อรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น"

"ฉันไม่อาจทนดูเขาออกมาบีบน้ำตาหน้ากล้องได้อีกต่อไป มันคือ 'น้ำตาจระเข้' เขาทำเหมือนตัวเองเป็นผู้เสียหาย แต่คนที่พังพินาศจริงๆ คือผู้หญิงอย่างพวกเรา ฉันต้องใช้ความอดทนอย่างมากที่จะไม่บ้าตายไปต่อหน้าลูก”

"บทเรียนนี้มันแพงเกินไป ฉันยอมรับว่าฉันผิดที่เคยทำเรื่องโง่เขลาในอดีต แต่การที่ภาพส่วนตัวถูกคนทั้งโลกจ้องมองแบบนี้ มันคือการลงทัณฑ์ที่โหดร้ายเกินไปสำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง”

อย่างไรก็ตาม แม้ “เซียะถิงฟง” จะได้รับคำชื่นชมจากชาวฮ่องกง และสื่อ ถึงการทำหน้าที่ “สามี” ที่ปกป้องภรรยาในวันที่เธออ่อนแอที่สุด

แต่แล้ว ความสัมพันธ์ก็ถึงวันที่สิ้นสุดลง ในปี 2011 ทั้งคู่ตัดสินใจ “แยกทางกัน” ในที่สุด

สาเหตุของการแยกทางนั้น ไม่ได้มีการระบุชัดเจน แต่... มีข่าวลือ ที่สร้างความเจ็บปวดให้กับฝ่ายชายเป็นอย่างมาก

มีข่าวเม้าท์มอยกันว่า วันหนึ่ง “จางป๋อจือ” ได้บังเอิญไปเจอกับ “เฉินกว้านซี”

การเผชิญหน้าในครั้งนั้น ไม่ได้ทำให้ฝ่ายหญิงสะทกสะท้าน แต่อย่างใด

รายงานข่าวระบุว่า เมื่อจางป๋อจือเห็นเฉินกวานซี เธอกลับไม่ได้แสดงท่าทีหลบหน้าหรือโกรธเคือง แต่เธอได้ขอพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเพื่อ "ขอเปลี่ยนที่นั่ง" ไปนั่งใกล้กับเฉินกวานซีแทน

ทั้งสองคนพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนานตลอดการเดินทาง และจางป๋อจือยังเป็นคนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา "ถ่ายรูปคู่" (Selfie) กับเฉินกวานซีด้วยท่าทางที่เป็นกันเอง เหมือนเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันนาน

หลังเป็นข่าวออกมา “จางป๋อจือ” ออกมาปฏิเสธเสียงแข็ง… กล่าวหาว่า สื่อกุข่าว แต่…เมื่อเจอฝ่ายเฉินกวานซี กลับยอมรับว่า “เรื่องจริง”

สิ่งที่เกิดขึ้น เหมือนเป็นการ “ย้ำแผลเก่า” ที่ทำลายความ​น่ารัก น่าเชื่อถือ ของ “จางป๋อจือ” อีกครั้ง

เรื่องนี้ กลายเป็นอีกประเด็นที่ระบุว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้ “เซียะถิงฟง” ทนไม่ไหว เพราะที่ผ่านมากว่า 3 ปี ต้องแบกรับ “ศักดิ์ศรี” และ “คำครหา” มาตลอด การกระทำแบบนี้ อาจทำให้ “สามี” ถึงขีดจำกัด

เซียะถิงฟง ให้สัมภาษณ์ถึงการหย่าร้างในครั้งนี้ว่า

"ผมจะไม่พูดว่าใครผิดหรือใครถูกในเรื่องนี้... ผมยังรักเธอ (จางป๋อจือ) และผมจะยังคงรักเธอเสมอ แต่ผมแค่ไม่รู้วิธีที่จะเดินต่อไปด้วยกันได้อีกแล้ว"

"เราทั้งคู่พยายามกันมามากแล้ว โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่มันมีบางอย่างที่แตกสลายไปแล้ว และผมคิดว่าการแยกทางกันอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับลูกๆ ของเรา"

ขณะที่ “จางป๋อจือ” กลับให้ข่าวโจมตี “เซียะถิงฟง” โดยให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ Oriental Daily  ว่า

“ฉันอยู่กินกับเขามา 5 ปีเต็ม รู้จักกันตั้งแต่ฉันอายุแค่ 18 แน่นอนเขาเป็นคนแบบไหนฉันรู้ดีค่ะ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาพยายามสร้างภาพว่าตัวเองเป็นคนใจเย็น เป็นคนอ่อนโยนเสียเหลือเกิน เขาจะใส่แว่นตาดำอยู่ตลอดเวลา ครั้งหนึ่งฉันเคยถามเขาว่าทำไมต้องใส่แว่นอยู่ตลอดด้วย ซึ่งเขาบอกว่าแว่นตาจะช่วยปิดบังไม่ให้คนรู้ว่าเขาพูดจริง หรือโกหกกันแน่ … นั่นแหละค่ะเขาถึงได้รับรางวัล ‘นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม’ เหมาะสมจริง ๆ”

นอกจากนี้ จางป๋อจือ เชื่อว่า เซียะถิงฟง นี่เองที่คือคนออกมาปล่อยข่าวลือเสียหายมากมาย ที่มีต่อตัวเธอ ไม่ใช่แม่ของเขาอย่างที่หลายคนสงสัยกันแน่นอน
มีหลายเรื่องที่มีแค่เราสองคนเท่านั้นที่รู้ค่ะ เป็นบทสนทนาบางอย่างที่เป็นเรื่องของสามีภรรยา มือที่ 3 ไม่มีทางรู้ได้เลย

ช่วงที่สื่อเริ่มละแคะระคาย ว่าทั้งคู่จะหย่ากัน ถามว่า เรื่องพวกนี้ สื่อรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง เห็นชัด ๆ ว่าแหล่งข่าวที่แท้จริงคือใครกันแน่ มันคือกลยุทธ์ ‘ยืมมือคนอื่นฆ่าคน’ นั่นแหละค่ะ ทำเป็นเหมือนแม่สามีกับลูกสะใภ้ทะเลาะกัน เป็นแผนชั่วมากๆ

ด้าน “เซียะถิงฟง” ได้แถลงการณ์ โดยเนื้อหา พยายามบอกว่า “ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ได้พยายามใช้ชีวิตอย่างสงบเพื่อลูก เพื่อให้ลูกเติบโตได้อย่างปกติสุข

แต่ในช่วงหลัง มีสื่อพยายามขอสัมภาษณ์ถึงชีวิตแต่งงาน เขาต้องขออภัยจริงๆ แต่หลังจากนี้ เขาจะไม่ขอตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวอีกแล้ว

“สุดท้ายผมอยากจะขอบคุณ จางป๋อจือ อย่างที่สุด สำหรับความทุ่มเทของเธอใน 5 ปีที่ผ่านมา และหวังว่าเธอจะได้พบกับสิ่งที่ดีในชีวิตต่อไป”

นี่คือบทสรุปของชีวิตคู่ ของ “เซียะถิงฟง” และ “จางป๋อจือ” จากปัญหา ภาพถ่ายฉาว

“เฉินกวานซี” การข่มขู่ และ นักทำลายดวงดาว

กลับมาที่ “เฉินกวานซี” เอง หลังมรสุมภาพถ่าย ก็มีข่าวลือว่าเขา “โดนข่มขู่” หมายจะเอาชีวิตด้วย

ช่วงนั้น มีข่าวลือว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ “ผู้มีอิทธิพล”

ในช่วงที่ภาพหลุดเริ่มกระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ต มีข่าวลือสะพัดว่ากลุ่มมาเฟียฮ่องกง (Triads) ได้ออก "ใบสั่งเก็บ" เฉินกวานซี โดยมีการตั้งค่าหัวสูงถึง 500,000 เหรียญฮ่องกง (ในสมัยนั้น) เพื่อแลกกับ "มือ" หรือ "นิ้ว" ของเขา

มีข่าวลือว่า กลุ่มอิทธิพล ไม่พอใจอย่างรุนแรง ที่ภาพฉาวที่หลุดออกมา เปรียบเสมือนการ​ทำลาย “แหล่งเงิน” ของอนาคตดาราสาวหลายคน

ในเชิงเหตุผลทางธุรกิจ “ดาราสาว” เปรียบเสมือนแหล่งเงินทอง ของค่ายยักษ์ใหญ่ ซึ่งก็มีรายงานว่า “ค่ายหนัง” สายบันเทิงเหล่านี้ บางแห่ง มีสัมพันธ์อันดีกับ “มาเฟีย”

ส่วนประเด็น ในทฤษฎีสมคบคิด ว่า อาจเป็น “ใบสั่ง” ทำลายชื่อเสียง” นางเอกสาว

ทฤษฏีนี้ถูกพูดถึง เพราะ ช่วงที่ภาพหลุดมีลักษณะการ “ค่อยๆ ปล่อยภาพ” ออกมา เหมือนมีการเตรียมการ..?

อีกประเด็นที่ถูกหยิบยก คือ การ “สั่งสอน” ดารา มีข่าวลือว่า กลุ่มอิทธิพล ต้องการสั่งสอน “จางป๋อจือ” หรือ “อาเจียว” ผ่านทางเฉินกวานซี เพื่อใช้ภาพ “ดิสเครดิต” หลังผลประโยชน์ทางวงการบันเทิงตกลงกันไม่ได้

และข้อสุดท้าย คือชายที่ชื่อ “เล่าเข่อฉี” ช่างคอมฯ ที่เป็นคนกู้ไฟล์ และ ทำภาพลุดนั้น ถูกตั้งข้อสังเกตว่า เขาทำคนเดียวหรือไม่ เขากล้าพอที่จะท้าทายบริษัทยักษ์ฮ่องกง หรือ…

แม้ตำรวจฮ่องกงจะไม่ได้ออกมายืนยันเรื่อง "ค่าหัว 5 แสน" อย่างเป็นทางการ แต่การที่เฉินกวานซีต้องใช้ชีวิต “กบดาน” ในต่างประเทศ และต้องใช้ทีมบอดี้การ์ดติดอาวุธคุ้มกันอย่างแน่นหนาในทุกครั้งที่ปรากฏตัว ก็เป็นข้อสังเกตได้ว่า "ภัยมืดจากกลุ่มอิทธิพล" อาจมีอยู่จริง

สำหรับ สุดท้าย เรื่องในทางคดีนั้น เล่าเข่อฉี ถูกศาลตัดสินให้ จำคุก 8 เดือนและ 15 วัน ในความผิดฐาน "เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยมีเจตนาทุจริต"

ศาลระบุว่าพฤติกรรมของเขาคือการละเมิดความเป็นส่วนตัวอย่างร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง

ทั้งหมดคือ เรื่องราวของคดีฉาวของ “เฉินกวานซี” ชายผู้ทำลายดวงดารา แม้วันเวลาจะผ่านมาช่วยเยียวยาบาดแผลของ “ผู้เคราะห์ร้าย” เหล่านี้ได้บ้าง

สุดท้ายนี้ อยากถามคนที่ดูมาถึงตรงนี้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ คุณ “เห็นใจ” ใครมากที่สุด ร่วมคอมเมนต์บอกกันหน่อย…

อ่านสกู๊ปข่าวเรื่องอื่น 

"เลสลี่จาง" ชีวิต ความรัก ความลับ กับคำถาม ทำไมต้องเป็นแบบนี้?

บยอน อู ซอก ล้มเหลว100 Audition สู่ความสำเร็จ เมื่อก้าวผ่านความกลัว (ชมคลิป)

หวังเฮ่อตี้ เด็กดื้อจากเสฉวน ที่ขอเป็นฉลามในมหาสมุทร (ชมคลิป)

 


You might be intertested in this news.

Mostview

รีวิวหนัง ‘เห้งเจียแจ๊ส’ ฮาไหลลื่น แต่ตือโป๊ยก่าย “โหน่ง” เด่นกว่า

“เห้งเจียแจ๊ส” หนังไซอิ๋ว แบบ ไทยๆ ที่เนื้อเรื่องหลัก จะกลายเป็นชีวิตครอบครัวของ “ตือโป๊ยก่าย” มากกว่า โดยผสมผสาน ทั้งการต่อสู้ อภินิหาร การใช้ชีวิตครอบครัว

ททท. PEA และ โลตัส เปิดแคมเปญ “Amazing Green Journey” หนุนท่องเที่ยวสีเขียว

ททท. จับมือ กฟภ. และโลตัส เปิดตัวแคมเปญใหญ่ “Amazing Green Journey เที่ยวไทยสายกรีน แลกพอยท์ฟิน กินเที่ยวฟรี” ยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพและความยั่งยืน โดยนักท่องเที่ยวสามารถ สะสม Green Points แลกรับสิทธิประโยชน์เพียบ เริ่ม 1 พ.ค.2569 นี้

รีวิว “ข้างบ้าน” หนังที่โคตรน่ากลัว ทั้งบรรยากาศ-ฉาก jump scare

กลายเป็นหนังขึ้นอันดับ 1 ของ NETFLIX ในเวลานี้ สำหรับภาพยนตร์สุดหลอนเรื่อง “ข้างบ้าน” ซึ่งนำพลอตมาจากเรื่องเล่ามาจาก “The Ghost Radio” ...

บยอน อู ซอก ล้มเหลว100 Audition สู่ความสำเร็จ เมื่อก้าวผ่านความกลัว (ชมคลิป)

บยอน อู ซอก ล้มเหลว100 Audition สู่ความสำเร็จ เมื่อก้าวผ่านความกลัว (ชมคลิป)

ทรู ผนึก Google และ อว.ยกระดับอัปสกิล เรียน AI ในมหาวิทยาลัยนับหน่วยกิตได้

ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ Google เปิดตัว “AI for All Thais” ครั้งแรกในไทย ร่วมกับกระทรวง อว.และมหาวิทยาลัยชั้นนำ อัปสกิลการเรียน AI ภายใต้ Gemini Academy แถมเน็ต 10GB ให้ นิสิต-นศ.แถมหลักสูตรพิเศษ AI for Future Workforce 45 ชั่วโมงนับหน่วยกิตได้

TrustNEws Line