จากหล่อใส สู่หนุ่มผิวแทน ชีวิตจริง ‘กู่เทียนเล่อ’ ที่เคยพลาดเป็นโจร สู่พระเอกผู้ปิดทองหลังพระ
by Trust News, 19 พฤษภาคม 2569
ถือว่าเป็น “ดารา” ที่คนไทยชอบมากที่สุดคนหนึ่ง สำหรับพระเอกมาดเท่อย่าง “กู่เทียนเล่อ” (Louis Koo) โดยเขาแจ้งเกิดและดังอย่างมาก กับ ซีรีส์ “เจาะเวลาหาจิ๋นซี” กับบทบาท “เซี่ยงเส้าหลง”
แม้ที่ผ่านมา เขาจะเล่นหนัง หรือ ซีรีส์มาแล้วมากมาย แต่กลับบท “พี่เซี่ยง” นั้น ทำให้เขาได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว
อย่างไรก็ตาม “กู่เทียนเล่อ” นั้น เล่นซีรีส์เรื่องแรก คือ “มังกรหยก” ภาค 2 ภาคกำเนิดเอี้ยก้วย
และหากเทียบภาพอดีตกับปัจจุบันนั้น เรียกว่า “ต่างกันราวฟ้ากับเหว” เพราะตอนสมัยวัยรุ่นนั้น “กู่เทียนเล่อ” เป็นคนที่ขาวมาก เรียกว่า “หล่อใส”
ตอนเล่นมังกรหยก 1995 นั้น ออร่าความขาวนี่พุ่งแรง มาประกบกับ นางเอกสาว “หลี่ยั่วถง” ที่เป็น “เซียวเหล่งนึ่ง” ที่มาด สวย เย็น นิ่ง ศิษย์เอกสุสานโบราณ เทียบกันแล้วไม่รู้ว่า “ใครขาวกว่ากัน”
อย่างไรก็ตาม กว่าจะมาเป็น ดาราที่มีชื่อเสียงนั้น เขาก็ผ่านประสบการณ์มากมาย ที่เลวร้ายสุด ๆ ก็ถึงขั้นต้องเข้าไปนอนในซังเต ยาวนานถึง 22 เดือน และจากประสบการณ์ครั้งนั้น ทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไป กลายเป็นผู้ปิดทองหลังพระที่ใจบุญมากที่สุดในวงการบันเทิงฮ่องกง
ย้อนประวัติ “กู่เทียนเล่อ” จากเด็กหลงผิด สู่พระเอกระดับเอเชีย
กู่ เทียนเล่อ เกิดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2513 ที่ฮ่องกง โดยมีเชื้อสายจากเมืองจงซาน มณฑลกวางตุ้ง บิดาของเขาคือ กู่จุนกวาง อดีตนักแสดงภาพยนตร์กวางตุ้งที่ใช้ชื่อบนจอว่า "กาวเฟิง" ก่อนจะผันตัวมาทำธุรกิจค้าเสื้อผ้า ส่วนมารดาทำงานในโรงงาน ครอบครัวอาศัยอยู่ในอาคารที่พักสาธารณะ สะท้อนถึงชีวิตชนชั้นแรงงานทั่วไปของฮ่องกงในยุคนั้น กู่เทียนเล่อมีน้องชายหนึ่งคน
เด็กสู้ชีวิต ที่เริ่มหาเงินตั้งแต่อายุ 15 ปี
ก่อนเข้าสู่วงการบันเทิง กู่เทียนเล่อผ่านงานหลายสิบอาชีพตั้งแต่วัยเรียน ทั้งล้างจาน พนักงานซูเปอร์มาร์เก็ต หรือแม้แต่ รปภ.
มีเรื่องเล่าขำๆ ในสื่อจีน ว่า ตอนเขาอายุ 15 ปี เขาทำงานที่ร้านซูเปอร์มาเก็ตใกล้บ้าน จากนั้นก็ได้ไปทำงานที่ร้านแม็คโดนัลด์ ระหว่างที่กำลังทำความสะอาด ก็มีลูกค้าสาวๆ แซวเขา จนทำเขารู้สึกเขินหน้าแดง และสุดท้ายก็ต้องลาออก และย้ายมาทำงานที่ร้านไก่ทอด แต่เขาก็ทำงานได้ไม่นาน ก็ต้องลาออกอีก เพราะรู้สึกวิงเวียนกับกลิ่นเลือดไก่
จากนั้นได้ย้ายไปทำงานภัตตาคาร เจอสั่งให้ลอกหนังงู เขาก็ไปต่อไม่ได้ สุดท้ายย้ายไปทำงานที่ห้าง ทำได้สักพักก็ต้องลาออกอีก เพราะเบื่อพวกไฮโซอวดรวย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ เป็นเพียงเรื่องเล่า เม้าท์มอยในวงการบันเทิงฮ่องกง ไม่ใช่ข้อมูลที่มีการยืนยัน...
ต่อมาเขาไปได้งานที่ บริษัทนำเข้าส่งออก บริษัทแห่งนี้เขาทำงานอยู่ราว 2 ปี ก่อนชีวิตจะพลิกผันเข้าสู่วงการบันเทิง โดยเริ่มต้นจากการเป็นพระเอกมิวสิกวิดีโอ ก่อนที่จะไป ออดิชัน บท “เอี้ยก้วย” กับ ทีวีบี
สิ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของ คือ ช่วงอายุ 20 ปี เขาพลาดพลั้งเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีปล้นทรัพย์ร่วมกับกลุ่มเพื่อน ในเดือนพฤศจิกายน 2533 ศาลพิพากษาจำคุก 22 เดือน ที่ทัณฑสถานฝึกอบรม Lai King ของกรมราชทัณฑ์ฮ่องกง
ในหนังสืออัตชีวประวัติที่เขาตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2545 กู่เทียนเล่อบรรยายช่วงเวลาดังกล่าวว่าเป็น "ช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิต" กู่เทียนเล่อ ได้กล่าวถึง “แม่ชี” อายุ 70 ปี คนหนึ่งที่มาสอนเขาข้างในเรือนจำ จากคำสอนของแม่ชี ทำให้ทัศนคติและการใช้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตั้งแต่ตอนนั้น
หลังพ้นโทษ เขาหันมาทำงานเดินเอกสาร ในบริษัทส่งออก จากนั้นได้รับงานถ่ายโฆษณาและมิวสิควิดีโอ จนมีโอกาสเข้าตาผู้คัดเลือกนักแสดงของสถานีโทรทัศน์ TVB
กำเนิดเอี้ยก้วย แต่ “กู่ เทียนเล่อ” ยังไม่แจ้งเกิด
ในบทเอี้ยก้วย มังกรหยก ในปี 1995 กู่เทียนเล่อ ประกบกับ เซียวเหล่งนึ่ง ที่แสดงโดย “หลี่ยั่วถง” แม้ภาพรวมที่ออกมาจะดูเหมาะสมเป็นอย่างมาก แต่เขากลับได้รับคำวิจารณ์ในด้านลบอย่างหนัก
เหตุเพราะ โดนนำไปเปรียบเทียบกับเวอร์ชันก่อน ที่แสดงโดย “หลิวเต๋อหัว” ในปี 1983 และ เฉินอวี้เหลียน (Idy Chan) เมื่อเทียบเรตติ้งกับเวอร์ชันก่อน ที่นำแสดงโดย หลิวเต๋อหัว ก็ทิ้งห่างกันเกินครึ่ง ซึ่งเวอร์ชันของ “หลิวเต๋อหัว" นั้นเฉลี่ยถึง 62 คะแนน เป็นหนึ่งในซีรีส์ที่มีเรตติ้งสูงที่สุดของ TVB ตลอดกาล
ในทางกลับกัน The Condor Heroes 95 หรือ มังกรหยก เวอร์ชัน กู่เทียนเล่อ กลับประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดจีน ส่วนหนึ่งเพราะ บท “เอี้ยก้วย” กับ “เซี่ยวเหล่งนึ่ง” นั้น ค่อนข้างตรงกับคาแรคเตอร์ ในนิยาย
อย่างไรก็ตาม กู่เทียนเล่อ ก็ยังทำงานกับ ทีวีบี และแสดงซีรีส์ หลายเรื่อง กระทั่ง เขาคว้ารางวัลนักแสดงยอดนิยมของ TVB จากซีรีส์เรื่อง ทีมล่าพระกาฬ ภาค 4 กลายเป็นนักแสดงอายุน้อยที่สุด ที่ได้รับรางวัลแห่งประวัติศาสตร์นี้
กระทั่งในปี พ.ศ. 2544 เขาก็คว้ารางวัลเดิมอีกครั้งจากซีรีส์ เจาะเวลาหาจิ๋นซี (A Step Into the Past)
และจากเรื่องนี้เอง ทำให้เขาเป็นซุปเปอร์สตาร์ระดับเอเชียอย่างเต็มตัว
ทำไมต้องเปลี่ยนสีผิว จากขาวเป็นสีแทน
เรื่องนี้ กู่เทียนเล่อ เคยให้สัมภาษณ์ในหลายๆ โอกาสว่า เขาไม่ชอบการแต่งหน้า "เพราะผมเกลียดการแต่งหน้า พอแทนแล้วไม่ต้องแต่งหน้าอีก"
“ผมชอบผิวแทนเพราะดูมีสุขภาพดี และไม่เคยชอบออกกล้องพร้อมเครื่องสำอางค์ ทางออกเดียวที่จะออกกล้องโดยไม่ต้องแต่งหน้าคือการมีผิวแทนเข้ม แต่เนื่องจากผิวของเขาจางเร็ว จึงต้องไปรับแสงแดดทุก 2-3 วัน
ในรายการทอล์คโชว์ เขาอธิบายเพิ่มว่าการถ่ายทำมักอยู่ในช่วงดึกมาก พอกลับบ้านได้พักแค่ 1-2 ชั่วโมง ถ้าต้องล้างเครื่องสำอางค์และทาใหม่ทุกวัน เวลานอนยิ่งน้อยลง จึงเลือกทำผิวแทนไว้เพื่อประหยัดเวลา และยังติดตั้งหลอดแสงพิเศษไว้ที่บ้านเพื่อรับแสงได้แม้ตอนกลางคืนหรือวันที่ฝนตก
สำหรับ จุดเปลี่ยน จากหนุ่มตี๋ผิวขาว กลายเป็นหล่อเข้มนั้น ค่อยๆ เปลี่ยนตั้งแต่ปี 2540 หลังจากเข้าวงการบันเทิงฮ่องกงได้ 2 ปี จากนั้นเขาก็ฟิตร่างกายให้แข็งแรงขึ้น กำยำขึ้น จากนั้น “ภาพลักษณ์” ของเขาก็เปลี่ยนไป
ขณะเดียวกัน ก็มีข่าวลือ... ย้ำอีกครั้งว่า “ข่าวลือ” ว่าเขาได้มาเที่ยวทะเลเมืองไทย จากนั้น ผิวเขาก็คล้ำขึ้น แล้วมีหมอดูทักว่า “ชะตา” ของเขา เหมาะกับผิวแบบนี้ ให้รักษาเอาไว้เพื่อเสริมดวง จากนั้น เขาก็รักษาโดยคงผิวเขาให้เป็นสีแทนตลอด
ปัญหาอย่างเดียวสำหรับ กู่เทียนเล่อ ที่ต้องคงผิวแทน คือ เขาต้องใช้หลอด UV เข้มข้นมายาวนานกว่า 20 ปี เพราะหากเขาเริ่มห่างเมื่อไหร่ ผิวเขาก็จะเริ่มขาวขึ้น ที่สำคัญคือ ผิวแทน อาจทำให้ดูแก่กว่าคนอายุเดียวกัน
เรื่องนี้จริงไหม... เห็นด้วยกันหรือเปล่า?
วิถีแห่ง "คนบ้างาน" ที่มีพื้นฐานมาจากตัวเอง และครอบครัว
กู่เทียนเล่อขึ้นชื่อว่าเป็นนักแสดงที่ “บ้างาน” คนหนึ่ง บางปีเขารับงานภาพยนตร์ 5-10 เรื่อง จนมีคนแซวว่าเปิดไปไหนก็เจอ
เขาเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า "ผมนอนน้อยมากทุกวัน ถ้าไม่ได้ถ่ายหนัง ผมก็ใช้เวลากับเรื่องบริษัทและหาโอกาสสร้างหนังใหม่"
"ผมไม่ชอบท่องเที่ยว ผมชอบแค่ทำงาน ตอนอยู่บ้านผมก็ดูหนังและคิดบท ผมไม่อยากหยุดหรือเกษียณ การนำประสบการณ์ชีวิตทั้งสุขและทุกข์มาเขียนบทให้โอกาสผมได้ใช้จินตนาการและสร้างสรรค์"
มีรายงานว่าเขานอนวันละ 4 ชั่วโมงและกินวันละมื้อ โดยบอกว่าวิธีคลายเครียดของเขาคือ "ทำงานให้มากขึ้น" และกล่าวว่า "ตราบใดที่ยังชอบมัน คุณจะรักษาความหลงใหลนั้นไว้ได้" และ ผลพวงที่จับต้องได้คือปัญหาคอและเส้นประสาทที่ต้องผ่าตัดดามเหล็กในปี 2561 ซึ่งเขายืนยันว่าเกิดจากการทำงานหนักสะสมมาหลายปี
One Cool Film Production กับการทุ่มเทเพื่อวงการบันเทิงฮ่องกง
กู่เทียนเล่อเปิดเผยกับ South China Morning Post ว่าความคิดในการก่อตั้งสตูดิโอของตัวเองนั้น มาจากผู้กำกับจอห์นนี่ โต ผู้ที่เขาร่วมงานด้วยมายาวนาน One Cool Group เริ่มต้นด้วยการให้บริการ CGI และ Digital Intermediate (DI) ก่อนจะขยายสู่การผลิตภาพยนตร์ บริการอุปกรณ์ การบริหารนักแสดง และการจัดจำหน่ายในภูมิภาค
กู่เทียนเล่ออธิบายว่า "วงการฮ่องกงต้องการนักเขียนและผู้กำกับหน้าใหม่อย่างเร่งด่วน เพราะอุตสาหกรรมของเรามีอดีตที่รุ่งเรือง แต่ยังไม่ตอบสนองรสนิยมของผู้ชมรุ่นใหม่ คนหนุ่มสาวไม่ได้สนใจหนังแอคชันและอาชญากรรมที่เราขึ้นชื่อในระดับนานาชาติอีกแล้ว เราจึงต้องการพัฒนาหนังที่สะท้อนวิถีชีวิตและประสบการณ์ของพวกเขาให้ใกล้ชิดมากขึ้น"
หลายปีหลังจากก่อตั้ง กู่เทียนเล่อไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะว่าเขาคือผู้ก่อตั้ง One Cool Group แม้จะเป็นที่รู้กันดีในวงการ เพราะเขาไม่ต้องการให้สถานะดาราของตัวเองบดบังผลงานของบริษัท
ในช่วงที่วงการหนังหยุดชะงักจากโควิด One Cool จับมือกับ Emperor Motion Pictures ประกาศร่วมผลิตภาพยนตร์ฮ่องกง 10 เรื่องในสองปี โดยใช้แรงงานท้องถิ่นทั้งหมด เพื่อช่วยให้คนทำหนังฮ่องกงที่สูญเสียรายได้ได้กลับมาทำงาน นอกจากนี้ ยังผลิต All You Need Is Love ซึ่งเป็นโปรเจกต์ไม่แสวงหากำไรที่สร้างขึ้นเพื่อพยุงอุตสาหกรรม โดยรวบรวมดาราดังฮ่องกงมาร่วมแสดงโดยเฉพาะ
ความเงียบที่ก้องกังวาน มหาเศรษฐีผู้สร้างโรงเรียน
ความลับที่ถูกปิดตายมานานหลายปีของเขาคือการบริจาคเงินสร้างโรงเรียนและสถานพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลของจีนแผ่นดินใหญ่ เรื่องนี้ถูกเปิดเผยโดยบังเอิญจากแฟนคลับและสื่อท้องถิ่นในปี 2010 ว่าเขาสร้างโรงเรียนไปแล้วนับร้อยแห่ง
ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับ Carol Cheng เขาเปิดเผยว่า "หลังแผ่นดินไหวเสฉวน ผมไปเยี่ยมพื้นที่ภัยพิบัติกับองค์กรหนึ่ง มองลงมาจากภูเขา พื้นดินเสียหายยับเยิน บ้านบางหลังพังพินาศถูกโคลนกลบ ผมสงสัยว่ามีคนถูกฝังอยู่ข้างใต้กี่คน และในขณะนั้นเองผมบอกคนที่อยู่แถวนั้นว่า เมื่อผมลงจากเขานี้แล้ว ผมจะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อช่วยคนที่นี่ นั่นคือจุดเริ่มต้นของงานการกุศลของผม"
3 ปีแรก ทำเงียบๆ โดยไม่มีใครรู้ ก่อนถูกเปิดเผยอย่างบังเอิญ
ตั้งแต่ปี 2552 เขาระดมทุนสร้างโรงเรียน 49 แห่ง คลินิก 20 แห่ง และบ่อน้ำ 50 แห่ง ให้แก่พื้นที่ห่างไกลในจีน โดยไม่มีการประชาสัมพันธ์ใดๆ เขาส่งผู้ตรวจสอบไปดูแลงานก่อสร้างเป็นระยะ และส่งอาสาสมัครลงพื้นที่ทั่วจีนทุกเดือนเพื่อสำรวจความต้องการ
วันที่ 3 กรกฎาคม 2555 บล็อกจีนพบชื่อโรงเรียนที่มีชื่อของเขาในพื้นที่ชนบทหลายแห่ง และกลายเป็นหัวข้อยอดนิยมบนโซเชียลจีน หนังสือพิมพ์รายใหญ่ตรวจสอบและพบว่าเขาสร้างโรงเรียนไปแล้ว 49 แห่ง คลินิกกว่า 20 แห่ง และระบบน้ำ 50 แห่ง โดยไม่เคยออกสื่อ กู่เทียนเล่อปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อเรื่องนี้
ตลอดระยะเวลา 10 ปี มูลนิธิของเขาสร้างโรงเรียนประถมกว่า 100 แห่ง สถานพยาบาล 18 แห่ง โครงการอนุรักษ์น้ำ 1 แห่ง และบ่อน้ำสะอาด 750 แห่ง รวมเงินบริจาคส่วนตัวกว่า 30 ล้านหยวน นอกจากนี้เขายังจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยตรวจสอบมาตรฐานการก่อสร้างทุกโครงการ
โรงเรียนแห่งแรกที่เขาสนับสนุนอยู่ที่มณฑลกวางสี โดยใช้เงินส่วนตัวของเขาล้วนๆ และเมื่อมีงานโปรโมตภาพยนตร์ L Storm เขายังปฏิเสธที่จะตอบคำถามเรื่องการกุศลอีกครั้ง
ทำไมชื่อถึงติดอาคาร?
เมื่อมีชาวเน็ตวิจารณ์ว่าการใส่ชื่อ "กู่เทียนเล่อ หมายเลข 133" บนอาคารคือการโอ้อวด ผู้ใช้เน็ตรายอื่นออกมาชี้แจงว่านี่เป็นระเบียบขององค์กรการกุศลในฮ่องกง ไม่ใช่ความต้องการของกู่เทียนเล่อเอง
ในทุกครั้งที่มีเวลา เขาจะเดินทางไปเยี่ยมเด็กๆ บนภูเขาด้วยตัวเอง สอนภาษาอังกฤษและเล่นกับพวกเขา นอกจากนี้ยังม้วนแขนเสื้อช่วยงานก่อสร้างในสถานที่จริง และดูแลโครงการจนเสร็จสิ้น
ทั้งหมดนี้ คือ เรื่องราวของ “กู่เทียนเล่อ” ที่เป็นพระเอกตัวจริง ทั้งในจอเงิน จอแก้ว และ ชีวิตจริง ที่ทุ่มเททำงานเพื่อช่วยเหลือคนในวงการบันเทิ ในฐานะ ประธานสมาคมนักแสดงฮ่องกง ที่มีความเป็นห่วงคนในวงการ พร้อมปูรากฐานให้อนาคต และ การทำงานช่วยเหลือเด็กแบบปิดทองหลังพระ
ข้อคิดที่สำคัญที่สุดที่เราได้จากชายคนนี้คือ "ความแกร่งที่แท้จริงไม่ได้วัดจากการมีชื่อเสียง แต่คือการมีไหล่ที่กว้างพอจะแบกรับภาระของผู้อื่น และมีใจที่นิ่งพอจะทำความดีในความเงียบ" หรือไม่?
อ่าน-ชมคลิป เรื่องที่น่าสนใจ
iu ศิลปินที่ใช้ความล้มเหลว เป็นแรงผลักดัน สู่ความสำเร็จ (ชมคลิป)
ย้อนตำนาน ‘เฉินกวานซี’ คลังภาพฉาว พิฆาตดารา
หยางหยาง เคยพลาดเพราะท่าหกสูง ก่อนใช้การเต้น Transfrom สู่นักแสดง (ชมคลิป)
บยอน อู ซอก ล้มเหลว100 Audition สู่ความสำเร็จ เมื่อก้าวผ่านความกลัว (ชมคลิป)
You might be intertested in this news.
Mostview
ย้อนรอยอุบัติเหตุรถไฟ ‘หัวรถจักรผีสิง’ พุ่งทะลวงหัวลำโพง (2529)
เช้าวันหนึ่งในปี 2529 โลหะหนักหกหัวพุ่งทะลวงหัวใจกรุงเทพฯ โดยไม่มีคนขับ ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพัง คำถาม และตำนานที่ยังไม่มีวันสิ้นสุด....
รีวิวหนัง In the Grey คนเหนือเทา เล่าสนุก-แอคชันเดือด เจค จิลเลนฮาน-เฮนรี คาวิลล์ โคตรเท่
รีวิวหนัง In the Grey คนเหนือเทา หนังเล่าสนุก แอคชันเดือด เจค จิลเลนฮาน-เฮนรี คาวิลล์ โคตรเท่ บู๊ระห่ำ
ด่วน! รถไฟชนรถประจำทาง ไฟลุกดับแล้วหลายราย
ด่วน รถไฟชนรถประจำทาง ไฟลุกท่วม เบื้องต้น ดับแล้ว 8 ราย ที่ ถ.อโศกดินแดง ช่วงแยกพระราม 9 - แยกอโศกเพชร จนท.เข้าควบคุมสถานการณ์ ...
ครม.ให้ 16 ต.ค.เป็นวันหยุดพิเศษเฉพาะ (กทม.) + WFH 3 วันรับช่วงประชุมใหญ่ IMF
มติ ที่ประชุม ครม. เคาะให้วันที่ 16 ต.ค.2569 เป็นวันหยุดพิเศษ (กทม.) พร้อมสั่งหน่วยราชการสั่ง WFH 3 วัน ได้แก่ 12 และ 14-15 ต.ค.เพื่อ บรรเทาจราจร-เข้มความปลอดภัยช่วงประชุมใหญ่ธนาคารโลก-IMF ส่วนสถานบันการเงิน ภาคเอกชนขอความร่วมมือพิจารณาตามความเหมาะสม
แผลใจในศึกสายเลือด สรุปไทมไลน์ ‘ทราย สก๊อต' และ 'พาย สุนิษฐ์’
แผลใจในศึกสายเลือด สรุปไทมไลน์ ‘ทราย-พาย สก๊อต’ กับการเล่นหรือล่วงเกินในวัยเด็ก?
ข่าวที่เกี่ยวข้อง