STT GDC ชี้องค์กรไทย ติดหล่มงบ-ขาดคน-โครงสร้างพื้นฐานพัง พา AI ไปไม่ถึงดวงดาว
by Trust News, 29 พฤษภาคม 2569
อย่าเพิ่งคุยเรื่องไประดับโลกถ้าหลังบ้านยังไม่พร้อม ผลวิจัยล่าสุดจาก STT GDC เผยอินไซต์ชวนคิด องค์กรไทยแห่ตื่นตัวแห่รับกระแส AI จนติดกลุ่ม "ผู้สร้างรากฐาน" สูงถึง 78% แต่กลับกลายเป็นเสือกระดาษ เพราะตกม้าตายในด่านปฏิบัติจริง ติดล็อก 3 ต่อ "เงินไม่หนา-คนไม่พร้อม-ระบบไม่เอื้อ" ช็อกหนัก! ไม่มีองค์กรไทยแม้แต่รายเดียวที่ก้าวไปถึงระดับ "ผู้นำ" มั่นใจความปลอดภัยข้อมูลเป็นศูนย์ หวั่นทุ่มงบละลายแม่น้ำหากไม่เร่งปรับทัพโครงสร้างพื้นฐาน
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 วงการเทคโนโลยีในไทยอาจต้องกลับมาทบทวนกลยุทธ์กันยกใหญ่ เมื่อ เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ (STT GDC) ประเทศไทย ยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกล ได้เปิดเผยรายงานเจาะลึกชิ้นสำคัญในชื่อ "Mind the Gap: Bridging the AI Infrastructure Readiness Divide" ซึ่งจัดทำร่วมกับสำนักวิจัย Ecosystm โดยสะท้อนภาพสะเทือนใจว่า แม้องค์กรไทยจะหลุดพ้นจากยุค "ทดลอง" (Early Stage) มาแล้ว แต่กำลังเผชิญหน้ากับภาวะ "ติดกับดักขยายผลไม่ได้" อย่างรุนแรง
รายงาน "Mind the Gap" สำรวจความคิดเห็นผู้นำดิจิทัลกว่า 600 ราย ใน 9 ตลาดหลักเอเชีย (อินเดีย, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, เกาหลีใต้, ไทย และเวียดนาม) ประเมินใน 5 มิติหลัก เพื่อสะท้อนความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน AI ในภูมิภาคอย่างแท้จริง
จากการสำรวจผู้นำดิจิทัล 60 องค์กรชั้นนำในไทย พบว่าสัดส่วนขององค์กรส่วนใหญ่ (78%) กองรวมกันอยู่ในระดับ "สร้างรากฐาน" (Builders) ซึ่งแสดงถึงวิสัยทัศน์ที่อยากจะใช้ AI อย่างแรงกล้า ทว่ามีเพียงแค่ 8% เท่านั้นที่สามารถทะลุไปถึงระดับ "บูรณาการ" (Integrators) หรือขั้นที่นำ AI ไปฝังในกระบวนการทำงานจริง (Operation) ได้ และที่น่ากังวลที่สุดคือ ยังไม่มีองค์กรไทยรายใดเลย (0%) ที่ก้าวไปถึงระดับ "ผู้นำ" (Leaders) ที่สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจจาก AI ได้อย่างยั่งยืน
3 คอขวดสกัดดาวรุ่ง เงิน-คน-โครงสร้างพื้นฐาน
รายงานระบุว่า อุปสรรคสำคัญที่ฉุดรั้งองค์กรไทยไม่ให้ไปถึงฝั่งฝัน ประกอบด้วย 3 ด้านหลัก ดังนี้:
1. กำแพงเงินและการวัดผล (ROI)
ตัวเลขที่น่าตกใจคือ 57% ขององค์กรไทยระบุว่า "ข้อจำกัดด้านงบประมาณและความยากในการวัดผลตอบแทน (ROI)" คือกำแพงด่านแรกที่หนาที่สุด ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้นำกังวลมากกว่าตัวเทคโนโลยีเสียด้วยซ้ำ ส่งผลให้พฤติกรรมการลงทุนจริงย้อนแย้งอย่างสิ้นเชิง เพราะมีถึง 76% ขององค์กร ที่เจียดงบไอทีมาให้กับการพัฒนา AI เพียงแค่ 5% หรือน้อยกว่านั้น ทำให้ไม่มีพลังพอที่จะขับเคลื่อนโปรเจกต์ใหญ่ได้
2. วิกฤตขาดแคลนมนุษย์ทองคำ (Talent Shortage)
ปัญหาคลาสสิกอย่างการขาดแคลนบุคลากรยังคงพ่นพิษ องค์กรไทย 38% ยอมรับว่าไม่มีผู้เชี่ยวชาญภายใน ที่จะมาบริหารจัดการสถาปัตยกรรม AI ที่แสนซับซ้อน แต่ความย้อนแย้งคือ มีองค์กรเพียง 8% เท่านั้นที่นำปัจจัยเรื่อง "ความเชี่ยวชาญของพันธมิตร" มาเป็นเกณฑ์แรกในการเลือกพาร์ทเนอร์ด้านโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนจึงไม่ตรงจุดและไม่แก้ปัญหาคอขวดนี้
3. โครงสร้างพื้นฐานไอทีสอบตก
องค์กรไทยไม่ถึง 10% ที่มั่นใจว่าระบบหลังบ้านของตัวเองพร้อมขยายขีดความสามารถการประมวลผล (AI Workloads) โดยมากกว่าครึ่งยอมรับว่าระบบประมวลผล (Computing), พื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Storage) และระบบเครือข่าย (Network) ในปัจจุบัน ต้านทานความต้องการของ AI ขั้นสูงไม่ไหว ขาดแบนด์วิดท์ที่กว้างพอ และมีปัญหาความหน่วง (Latency) สูง
ภัยเงียบด้าน ESG และความกังวล "ความปลอดภัย" ระดับเต็มร้อย
ในมุมมืดที่หลายองค์กรมองข้าม รายงานฉบับนี้ได้เคาะสัญญาณเตือนภัยเงียบ 2 เรื่องสำคัญ
ติดกับดักในอนาคตเมื่อเมินเฉยต่อความยั่งยืน (ESG)
แม้ 50% ขององค์กรไทยจะแห่ซื้อฮาร์ดแวร์ระดับท็อปอย่าง GPU มาใช้ แต่มีเพียง 15% เท่านั้นที่เริ่มศึกษาหรือระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) ซึ่งจำเป็นมากสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI ยิ่งไปกว่านั้น องค์กรถึง 78% ยอมรับว่าตัดประเด็นเรื่อง ESG ทิ้งไป โดยให้ความสำคัญกับเรื่องต้นทุนและประสิทธิภาพระยะสั้นก่อน ซึ่งอาจกลายเป็นระเบิดเวลาด้านต้นทุนพลังงานในอนาคต
ความเชื่อมั่นด้านข้อมูล "เป็นศูนย์" (Zero Trust)
ประเด็นที่น่าจับตาที่สุด คือ ไม่มีองค์กรไทยแม้แต่รายเดียว (0%) ที่มั่นใจอย่างเต็มร้อยว่า ข้อมูลส่วนบุคคลจะปลอดภัยเมื่อเข้าสู่ระบบ AI สะท้อนถึงความหวาดกลัวต่อช่องเหวี่ยงด้านกฎหมาย ธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) และการจัดการความปลอดภัยในระบบปฏิบัติการที่หลากหลาย
ทางรอด: เลิกฉายเดี่ยว ปรับ 3 มิติสู่ความยั่งยืน
นางบุศรินทร์ ประดิษฐยนต์ Country Head ของ STT GDC ประเทศไทย ให้มุมมองต่อทางออกของวิกฤตนี้ว่า วันนี้โจทย์ขององค์กรไทยซับซ้อนขึ้น จากเดิมแค่ทดลองใช้ ขยับมาเป็นทำอย่างไรให้ AI สร้างคุณค่าและตอบสนองธุรกิจได้จริง การจะก้าวข้ามหลุมพรางนี้ องค์กรต้องปรับแนวทางการลงทุนให้สอดคล้องกับผลลัพธ์ ควบคู่กับการมีผู้เชี่ยวชาญ และโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น คาดการณ์ต้นทุนได้
ทั้งนี้ รายงานสรุปว่าองค์กรที่ก้าวข้ามผ่านระดับ "Builder" ไปได้สำเร็จ จะใช้กลยุทธ์ประสาน 3 มิติร่วมกัน คือ
1) ออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมสเกลอัพ
2) วางสถาปัตยกรรมแบบกระจายศูนย์ (Distributed Architectures) เพื่อลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ
3) พึ่งพาพันธมิตรเชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Strategic Partner) เพื่อให้ทีมงานในองค์กรเอาเวลาไปโฟกัสกับการสร้างนวัตกรรมที่ทำเงินให้ธุรกิจได้อย่างเต็มที่ แทนที่จะต้องมาปวดหัวกับการแก้ระบบหลังบ้านที่ไม่รู้จักจบสิ้น.
You might be intertested in this news.
Mostview
อู๋เหล่ย น้องชายแห่งชาติ ที่มีสารตั้งต้นจากความอบอุ่น (ชมคลิป)
อู๋เหล่ย น้องชายแห่งชาติ ที่มีสารตั้งต้นจากความอบอุ่น (ชมคลิป)
รีวิวหนัง ‘โมจิน โคตรคนล่าสุสาน’ ไม่อินเลยทำความสนุกจืดจาง
รู้สึกว่า “คุ้นๆ” เพราะเหมือนจะเคยดูมาแล้ว (บางภาค) สำหรับหนัง "โมจิน โคตรคนล่าสุสาน" (The Legend Hunters) หนังใหม่ที่กำลังเข้าโรงในตอนนี้...
ตร.ไซเบอร์ เร่งตรวจสอบ คู่ไลฟ์สดอนาจาร เตือนไลก์-แชร์มีความผิด
ตํารวจไซเบอร์เร่งล่าตัว คู่ไลฟ์สดอนาจารว่อนเฟซบุ๊ก ลั่นเอาผิดถึงที่สุด เตือนคนกดไลก์-แชร์ก็ผิดกฎหมาย มีความผิดเท่าคนโพสต์ จําคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 หรือทั้งจําทั้งปรับ...
รีวิว Until We Meet Again อาชีพผู้เตรียมการก้าวผ่านความเศร้า
แด่การจากลา... จนกว่าจะพบกันใหม่" (Until We Meet Again) ตัวหนังเริ่มต้นด้วยเรื่องราวของหญิงสาวที่สามารถสื่อสารกับดวงวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับ กับการที่เธอได้เข้ามาวงการอาชีพผู้เตรียมการก้าวผ่านความเศร้า
บางจากผลิต SAF เชิงพาณิชย์ครั้งแรกในไทย หนุนการบินคาร์บอนต่ำ-พร้อมส่งออก
กลุ่มบริษัทบางจาก ประกาศผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF เชิงพาณิชย์ครั้งแรกในประเทศไทย ก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการบินคาร์บอนต่ำ เพื่ออนาคตตามเป้าหมาย Net Zero รองรับการส่งออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง