เด็กยกของ สู่ ตลกร้อยล้าน ‘หม่ำ จ๊กมก’ กับวันแสนธรรมดา อำลาเวิร์คพอยท์
by Trust News, 1 มิถุนายน 2569
ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ และทำให้หลายคนใจหาย สำหรับ “เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา” หรือ “หม่ำ จ๊กมก” ตลกร้อยล้าน ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของ “เวิร์คพอยท์” ที่วันหนึ่งได้ออกมาบอกว่า “ผมอิสระ”แล้ว
สำหรับเส้นทางชีวิต และวงการบันเทิงของหม่ำ นั้น ก็เริ่มต้นจากความลำบาก ไม่แตกต่างจากตลกคนอื่นๆ
ชีวิตเด็กยกของจากยโสธร
หม่ำ จ๊กมก หรือ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2508 ที่จังหวัดยโสธร ในครอบครัวที่มีพี่น้องถึงเจ็ดคน เขาเป็นคนกลาง ไม่ใช่คนโต ไม่ใช่คนเล็ก ตำแหน่งที่ฝึกให้คนรู้จักสังเกต รู้จักอ่านบรรยากาศ รู้จักทำให้คนรอบข้างยิ้ม
เมื่ออายุได้เพียง 16–17 ปี เขาตัดสินใจออกจากบ้าน มือเปล่า หัวใจยังอ่อน แต่ขาก้าวแน่วแน่ งานแรกที่ได้คือ "คอนวอย" เด็กยกของให้วงดนตรีลูกทุ่งของสดใส รุ่งโพธิ์ทอง บนรถที่วิ่งจากจังหวัดหนึ่งสู่อีกจังหวัดหนึ่ง เขาแบกลัง แบกอุปกรณ์ และแบกความฝันที่ยังไม่มีชื่อ
แต่เพ็ชรทายไม่ได้เป็นแค่คนยกของนาน ไม่นานเขาก็ขยับขึ้นเป็น "หางเครื่อง" แล้วก็ “ตลก" ผ่านวงดนตรีลูกทุ่งอีกหลายวง จากเกรียงไกร กรุงสยาม สู่โชคชัย โชคอนันต์ สู่สุพรรณ สันติชัย ทุกเวที ทุกคืน เสียงหัวเราะของผู้ชมคือค่าจ้างที่ไม่มีในซองเงินเดือน แต่มันอิ่มใจกว่าอะไรทั้งหมด
นั่นคือวัยหนุ่มของชายที่ต่อมาจะกลายเป็นตำนาน ทอดไปตามสายลูกทุ่ง เต็มไปด้วยฝุ่น ไฟสปอตไลต์ และเสียงปรบมือที่เป็นเสมือนอาหารเลี้ยงชีวิต
"ค่าตัวมา 300 ต้องซื้อข้าวปลากระป๋องมาตุน ค่าเช่าเดือนละ 450 บางเดือนก็ไม่มีจ่าย เมียก็ท้อง เราผ่านมาหมดแล้ว กินข้าวกับน้ำปลา กินข้าวกับพริกป่นกับเกลือมาแล้ว” หม่ำ จ๊กมก เล่าถึงชีวิตในวัยหนุ่ม
ปี 2535 กับบ้านหลังใหม่ชื่อเวิร์คพอยท์
ปัญญา นิรันดร์กุล หรือ "เสี่ยตา" ชายที่มองเห็นอนาคตในดวงตาคน ได้ยินเสียงหัวเราะของเพ็ชรทาย และมองเห็นบางอย่างที่คนทั่วไปอาจมองข้าม เขาชักชวนให้เพ็ชรทายมาเป็น "ตัวปริศนา" ในรายการ "ชิงร้อยชิงล้าน" รายการวาไรตี้ที่กำลังจะกลายเป็นตำนาน
นั่นคือก้าวแรกบนพรมแดงที่ทอดยาวออกไปกว่าสามสิบปี ไม่มีใครรู้ตอนนั้นว่าเพ็ชรทายจะกลายเป็นหนึ่งในใบหน้าที่คนไทยทั้งประเทศจดจำได้แม้กระทั่งในฝัน
ภายใต้ชื่อ "หม่ำ จ๊กมก" เขาเดินทางผ่านรายการแล้วรายการเล่า เวทีทอง, ระเบิดเถิดเทิง, ซูเปอร์หม่ำ แต่ละรายการคือบทใหม่ของชีวิต แต่ละฤดูกาลคือเสียงหัวเราะที่สั่งสมซ้อนทับกันจนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แต่รู้สึกได้ทุกครั้งที่เปิดทีวี
โลโก้ที่มีชีวิต
มีช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์บันเทิงไทย ที่ชื่อสามชื่อถูกเอ่ยขึ้นพร้อมกันราวกับเป็นหน่วยเดียว หม่ำ-เท่ง-โหน่ง
ไม่ใช่แค่ "นักแสดงตลกสามคน" แต่คือสัญลักษณ์ คือตราประทับ คือสิ่งที่เมื่อเห็นแล้ว ทุกคนรู้ทันทีว่ากำลังดูอะไรอยู่ หม่ำเองก็รู้ดี
เขายอมรับโดยไม่ลังเลว่า "หม่ำ-เท่ง-โหน่ง ก็เหมือนเป็นโลโก้ของเวิร์คพอยท์"
สามสิบปีที่เขาอยู่ที่นั่น ไม่ใช่แค่การทำงาน มันคือการสร้างบ้านหลังหนึ่ง ผนังทุกบาน คานทุกต้น ล้วนเต็มไปด้วยความทรงจำ ทั้งของเขา และของผู้ชมที่ตามมาดูตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนกระทั่งมีลูกเป็นของตัวเอง
"เคยนึกตำหนิพี่เทพ(เทพ โพธิ์งาม)ว่าเลิกทำไม พอมาถึงตัวเองแล้ว... เออ เข้าใจ"
ตุลาคม 2568 เทปสุดท้าย
ไม่มีพิธีอำลา ไม่มีฉากส่ง ไม่มีดอกไม้ ไม่มีน้ำตา...
เทปสุดท้ายในเดือนตุลาคม 2568 ผ่านไปเหมือนวันธรรมดาวันหนึ่ง ไม่มีใครรู้ว่านั่นคือการปิดฉาก ไม่มีใครรู้ว่าเพ็ชรทายได้วางไมค์ลงในแบบที่เขาเลือก เงียบๆ เรียบๆ โดยไม่ต้องการให้ใครมาจัดฉากให้
นับถึงมิถุนายน 2569 คือเวลาเกือบ 9 เดือนที่เขาไม่ได้เข้าไปในอาคารที่เขาเรียกว่า "บ้าน" มากว่าสามทศวรรษ เพิ่งไปอัดครั้งเดียวเมื่อไม่นานมานี้ ก็ยังสนุก ก็ยังหัวเราะ แต่ความสัมพันธ์แบบ "ลูกจ้างกับนายจ้าง" นั้นสิ้นสุดแล้ว
เหตุผลที่เขาให้ไว้ไม่ใช่ดราม่า ไม่ใช่เงิน ไม่ใช่การทะเลาะ มันคือบางอย่างที่ลึกกว่านั้น คือการที่คนๆ หนึ่งมองกระจกแล้วพบว่าตัวเองได้ให้ทุกอย่างที่มีแล้ว และถึงเวลาแล้วที่จะค้นหาว่ายังมีอะไรเหลืออีกไหม
"พูดมาทั้งวันทั้งชีวิต เล่นมาทั้งชีวิต บางทีพูดมากเกินไปแล้ว..มีส่วนนะ ที่รู้สึกอิ่มตัว" หม่ำ จ๊กมก ให้สัมภาษณ์ครั้งล่าสุด
ชายที่เดินออกไปพร้อมรอยยิ้ม
มีคำถามที่ทุกคนอยากถามว่า กลัวไหม? เสียดายไหม?
คำตอบของ “หม่ำ” อยู่ในน้ำเสียง ไม่ใช่ในคำพูด เขาพูดถึงเวิร์คพอยท์ด้วยความอบอุ่น พูดถึงเสี่ยตาปัญญาด้วยความรัก พูดถึงเท่งและโหน่งด้วยความคิดถึง เขาบอกว่าถ้าเวิร์คพอยท์เรียกไป เขาก็ไป แต่ภายใต้สัญญา ภายใต้สังกัด ภายใต้บ้านหลังเดิม บทนั้นจบแล้ว
You might be intertested in this news.
Mostview
ตื้อขอสูตร 3 ปี เปิดไม่ถึงปี! เสนาหอยยุติบทบาท บัวไหลก๋วยเตี๋ยวต้มยำ
เกิดอะไรขึ้น? สรุป “เสนาหอย” ยุติบทบาท “บัวไหลก๋วยเตี๋ยวต้มยำ” และแฟรนไชส์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมประกาศปิดสาขา เทพรักษ์ - วัชรพล หลังเปิดไม่ถึงปี แฟนๆ ใจหาย
รีวิวหนัง ‘โมจิน โคตรคนล่าสุสาน’ ไม่อินเลยทำความสนุกจืดจาง
รู้สึกว่า “คุ้นๆ” เพราะเหมือนจะเคยดูมาแล้ว (บางภาค) สำหรับหนัง "โมจิน โคตรคนล่าสุสาน" (The Legend Hunters) หนังใหม่ที่กำลังเข้าโรงในตอนนี้...
อู๋เหล่ย น้องชายแห่งชาติ ที่มีสารตั้งต้นจากความอบอุ่น (ชมคลิป)
อู๋เหล่ย น้องชายแห่งชาติ ที่มีสารตั้งต้นจากความอบอุ่น (ชมคลิป)
เตือนภัย! ไรเดอร์ตั้งกล้องถ่ายเสย นร.-นศ.ขึ้น-ลง จยย. อ้างขออนุญาตแล้ว
เตือนภัย! ไรเดอร์ตั้งกล้องถ่าย จังหวะขึ้นลง-ลงเด็กสาว ลงภาพไว้เพียบ! เจ้าตัวอ้างขออนุญาตแล้ว บอกโดนด่า เพราะเป็นคนดัง!...
รีวิว Until We Meet Again อาชีพผู้เตรียมการก้าวผ่านความเศร้า
แด่การจากลา... จนกว่าจะพบกันใหม่" (Until We Meet Again) ตัวหนังเริ่มต้นด้วยเรื่องราวของหญิงสาวที่สามารถสื่อสารกับดวงวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับ กับการที่เธอได้เข้ามาวงการอาชีพผู้เตรียมการก้าวผ่านความเศร้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง