วันเสาร์, มิถุนายน 13, 2569

นักวิจัยไทยแกะรอย 1.1 ล้านกาแล็กซี พบเบาะแสใหม่ที่อาจพลิกทฤษฎีวิวัฒนาการเอกภพ

by Trust News, 2 มิถุนายน 2569

นักดาราศาสตร์ไทยจาก NARIT สร้างผลงานระดับโลก เผยผลการศึกษาประชากรกาแล็กซีมหาศาลกว่า 1.1 ล้านแห่ง ตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ MNRAS ชี้แบบจำลองจักรวาลวิทยาในปัจจุบันอาจต้องยกเครื่องใหม่ หลังพบประชากรกาแล็กซีจางและกาแล็กซียุคเริ่มต้นมีจำนวน "มากเกินคาด" เผยกลไกแรงสะท้อนจากหลุมดำและซูเปอร์โนวาอาจไม่ได้รุนแรงอย่างที่เคยเข้าใจ สู่กุญแจสำคัญในการไขปริศนาการกำเนิดโครงสร้างของเอกภพตลอด 13.8 พันล้านปี

ใช้ "กล้องโทรทรรศน์" เป็นเครื่องย้อนเวลา ส่องอดีต 13.8 พันล้านปี

เนื่องจากกาแล็กซีมีอายุยืนยาวเกินกว่าช่วงชีวิตมนุษย์จะเฝ้าสังเกตได้โดยตรง นักดาราศาสตร์จึงต้องอาศัยคุณสมบัติของแสงที่ต้องใช้เวลาในการเดินทาง ยิ่งเรามองกาแล็กซีที่อยู่ห่างไกลออกไปมากเท่าใด ก็เปรียบเสมือนการใช้กล้องโทรทรรศน์เป็น "เครื่องย้อนเวลา" เพื่อมองเห็นอดีตของเอกภพในยุคเริ่มต้นมากขึ้นเท่านั้น

ทว่า กาแล็กซีที่อยู่ห่างไกลมักจะมีความสว่างน้อยและสังเกตการณ์ได้ยาก นักวิจัยจึงหันมาใช้แนวทางศึกษาประชากรกาแล็กซีจำนวนมหาศาลผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า "Luminosity Function" (ฟังก์ชันความสว่าง) เพื่ออธิบายจำนวนของกาแล็กซีในแต่ละช่วงความสว่าง และนำมาอนุมานวงจรชีวิตรวมถึงกลไกเบื้องหลังวิวัฒนาการของพวกมัน



ผลงานวิจัยชิ้นที่ 1 แกะรอย 1.1 ล้านกาแล็กซี ท้าทายแบบจำลอง Feedback

ดร.สุทธิกุล กุลค้อ นักวิจัยด้านจักรวาลวิทยาและฟิสิกส์ดาราศาสตร์พลังงานสูงจาก NARIT ได้ร่วมวิเคราะห์ข้อมูลกาแล็กซีมากกว่า 1.1 ล้านกาแล็กซี ในโครงการ The Physics of the Accelerating Universe Survey (PAUS) ซึ่งใช้กล้องโทรทรรศน์ William Herschel Telescope ณ เกาะลาปัลมา ประเทศสเปน

งานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีรายละเอียดการค้นพบที่สำคัญดังนี้

1.โครงการ PAUS ใช้เทคนิค Photometric Redshift วัดระยะทางของกาแล็กซีจากการขยายตัวของเอกภพ โดยใช้ฟิลเตอร์มากถึง 40 ช่วงความยาวคลื่น ทำให้วัดระยะทางได้อย่างแม่นยำสูง และย้อนอดีตไปได้ไกลถึงช่วงที่เอกภพมีอายุเริ่มต้นเพียง 4 พันล้านปี (หรือคิดเป็นกว่า 70% ของประวัติศาสตร์เอกภพ)

2.จากการเปรียบเทียบฟังก์ชันความสว่าง พบว่าทฤษฎีในปัจจุบันสอดคล้องกับผลสังเกตการณ์ได้ดีเฉพาะช่วงปัจจุบันย้อนไปถึง 8 พันล้านปี แต่กลับ แตกต่างกันอย่างชัดเจนในช่วงที่เอกภพมีอายุ 8 พันล้านปี ถึง 1 หมื่นล้านปี

3.ทีมวิจัยพบว่า ความผิดพลาดในการวัดระยะห่างของกาแล็กซีส่งผลให้ฟังก์ชันความสว่างคลาดเคลื่อน จนดูเหมือนมีกาแล็กซีสว่างสูงจำนวนมากเกินความเป็นจริง ซึ่งอาจทำให้ตีความผลของ Feedback จากหลุมดำมวลยิ่งยวด (AGN) และซูเปอร์โนวาผิดไป

4.ข้อมูลพื้นที่สำรวจที่กว้างยืนยันว่า มีกาแล็กซีแสงริบหรี่จำนวนมากกว่าที่แบบจำลองทฤษฎีคาดการณ์ไว้ บ่งชี้ว่ากระบวนการ Feedback จาก AGN และซูเปอร์โนวาอาจไม่ได้รุนแรงอย่างที่คิด ทำให้แก๊สในกาแล็กซียังสามารถก่อกำเนิดดาวฤกษ์ได้มากกว่าที่เคยเข้าใจ และอาจนำไปสู่การปรับปรุงแบบจำลองในอนาคต

ผลงานวิจัยชิ้นที่ 2 กล้องเจมส์เว็บบ์ เผยกาแล็กซียุคแรกสว่างเกินจริง

นอกเหนือจากงานวิจัยประชากรกาแล็กซีขนาดใหญ่แล้ว NARIT ยังมีผลงานของ ดร.ณิชา ลีโทชวลิต ที่ร่วมศึกษากาแล็กซีในยุคเริ่มต้นที่สุดของเอกภพ โดยวิเคราะห์ข้อมูลจาก กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เว็บบ์ (JWST)

ดร.ณิชา ได้ศึกษาประชากรกาแล็กซีในช่วงที่เอกภพมีอายุเพียงไม่กี่ร้อยล้านปีหลังเกิดบิกแบง และพบว่า มีจำนวนกาแล็กซีที่สว่างมากในเอกภพยุคแรกมากกว่าที่แบบจำลองเชิงทฤษฎีสมัยใหม่จะอธิบายได้

การค้นพบนี้อาจหมายความว่าแบบจำลอง Stellar Population Synthesis ที่ใช้อธิบายแสงจากดาวฤกษ์จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง เมื่อนำมาใช้กับเอกภพยุคแรก หรือ กระบวนการก่อกำเนิดดาวฤกษ์ในยุคเริ่มแรกสุดของจักรวาลนั้น อาจมีความแตกต่างไปจากที่เราเคยเข้าใจในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง

ทั้งนี้ งานวิจัยทั้งสองชิ้นจากนักดาราศาสตร์ NARIT ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาช่วยเติมเต็มประวัติศาสตร์วิวัฒนาการของเอกภพตลอด 13.8 พันล้านปี และผลลัพธ์ที่ขัดแย้งกับทฤษฎีดั้งเดิมเหล่านี้ กำลังจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่นำไปสู่การปรับปรุงความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการกำเนิดโครงสร้าง สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิต และวัตถุต่างๆ ในจักรวาลในอนาคตต่อไป.




You might be intertested in this news.

Mostview

โศกนาฏกรรม สรุปคดี ‘น้ององุ่น’ เมื่อเด็กทะเลาะกัน จบด้วยเหตุสลด

ถือเป็นเรื่องเศร้าที่เกิดขึ้นกับเด็กน้อยวัย 7 ขวบ สำหรับ คดีน้ององุ่น ที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ หมู่ 4 บ้านทิโคร่ง ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี หลังหายตัวปริศนา ทำให้คนในพื้นที่ต้องออกตระเวณตามหา ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมา และสุดท้ายได้พบศพ...

299 ชมคลิป 999 รับสิทธิสวิงกิ้ง! ตร.ซ้อนแผน รวบแอดมินกลุ่มลับค้ากามเด็ก 17

สอบสวนกลาง ร่วม ปคม. เปิดยุทธการ “แอดล็อค 999” โอนเสร็จ...เกมส์ รวบแอดมินกลุ่มลับลวงเด็ก 17 ปี ถ่ายคลิปอนาจารและจัดทริปสวิงกิ้ง เปิดแค่ 5 เดือนเงินสะพัดหลายแสน ...

บัตรคนจน ยืนยันสำเร็จ 8.4 ล้าน อีก 4.1 แสน ยังต้องลุ้น

รัฐบาลเปิดเช็กสถานะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ยืนยันสิทธิสำเร็จแล้วกว่า 8.45 ล้านราย คิดเป็น 95% อีกกว่า 4.1 แสน ข้อมูลไม่ถูกต้อง ต้องลงทะเบียนใหม่ หรือ รอตรวจสอบ

ฮือฮา “ดวงตาเมืองไทย” เกาะวงกลมลึกลับแห่งปทุมธานี เฉลยแล้วไม่ใช่ฝีมือมนุษย์

เป็นเรื่องฮือฮา เมื่อ อ.ปริญญา โพสต์คลิป เกาะวงกลมปริศนา ที่อยู่ในปทุมธานี จนถูกเรียกว่า “ดวงตาเมืองไทย” ก่อนตั้งคำถามว่า เป็นฝีมือมนุษย์ หรือไม่ ก่อนที่จะเฉลยจากการวิเคราะห์ต่อมา ว่าไม่ใช่ฝีมือมนุษย์

ไฟไหม้ชุมชนซอยพระราม6 ซอย 15 วอดกว่า 30 หลัง หลายหน่วยงานระดมกำลังช่วยเหลือ

จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยพระรามที่ 6 ซอย 15 ล่าสุด (11.00 น.) มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้วโดยบ้านเรือนประชาชน เสียหายแล้วกว่า 30 หลัง และมีจิตอาสาจากหลายหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ และมีการตั้งศูนย์อพยพ เรียบร้อยแล้ว...

TrustNEws Line