วันอาทิตย์, มิถุนายน 7, 2569

โศกนาฏกรรม สรุปคดี ‘น้ององุ่น’ เมื่อเด็กทะเลาะกัน จบด้วยเหตุสลด

by Trust News, 6 มิถุนายน 2569

ถือเป็นเรื่องเศร้าที่เกิดขึ้นกับเด็กน้อยวัย 7 ขวบ สำหรับ คดีน้ององุ่น ที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ หมู่ 4 บ้านทิโคร่ง ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี หลังหายตัวปริศนา ทำให้คนในพื้นที่ต้องออกตระเวณตามหา ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมา และสุดท้ายได้พบศพ อยู่กลางสวนยาง ในเวลาต่อมา

สำหรับ ไทม์ไลน์ การหายตัวน้อง “องุ่น”

30 พฤษภาคม 2569 : น้ององุ่นหายตัวไปจากบ้านพัก ครอบครัวและชาวบ้านเริ่มออกตามหา แต่ไม่พบร่องรอย

1 มิถุนายน 2569 : พบศพน้ององุ่น เด็กหญิงอายุ 7 ขวบ เสียชีวิตอยู่ใต้กอไผ่กลางสวนยางพารา ในพื้นที่หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หลังหายตัวไปนาน 3 วัน

สภาพร่างกายมีบาดแผลบริเวณใต้คาง 2 แห่ง รอยช้ำบริเวณใบหน้า คล้ายถูกทุบด้วยของแข็ง จุดพบศพห่างจากถนนเข้าไปในป่าประมาณ 100 เมตร และยังเป็นด้านหลังของบ้านน้ององุ่นอีกด้วย

2 มิถุนายน 2569 : พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานภาค 7 และตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดี ตั้งประเด็นการเสียชีวิตแบบผิดธรรมชาติ และเรียกสอบปากคำบุคคลในครอบครัวและผู้เกี่ยวข้องรวม 10 คน

4 มิถุนายน 2569 : ผลการชันสูตรเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือล่วงละเมิด ตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุเสียชีวิต ขณะที่ชุดสืบสวนเร่งคลี่คลายคดี เรียกสอบพยานแล้ว 30–40 ปาก

ผบช.ภ.7 เผยว่าตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการเสียชีวิตหรือตัดประเด็นใดทิ้ง ต้องรอผลนิติเวช พร้อมระบุลักษณะการตายเป็นแบบผิดธรรมชาติ

สำหรับ การสืบสวนในช่วงนี้มุ่งไป 3 แนวทางหลัก ได้แก่ น้ององุ่นเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุด้วยตัวเองและมีโรคประจำตัวหรือไม่, มีคนล่อลวงพาไป หรือตั้งใจพาไปให้เสียชีวิต และถูกสัตว์มีพิษทำร้ายหรือไม่ เพราะในช่วงที่ทีมสืบสวนลงพื้นที่พบงูเห่าในพื้นที่

กองปราบปราม (CIB) ลงพื้นที่สนับสนุน นำรถสามล้อวัดทิโคร่งตรวจหาลายนิ้วมือ พร้อมควบคุมตัว 5 ผู้ต้องสงสัย ตรวจ DNA

แม่ของน้ององุ่นให้สัมภาษณ์ว่าไม่เชื่อว่าลูกถูกสัตว์มีพิษทำร้าย เพราะโดยวิสัยปกติของลูก ไม่เคยไปเที่ยวเล่นในบริเวณที่พบศพ และยังเชื่อว่ามีบุคคลอื่นพาลูกไปจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต

5 มิถุนายน 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางลงพื้นที่ สภ.สังขละบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าและร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคลี่คลายคดี โดยผบ.ตร.เน้นย้ำว่าอย่ารีบร้อนจนทำให้ผิดพลาด ให้ตรวจพิสูจน์อย่างรอบคอบและละเอียดที่สุด พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามลงมาช่วย ชี้ว่าคดีนี้มีข้อจำกัด เพราะพบแค่ศพ แต่ทรัพย์สินต่างๆ ของน้ององุ่น ทั้งมือถือและรองเท้า ไม่ได้หายไป

6 มิถุนายน 2569 ปิดคดี จับ 2 เยาวชนใกล้ชิด

เวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายหน่วยสนธิกำลังลงพื้นที่คุมตัวนายแป๊ะ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นน้าชาย และเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี พี่สาวของน้ององุ่น

จากการสอบสวนและการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภาพเหตุการณ์วันที่ 30 พ.ค. ค่อยๆ ชัดขึ้น

โดยในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 11.00 น. เด็กหญิงเอ อายุ 13 ปี ซึ่งเป็นพี่สาวของน้ององุ่น และนายแป๊ะ อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นน้าชาย ได้ไปเล่นกันที่บ้านของน้ององุ่น ระหว่างนั้นได้ใช้ถุงกระสอบข้าวสารสีม่วงคลุมหัวน้ององุ่น แล้วบีบคอเล่นกัน แต่เมื่อเปิดดูอีกทีพบว่าน้ององุ่นได้เสียชีวิตแล้ว

เมื่อน้ององุ่นเสียชีวิตภายในบ้าน หลังจากนั้นมีการนำศพไปซ่อนในตู้เสื้อผ้า ก่อนจะนำศพขึ้นรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ไปอำพรางทิ้งไว้ใต้กอไผ่ในสวนยางพารา ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านน้ององุ่นไม่ถึง 1 กิโลเมตร

กระทั่ง เวลาประมาณ 15.00 น. นายแป๊ะได้นำศพน้ององุ่นขึ้นรถสามล้อไปกับเด็กหญิงเอ โดยใช้เส้นทางหมู่บ้าน เพื่อนำศพไปทิ้งยังจุดที่พบศพ หลักฐานสำคัญที่นำไปสู่การจับกุมคือรอยนิ้วมือบนรถสามล้อ

คดีสะเทือนใจ “น้ององุ่น” ตายโดยคนใกล้ชิด

การจับกุมครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวและชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะเป็นบุคคลใกล้ชิดกับครอบครัว สิ่งที่น่าตั้งคำถามคือแรงจูงใจ ทั้งสองคนอายุน้อยมาก

ล่าสุด จากการทำแผนประกอบคำสารภาพ เด็กหญิงเอ วัย 13 ปี สารภาพว่า เป็นผู้ลงมือทำให้น้ององุ่นเสียชีวิต โดยวันเกิดเหตุได้เกิดทะเลาะ และมีปากเสียงกัน จึงใช้ถุงกระสอบข้าวสารสวมเข้าไปที่หัวน้ององุ่น จนกระทั่งเสียชีวิต

จากนั้น ได้ขอความช่วยเหลือ นายแป๊ะ (สมมติ) น้าชายย ช่วยกันศพไปซุกซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า ก่อนนำศศพใส่กระสอบ และนำไปศพไปทิ้งยังจุดที่มีผู้มาพบดังกล่าว...

ทั้งนี้ ระหว่างทำแผน มีผู้สังเกตการณ์จำนวนมาก และแทบไม่เชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ จะมาจากน้ำมือพี่สาว และน้าชาย เพราะเห็นว่า ที่ผ่านมา ก็ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างดี

ขณะที่ผู้เป็นแม่ ก็ไม่อยากจะเชื่อคำให้การของลูกสาวและน้องชาย แต่ก็ยอมรับในกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์


You might be intertested in this news.

Mostview

กระดกเหล้า-เต้นยั่วข้างเตียงผู้ป่วย “หมอแล็บ” จี้ศูนย์ฯ ดูแลตามบ้านให้เข้มงวด

หมอแล็บ แพนด้า โพสต์ภาพสาวดูแลผู้ป่วย กระดกเหล้า เต้นยั่วอยู่ข้างเตียง คาด เป็นพนักงานดูแลผู้ป่วยตามบ้าน ที่ไม่ได้จบตรงสายงาน จี้ศูนย์จัดการผู้ป่วยให้เข้มงวดมากขึ้น..

บัตรคนจน ยืนยันสำเร็จ 8.4 ล้าน อีก 4.1 แสน ยังต้องลุ้น

รัฐบาลเปิดเช็กสถานะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ยืนยันสิทธิสำเร็จแล้วกว่า 8.45 ล้านราย คิดเป็น 95% อีกกว่า 4.1 แสน ข้อมูลไม่ถูกต้อง ต้องลงทะเบียนใหม่ หรือ รอตรวจสอบ

The Voice 2026 คัมแบ็ก ครั้งแรกกับ “The Voice Teens” ควง 8 โค้ชหาเพชรเม็ดงาม

True5G จับมือ เอ็กซ์ซิท 365 ปลุกตำนาน “เสียงจริง ตัวจริง” พลิกโฉม The Voice 2026 ทุบสถิติถล่มทลายผู้สมัครกว่า 30,000 คนทั่วประเทศ พร้อมประกาศบิ๊กเซอร์ไพรส์ครั้งแรกในไทย คลอดสปินออฟ “The Voice Teens” ดึงวัยรุ่น 13-19 ปี ปล่อยของ พร้อมการปรากฏตัวของ “8 โค้ช

รีวิวหนัง Colony ยึดร่างคลั่ง ความกล้าฉีกขนบหนังซอมบี้

หลังประสบความสำเร็จอย่างสูงกับหนัง “Train to Busan” ผู้กำกับ “ยอนซังโฮ” กลับมาอีกครั้ง กับหนังเรื่องใหม่ Colony หรือในชื่อไทย “ยึดร่างคลั่ง”...

‘ศิริราช’ ยกระดับแพทย์ทันสมัย วินิจฉัยโรคทางเดินอาหารแม่นยำ

ศิริราชยกระดับการวินิจฉัยโรคทางเดินอาหารแห่งแรกในประเทศไทย สะท้อนวิสัยทัศน์การแพทย์สมัยใหม่ มุ่งสู่การรักษาที่แม่นยำเพื่อผู้ป่วย ...

TrustNEws Line