กรมประมง เร่งกำจัดปลาหมอคางดำพื้นที่ระบาด หนุนเอาไปใช้ประโยชน์ ฟื้นฟูระบบนิเวศ
by Trust News, 8 มิถุนายน 2569
กรมประมง ลุยแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ ตามนโยบาย รมช.วัชระพล จำกัดการแพร่ระบาดในแหล่งน้ำสาธารณะ ตามแผน SARA กำจัดและสร้างมูลค่าใช้ประโยชน์ ฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างเป็นรูปธรรม จากการสำรวจ 21 จังหวัด ไม่เจอ 3 จังหวัด ระบาดเล็กน้อย 10 จังหวัด ปานกลาง 8 จังหวัด
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำโดยนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบนโยบายเร่งด่วนให้กรมประมงเร่งแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยมุ่งเน้น 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ การจำกัดพื้นที่การระบาด การกำจัดปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศ และการส่งเสริมการนำปลาไปใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการจำกัดและกำจัดจำนวนประชากรปลาหมอคางดำ
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงได้ขานรับนโยบายเชิงรุกของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยได้ยกระดับการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการเชิงรุก “SARA” (SURVEY - ANALYSE – REPORT – ACTION) ภายใต้แนวคิด ทำเร่งด่วน ทำทันทีและต่อเนื่อง เพื่อควบคุมเเละลดจำนวนปลาหมอคางดำอย่างมีประสิทธิภาพ แบ่งการดำเนินการออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
S - SURVEY (การสำรวจ): สำรวจความชุกชุมของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่สังกัดกรมประมง ลงพื้นที่ทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่เขตการแพร่ระบาดและพื้นที่เฝ้าระวัง 21 จังหวัด 204 แหล่งน้ำ รวมมากกว่า 1,000 จุดสำรวจ
A - ANALYSE (การวิเคราะห์ข้อมูล): รวบรวมข้อมูลนำมาวิเคราะห์แนวโน้มและค่าความชุกชุม (ตัว/พื้นที่ 100 ตารางเมตร) โดยมีการกำหนดเกณฑ์ คือ ความชุกชุมมากกว่า 100 ตัว/ 100 ตารางเมตร ให้สำนักงานประมงจังหวัดเร่งกำจัดโดยด่วน ความชุกชุมมากกว่า 25 -100 ตัว/ 100 ตารางเมตร ให้ดำเนินการกำจัด และความชุกชุมน้อยกว่า 10 ตัว/ 100 ตารางเมตร ให้เฝ้าระวังสถานการณ์
R - REPORT (การรายงาน): รายงานผลการประเมินสรุปสถานการณ์การแพร่ระบาดให้ผู้ตรวจราชการในแต่ละเขตพื้นที่และประมงจังหวัดได้ทราบสถานการณ์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลขับเคลื่อนการทำงานของหน่วยงานเครือข่าย (FC) เพื่อดำเนินการมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด
A - ACTION (การปฏิบัติงาน): สำนักงานประมงจังหวัดร่วมบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น ดำเนินมาตรการควบคุม จำกัดความเหมาะสมของพื้นที่ และนำปลาที่กำจัดไปใช้ประโยชน์ เพื่อเป็นแรงจูงใจในการกำจัด พร้อมติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป้าหมายสูงสุดในการรักษาสมดุลระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน
สำหรับความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ ภายใต้แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567 – 2570 ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบให้เป็นวาระแห่งชาติ กรมประมงได้ดำเนินการมาตรการเชิงรุกหลายรูปแบบทั้งการผ่อนผันการใช้เครื่องมืออวนรุน เพื่อกำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่เป้าหมาย การดำเนินโครงการรับซื้อปลาหมอคางดำ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการกำจัดแก่ชาวประมงและชุมชน รวมถึงกิจกรรมลงแขกลงคลอง ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำพื้นถิ่น สามารถกำจัดปลาออกจากระบบได้แล้วรวม 8,325,234.50 กิโลกรัม
ทั้งนี้ ปลาที่กำจัดได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบการแปรรูปเป็นอาหารคน อาหารสัตว์ และอาหารพืช อาทิ การแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร การผลิตปลาป่น การใช้เป็นปลาเหยื่อ การนำไปผลิตปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบต่อเกษตรกรสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
ผลการสำรวจความชุกชุมในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ใน 21 จังหวัด ไม่พบการระบาด 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดปราจีนบุรี พัทลุง และปัตตานี พื้นที่แพร่ระบาดความชุกชุมน้อย (น้อยกว่า 10 ตัว ต่อ 100 ตารางเมตร) 10 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ฉะเชิงเทรา นนทบุรี กรุงเทพมหานคร สมุทรสงคราม นครปฐม ราชบุรี สุราษฎร์ธานี สงขลา และตราด พื้นที่แพร่ระบาดความชุกชุมปานกลาง (10-100 ตัว ต่อ 100 ตารางเมตร) 8 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และนครศรีธรรมราช ทั้งนี้ ไม่พบพื้นที่การแพร่ระบาดมาก (มากกว่า 100 ตัว ต่อ 100 ตารางเมตร)
นอกจากนี้ กรมประมงยังพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน อาทิ รัฐ เอกชน ท้องที่ ท้องถิ่น และประชาชน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ติดตามสถานการณ์ และรวบรวมข้อมูลผลกระทบในพื้นที่อย่างรอบด้าน อันจะนำไปสู่การกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ กรมประมงจะเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการจำกัด กำจัด และสร้างมูลค่าใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ สร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรสัตว์น้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเกษตรกรอย่างยั่งยืน.
You might be intertested in this news.
Mostview
ปิดถนนประชาธิปก 3 วันซ่อมน้ำรั่วเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้า ยันไม่กระทบตึกใกล้เคียง
นายกฯ นำทีมลงพื้นที่แยกวงเวียนใหญ่ ตรวจสอบเหตุน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ยันไม่พบการทรุดตัวของอุโมงค์หรืออาคารใกล้เคียง ขณะที่ปิดการจราจรถนนประชาธิปก ขาออก 3 วัน เพื่อให้ทีมวิศวกรและช่างเข้าซ่อมจุดรั่วในอุโมงค์
ไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ยอดตายพุ่ง 27 ศพ นายกฯอนุทิน มาดูพื้นที่แล้ว
ไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ใกล้ศูนย์การค้ายูเนี่ยนมอลล์วอดทั้งร้าน เบื้องต้นตาย 27 ศพ เผยนาทีไฟลุกวาบพุ่งเป็นลำคล้ายไอพ่น ล่าสุด นายกฯ อนุทิน-ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่บัญชากการเอง สั่งเยียวยาเหยื่อเต็มที่ กำชับ พฐ. ตรวจสอบ
คืบหน้าถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอย เปิดทางอัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ มาตรวจถนนทรุดบริเวณวงเวียนใหญ่ จากกรณีน้ำรั่วเข้าอุโมงค์รถไฟใต้ดินสายสีม่วงใต้ฯ โดยล่าสุด สั่งรื้อสะพานลอยเพื่อลดแรงกดทับ เปิดทางผู้รับเหมาตั้งเครื่องมืออัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดความเสี่ยงดินทรุด ย้ำต้องเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง
สรุป 10 ข้อมูลสำคัญ เหตุดินทรุดพื้นที่ก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่
สรุป 10 ข้อมูลสำคัญ เหตุดินทรุดพื้นที่ก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ โดย ศ.ดร. อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ...
“ลิลลี่ เหงียน” ร้องไห้! “SOS ก้าวผิดชีวิตเปลี่ยน” เข้าวันเดียวโดนลดโรงฉาย
กอดคอร้องไห้เลย ! หนัง “SOS ก้าวผิดชีวิตเปลี่ยน” “ลิลลี่ เหงียน” หนึ่งในทีมนักแสดง เสียใจ กอดคอกันร้องไห้ สงสารทีมงานและนักแสดงคนอื่นๆ แต่ก็เข้าใจระบบธุรกิจ ...
ข่าวที่เกี่ยวข้อง