เกษตรฯ ชู ศพก.เชื่อมเทคโนโลยี นวัตกรรม องค์ความรู้ นำพาเกษตรไทยรับโลกผันผวน
by Trust News, 12 สิงหาคม 2569
ก.เกษตรฯ ดึงศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) งส่งเสริมให้เกษตรกรมีองค์ความรู้ เท่าทันสถานการณ์ ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้มาประยุกต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพ รับมือโลกผันผวนรอบด้าน
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในการเปิดโครงการ “ตลาดองค์ความรู้สู่การพัฒนาเกษตรนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” ณ จังหวัดกาญจนบุรี ว่า การขับเคลื่อนภาคการเกษตรท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องทำให้องค์ความรู้เข้าถึงเกษตรกรและสามารถนำไปใช้ได้จริง ซึ่งการให้ “เกษตรกรเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา” และเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้ที่ปฏิบัติจริงในพื้นที่ เชื่อมโยงกับองค์ความรู้จากภาครัฐ นักวิชาการ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่
รมช.กระทรวงเกษตรฯ กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน ภาคการเกษตรต้องเผชิญความท้าทายที่ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ต้นทุนการผลิต ความผันผวนของตลาด และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวจึงไม่สามารถพึ่งพาองค์ความรู้จากภายนอกเพียงด้านเดียว แต่ต้อง “ดึงความรู้จากพื้นที่” โดยเฉพาะประสบการณ์และภูมิปัญญาของเกษตรกรที่ผ่านการลงมือทำจริง มาวิเคราะห์ แลกเปลี่ยน และต่อยอดให้กลายเป็นองค์ความรู้ที่สามารถขยายผลได้
นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวอีกว่า แนวคิด Climate Smart Agriculture (CSA) หรือ เกษตรกรรมที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงเป็นอีกแนวทางสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตร โดยมุ่งให้เกษตรกรสามารถปรับตัวและรับมือกับความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการใช้ทรัพยากร พร้อมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ ซึ่งหัวใจของ CSA ไม่ใช่การนำเทคโนโลยีเดียวกันไปใช้กับทุกพื้นที่ แต่คือการเลือกและออกแบบแนวทางที่เหมาะสมกับปัญหา ศักยภาพ และบริบทของเกษตรกรแต่ละชุมชน ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) จึงมีบทบาทสำคัญในฐานะกลไกระดับพื้นที่ที่จะเชื่อมโยงองค์ความรู้จากหลายภาคส่วนเข้าด้วยกัน โดย ศพก. ไม่ควรเป็นเพียงสถานที่สำหรับถ่ายทอดความรู้จากหน่วยงานภาครัฐไปสู่เกษตรกร แต่ต้องเป็น “พื้นที่กลางของการสร้างและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้” ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรเป็นทั้งผู้เรียนรู้และผู้ร่วมสร้างองค์ความรู้
ด้าน นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กระบวนการดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นผ่านการ “ฟัง – แลกเปลี่ยน – ทดลอง – เรียนรู้ – ขยายผล” โดยเริ่มจากการรับฟังปัญหาและประสบการณ์ของเกษตรกรในพื้นที่ นำมาร่วมวิเคราะห์กับนักส่งเสริมการเกษตร นักวิชาการ ภาคเอกชน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เติมเต็มด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม จากนั้นทดลองใช้จริงในพื้นที่ ประเมินผล และนำแนวทางที่ได้ผลกลับมาถ่ายทอดและขยายผลสู่เกษตรกรรายอื่น
การจัดตลาดองค์ความรู้สู่การพัฒนาเกษตรนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย ณ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นการเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและภาคีเครือข่ายได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และนำโจทย์จากพื้นที่มาร่วมกันค้นหาคำตอบ ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุน การจัดการน้ำ การปรับวิธีการผลิตเพื่อรับมือสภาพอากาศ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งถือเป็น “ความรู้จากแปลง” ที่เกิดจากการปฏิบัติจริง และเมื่อถูกนำมาแลกเปลี่ยน วิเคราะห์ และต่อยอดร่วมกับหลักวิชาการและเทคโนโลยี ก็สามารถพัฒนาเป็น “องค์ความรู้ของชุมชน” ที่นำไปใช้ประโยชน์และขยายผลในพื้นที่อื่นได้
ดังนั้น บทบาทของ ศพก. ในระยะต่อไปจึงเป็นการยกระดับจาก “ศูนย์ถ่ายทอดความรู้” สู่ “ศูนย์กลางการสร้างและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้” และจากการมองเกษตรกรเป็น “ผู้รับความรู้” สู่การเป็น “ผู้ร่วมสร้างความรู้และร่วมออกแบบการเปลี่ยนแปลง” โดยมีเกษตรกรเป็นฐานขององค์ความรู้ในพื้นที่มีนักส่งเสริมและนักวิชาการเป็นผู้เชื่อมโยงและเติมเต็ม และมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างทางเลือกใหม่ ขณะเดียวกัน ยังขับเคลื่อนการรวมกลุ่มเกษตรกรในรูปแบบแปลงใหญ่ เพื่อให้เกิดการวิเคราะห์สถานการณ์ วางแผนการผลิต และกำหนดทิศทางการพัฒนาร่วมกันบนพื้นฐานข้อมูลจริงและความต้องการของพื้นที่ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับ ศพก. และเครือข่ายเกษตรกร Young Smart Farmer เพื่อให้เกิดการทดลองและขยายผลแนวทางการผลิตที่เหมาะสม และเชื่อมโยงสู่ตลาดได้อย่างเป็นระบบ
การพัฒนาภาคการเกษตรในระยะต่อไปจึงไม่ใช่เพียงการมุ่งเพิ่มผลผลิต แต่คือการสร้าง “เกษตรกรที่พร้อมปรับตัว” มีข้อมูลและองค์ความรู้เป็นฐาน สามารถใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมได้อย่างเหมาะสม รับมือความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เชื่อมโยงการผลิตกับตลาด และทำงานร่วมกันผ่านเครือข่ายในพื้นที่ โดยมี “ศพก.” เป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนความรู้ที่อยู่ในแปลงให้เป็นพลังของชุมชน และเปลี่ยนพลังของชุมชนให้เป็นการเปลี่ยนแปลงของภาคการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถเดินหน้าได้อย่างมั่นคง ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต.
You might be intertested in this news.
Mostview
JERRY F4 รักที่ไม่ครอบครอง รักแรก รักเดียว และตลอดไป (ชมคลิป)
JERRY F4 รักที่ไม่ครอบครอง รักแรก รักเดียว และตลอดไป (ชมคลิป)
พี่ชาย “ฮลุน โซโล่” ยัน ไม่เปิดรับบริจาค เผยกำหนดสวดอภิธรรม
พี่ชาย “ฮลุน โซโล่” โพสต์ยืนยัน ครอบครัวไม่เปิดรับบริจาค เผยกำหนดสวดอภิธรรม 8-10 ส.ค. พิธีฌาปนกิจ วันที่ 11 ส.ค. เผยยังไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้ ยังต้องตรวจชิ้นเนื้อหัวใจและสารพิษเพิ่ม…
สุนัขตำรวจ K-9 พร้อมออกตรวจ ดมหาสิ่งผิดกฎหมายที่ "ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ"
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แนะนำ สุนัขตำรวจออกตรวจที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทุกวัน หากพบเจอเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน สามารถเข้ามาทักทาย ถ่ายรูปได้ แต่ จะมาเติมหมา หรือ จกพุงได้หรือไม่ต้องสอบถามเจ้าหน้าที่ควบคุมสุนัขก่อน
“พีพี” เปิดซิงเกิลใหม่ “Your Candy” ชวนลิ้มรสหวานซ่อนเปรี้ยว
“พีพี” เปิดซิงเกิลใหม่ “Your Candy” ชวนลิ้มรส หวานซ่อนเปรี้ยว ...
ทรูมอบรางวัล ทีมคนรุ่นใหม่ พลิกโจทย์ธุรกิจด้วย AI ใน True Alpha Internship 2026
ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ให้พร้อมทำงานในยุค AI โดยลงมือทำจริงกับโครงการ True Alpha Internship 2026 ในการสร้างนวัตกรรมมาพลิกโจทย์ธุรกิจ และทีม “ทรู ตุง ตุง ซา-ฮูร์” ได้รางวัลชนะเลิศ กับผลงาน “Cool Kit – คู่คิด” นำ AI มาช่วยบริหารร้านอาหาร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง