วันอาทิตย์, ตุลาคม 11, 2569

7 ปัจจัย ทำไม น้ำท่วม “น่าน” รุนแรงและมาเร็ว!

by Trust News, 20 สิงหาคม 2569

ฝนหนักไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เมื่อ “ภูมิประเทศ–ป่าต้นน้ำ–การใช้ที่ดิน–มวลน้ำ” มาประกอบกัน จนกลายเป็นวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ของน่าน

สถานการณ์น้ำท่วม จ.น่าน ในช่วงวันที่ 19–20 สิงหาคม 2569 รุนแรงและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบน ก่อนมวลน้ำจะไหลหลากลงสู่พื้นที่ชุมชนและลุ่มน้ำน่าน

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานว่า บางพื้นที่มีฝนสะสมสูงถึง 388 มิลลิเมตร ขณะที่ระดับน้ำในลำน้ำน่านช่วงหนึ่งมีอัตราการไหลสูงถึง 2,165 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จนน้ำล้นตลิ่งในเขตเมืองน่านและภูเพียง

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “ฝนตกมากแค่ไหน” แต่คือ อะไรทำให้น้ำปีนี้มาเร็ว แรง และขยายวงกว้าง?

1. ฝนหนักคือ “ตัวจุดชนวน”

สทนช. ระบุว่า ปัจจัยสำคัญของสถานการณ์ครั้งนี้คือฝนสะสมมากกว่า 300 มม. บริเวณด้านตะวันออกของแม่น้ำน่าน ก่อนที่มวลน้ำจากพื้นที่ตอนบน โดยเฉพาะ อ.ปัว จะไหลผ่านท่าวังผาเข้าสู่ตัวเมืองน่าน และมุ่งหน้าต่อไปยัง อ.เวียงสา ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ

นายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ ระบุว่า

“ปัจจัยสำคัญเกิดจากปริมาณฝนตกสะสมเกิน 300 มม.”

เมื่อฝนจำนวนมากตกลงบนพื้นที่ต้นน้ำพร้อมกัน น้ำจึงไม่ได้หยุดอยู่บนภูเขา แต่กลายเป็นมวลน้ำที่เคลื่อนตัวลงมาตามระบบลำน้ำอย่างรวดเร็ว

2. ไม่ใช่ “Rain Bomb” แต่เป็นฝนหนักจากแนวภูเขา

ช่วงแรกมีการตั้งข้อสังเกตว่าน่านอาจเผชิญปรากฏการณ์ “Rain Bomb” หรือระเบิดฝน แต่กรมอุตุนิยมวิทยาไม่เห็นด้วยกับคำอธิบายดังกล่าว

สุรพงษ์ สารปะ ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ ระบุว่า

“ไม่ใช่เรนบอมบ์แต่อย่างใด”

คำอธิบายคือ ฝนรอบนี้เกิดจากแนวกลุ่มเมฆฝนขนาดใหญ่เคลื่อนเข้าปะทะแนวเทือกเขาของน่าน ทำให้เกิดฝนหนักต่อเนื่องเป็นบริเวณกว้าง ไม่ได้ตกลงมาเฉพาะจุดในช่วงเวลาสั้น ๆ แบบ Rain Bomb

ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ฝนบางพื้นที่ตกเฉลี่ยประมาณ 40–50 มม.ต่อชั่วโมง แต่ต่อเนื่อง 4–5 ชั่วโมง ทำให้เกิดการสะสมของน้ำจำนวนมากในพื้นที่ต้นน้ำ

3. “ภูเขา” ทำหน้าที่เร่งมวลน้ำ

ลักษณะภูมิประเทศของน่านเป็นเทือกเขาสูงและมีพื้นที่ลาดชัน เมื่อฝนตกหนักบนพื้นที่สูง น้ำจึงสามารถไหลลงสู่พื้นที่ต่ำและลำน้ำสาขาได้อย่างรวดเร็ว

สุรพงษ์อธิบายว่า ฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ป่าต้นน้ำ โดยเฉพาะบริเวณ อ.ปัว และ อ.เฉลิมพระเกียรติ กลายเป็นมวลน้ำป่าที่ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างในเวลาต่อมา

นี่ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้มีลักษณะสำคัญคือ ฝนตกบนต้นน้ำ แต่ความเสียหายเกิดขึ้นกับชุมชนปลายน้ำ

4. ป่าต้นน้ำอาจเป็น “ตัวแปรสำคัญ”

อีกปัจจัยที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าต้นน้ำ

ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศชี้ว่า ป่าไม้ธรรมชาติมีทั้งไม้ใหญ่ ไม้พุ่ม พืชคลุมดิน รากไม้ และซากใบไม้ ซึ่งช่วยชะลอและดูดซับน้ำฝน

แต่เมื่อพื้นที่ป่าถูกปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรกรรมแบบพืชเชิงเดี่ยว โครงสร้างดังกล่าวลดลง

“พืชเหล่านี้ไม่มีโครงสร้างเรือนยอดป่าและพืชคลุมดินที่หนาแน่นพอจะช่วยชะลอน้ำฝน”

เมื่อฝนตกหนัก น้ำจึงสามารถไหลบ่าลงพื้นที่ต่ำได้เร็วขึ้น ขณะที่การตั้งถิ่นฐานและโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนอาจเปลี่ยนเส้นทางน้ำตามธรรมชาติ ทำให้น้ำไหลเข้าสู่ชุมชนได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ควรนำเสนอในฐานะ ปัจจัยร่วม ไม่ใช่ข้อสรุปว่าการเปลี่ยนพื้นที่ป่าเป็นสาเหตุโดยตรงของน้ำท่วมครั้งนี้ทั้งหมด

5. “โลกร้อน” มีส่วน แต่ไม่ใช่จำเลยเพียงคนเดียว

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีส่วนทำให้บรรยากาศมีอุณหภูมิสูงขึ้นและสามารถกักเก็บไอน้ำได้มากขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อฝนตกหนัก

แต่การอธิบายน้ำท่วมน่านด้วยคำว่า “โลกร้อน” เพียงอย่างเดียวอาจง่ายเกินไป

เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้มีทั้ง สภาพอากาศ ภูมิประเทศ ป่าต้นน้ำ การใช้ที่ดิน และการไหลรวมของมวลน้ำ เข้ามาเกี่ยวข้องพร้อมกัน

6. ฝายธงน้อย — คำถามที่ยังต้องพิสูจน์

อีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือ ฝายธงน้อย

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่และเสนอให้รัฐบาลทบทวนโครงสร้างฝาย โดยอ้างข้อมูลและเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับความแตกต่างของสถานการณ์น้ำก่อนและหลังการก่อสร้าง

ข้อเสนอคือให้พิจารณาปรับโครงสร้างให้ครอบคลุมเต็มลำน้ำ และให้น้ำหนักกับการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤตมากขึ้น

แต่ประเด็นนี้ต้องแยกให้ชัดว่า ยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าฝายธงน้อยเป็นต้นเหตุของน้ำท่วม

สิ่งที่ควรทำต่อคือการศึกษาข้อมูลทางวิศวกรรมและแบบจำลองการไหลของน้ำ เพื่อพิสูจน์ว่าฝายมีผลต่อระดับน้ำและการระบายน้ำมากน้อยเพียงใด

7. น่านมีเครื่องมือเตือนภัย แต่โจทย์คือ “ใช้ได้เร็วแค่ไหน?”

น่าสนใจว่า ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนปีนี้ น่านมีการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยน้ำท่วม รวมถึงแผนที่เสี่ยงภัยและเครื่องมือวัดระดับน้ำ เพื่อช่วยคำนวณปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่ตัวเมือง

ขณะเดียวกัน สทนช. ระบุว่าการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงและการแจ้งเตือนล่วงหน้าเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของการรับมืออุทกภัยปี 2569

คำถามต่อไปจึงไม่ใช่เพียงว่า “เรามีระบบเตือนภัยหรือไม่?”

แต่คือ

ระบบสามารถเตือนประชาชนได้ล่วงหน้ากี่ชั่วโมง และเวลาที่เหลือเพียงพอสำหรับการย้ายคน รถยนต์ และทรัพย์สินหรือไม่?

น้ำท่วมน่าน จึงไม่ใช่เรื่องของ “ฝนตกหนัก” เพียงอย่างเดียว

หากมองภาพรวม เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากหลายปัจจัยซ้อนกัน

ฝนหนัก
↓
ฝนสะสมบนพื้นที่ต้นน้ำ
↓
ภูมิประเทศภูเขาเร่งการไหลของน้ำ
↓
สภาพป่าและการใช้ที่ดินมีผลต่อการชะลอน้ำ
↓
มวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลรวมลงลำน้ำน่าน
↓
น้ำล้นตลิ่งเข้าสู่เมืองและพื้นที่ลุ่มต่ำ

ดังนั้น คำถามที่สำคัญกว่าการถามว่า “ทำไมฝนปีนี้ตกหนัก?” อาจเป็น

“เมื่อเรารู้ว่าน่านเป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำ แล้วอะไรทำให้ทุกครั้งที่ฝนหนัก เมืองยังต้องกลับมาเผชิญคำถามเดิม?”

นี่คือโจทย์ที่ควรนำไปสู่การตรวจสอบระยะยาว ทั้งเรื่อง การจัดการป่าต้นน้ำ การใช้ที่ดิน โครงสร้างทางน้ำ ฝายและคันกั้นน้ำ ระบบระบายน้ำ รวมถึงประสิทธิภาพของระบบเตือนภัย

เพราะการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ยั่งยืน อาจไม่ได้อยู่ที่การ “เอาชนะน้ำ” แต่คือการ ทำความเข้าใจว่าน้ำจะเดินทางอย่างไร แล้วออกแบบเมืองและระบบจัดการน้ำให้สอดคล้องกับธรรมชาติของพื้นที่

แหล่งข้อมูลหลัก: Thai PBS, สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.), กรมชลประทาน, สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และรายงานข่าวภาคสนามวันที่ 19–20 สิงหาคม 2569


You might be intertested in this news.

Mostview

รีวิวหนัง "บอ ยู นา" พล็อตเดิม แต่สนุก ระทึก และสยดสยอง 18+

ตอนแรกเตรียมใจไว้ว่า หนัง “Beware Boiúna” หรือ เลื้อยเขมือบแอมะซอน นั้น อาจมีพล็อตเดิม ๆ คือการเข้าไปในป่า

หนีหนี่ หญิงสาวผู้เลือกความสุข เพื่อหลุดพ้นความสมบูรณ์แบบ (ชมคลิป)

หนีหนี่ หญิงสาวผู้เลือกความสุข เพื่อหลุดพ้นความสมบูรณ์แบบ (ชมคลิป)

เว่ยต้าซวิน เสน่ห์บอสสายซีน ที่มาจากเด็กอ้วน113 กิโลกรัม (ชมคลิป)

เว่ยต้าซวิน เสน่ห์บอสสายซีน ที่มาจากเด็กอ้วน113 กิโลกรัม (ชมคลิป)

ไบโอเทค สวทช. ชวนประกวด “Hackathon Hub of Shrimp” เฟ้นไอเดียฟื้นกุ้งไทย

ไบโอเทค สวทช. ชวนประกวด “Hackathon Hub of Shrimp” เฟ้นไอเดียนวัตกรรมพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งไทย ชิงรางวัลกว่า 1 แสนบาท ใน 5 หมวดสำคัญ หวังพลังนวัตกรจากคนรุ่นใหม่ แก้โจทย์จริงของอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในเวทีโลก

รำลึก 69 ปี ดาวเทียม สปุตนิก 1 ก้าวแรกของอรุณรุ่งการแข่งขันทางอวกาศ

4 ตุลาคม 1957 วันที่เสียงปั๊ปๆ ปี๊ปๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอจากวัตถุทรงกลมในอวกาศ เป็นแรงเหวี่ยงให้เทคโนโลยีของมนุษย์ก้าวกระโดดไปไกลเกินจินตนาการ ร่วมสำรวจชัยชนะของดาวเทียมโซเวียด สปุตนิก 1 ความเรียบง่ายที่เปลี่ยน ‘ความฝัน’ ให้กลายเป็น ‘อรุณรุ่งแห่งยุคอวกาศ’

TrustNEws Line