นักธรณีวิทยาตะวันตกผงะ ปรากฏการณ์ธารนำแข็งละลาย เปลี่ยนหิมาลัยสู่ยุคผันผวน
by Trust News, 27 สิงหาคม 2569
เครดิตภาพจากเพจ People Daily China
นักวิจัยระดับสากลยืนยันตรงกันว่า เหตุภัยพิบัติบริเวณด่านจี๋หลงและลุ่มน้ำเนปาลคือประตูก้าวเข้าสู่ "ยุคสมัยใหม่แห่งความเปราะบางทางธรณีวิทยา" เมื่อระบบเตือนภัยแบบเดิมใช้การไม่ได้อีกต่อไป ร่วมสำรวจบทวิเคราะห์เจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริง พร้อมเปิดพิกัด 4 เขตเสี่ยงภัย Red Zone ทั่วแนวหิมาลัยที่อาจเผชิญมหาภัยพิบัติซ้ำรอย และทางรอดของประเทศลุ่มน้ำในการรับมือภัยพิบัติข้ามแดนที่กำลังกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว
เหตุการณ์มหาภัยพิบัติน้ำป่าและมวลโคลนทะลักกวาดล้างพื้นที่พรมแดนจีน-เนปาล รวมถึงด่านพาณิชย์จี๋หลง (Gyirong Port) ในเขตปกครองตนเองซีจ้าง (ทิเบต) กลายมาเป็นจุดสนใจของประชาคมวิทยาศาสตร์โลก นักธรณีวิทยาและนักธารน้ำแข็งวิทยาจากสถาบันชั้นนำในฝั่งตะวันตกและระดับนานาชาติ อาทิ สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐฯ (USGS), สหภาพวิทยาศาสตร์โลกแห่งยุโรป (EGU) และสถาบันวิจัย ICIMOD ได้เร่งวิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียมและคลื่นสั่นสะเทือน เพื่อถอดรหัสสาเหตุและประเมินความเสี่ยงของภูมิภาคหิมาลัยในอนาคต
ถอดรหัสต้นตอไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่คือ "ระเบิดเวลาธารน้ำแข็ง"
ในช่วงแรกของการเกิดเหตุ สถานีตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนจับสัญญาณได้ที่ความรุนแรงระดับ 5.2 จนเกิดการคาดการณ์ว่าเป็นเหตุแผ่นดินไหว แต่ข้อสรุปจาก USGS และนักวิชาการด้านธรณีภัยพิบัติอย่างศาสตราจารย์ Dave Petley จากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมเทรนต์ ระบุชัดเจนว่า สัญญาณดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการเคลื่อนตัวของรอยแผลแผ่นดิน หากแต่เกิดจากก้อนธารน้ำแข็งและมวลหินมหาศาล (Glacial Rock and Ice Avalanche) บนความสูงกว่า 5,000 เมตรในฝั่งเนปาล พังทลายและร่วงหล่นลงมาจากหน้าผาสูงชัน
พลังงานกลจากการตกกระทบด้วยความเร็วสูงถูกเปลี่ยนเป็นความร้อนมหาศาล หลอมละลายก้อนน้ำแข็งให้กลายเป็นมวลน้ำหลากฉับพลัน มวลน้ำดังกล่าวกวาดเอาดินหินและตะกอนตามแนวม่านเขา รวมตัวกลายเป็นกระแสน้ำโคลนความหนาแน่นสูงพุ่งถล่มลงสู่ลุ่มน้ำ Lhende, Bhote Koshi และ Trishuli นักวิชาการระบุว่าพฤติกรรมของมวลโคลนนี้ไหลเข้าซัดพื้นที่ชายแดนด้วยความเร็วและพลังทำลายล้างเปรียบเสมือน "สึนามิบนแผ่นดิน" (Inland Tsunami)
ภัยซ่อนเร้นที่ไม่เคยเกิด บ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น
นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า เหตุการณ์ธารน้ำแข็งพังทลายระดับวิกฤต (Ice Avalanche) เคยถูกจัดเป็นปรากฏการณ์ที่ "เกิดขึ้นได้ยากมาก" (Extreme and Rare Events) แต่ในปัจจุบัน สถิติดังกล่าวกลับถดถอยลงอย่างน่าตกใจ
ผลกระทบสภาวะโลกร้อน (Climate Change): ภาวะอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นทำให้อัตราการละลายของธารน้ำแข็งในภูมิภาคหิมาลัยทวีความเร็วขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับสองทศวรรษก่อน ส่งผลให้ชั้นดินแช่แข็งแข็งแกร่ง (Permafrost) ที่ทำหน้าที่ยึดเหนี่ยวโครงสร้างหินบนยอดเขาสูงเกิดการละลายและสูญเสียความเสถียร
จุดอ่อนของระบบเตือนภัย: เหตุพิบัติครั้งนี้ไม่ได้มีชนวนเหตุจากฝนตกหนักในพื้นที่ต่ำ ส่งผลให้ระบบเตือนภัยทางอุตุนิยมวิทยาแบบเดิมไม่สามารถแจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ทันท่วงที
เปิดพิกัด 4 เขตเสี่ยงภัย Red Zone ทั่วแนวหิมาลัย
นักธรณีวิทยาเตือนว่า เหตุการณ์ที่ด่านจี๋หลงและอำเภอราสุวาเป็นเพียงสัญญาณเตือนภัยระยะแรก โดยมีพื้นที่เสี่ยงสูงที่อาจเผชิญภัยพิบัติลักษณะเดียวกันในอนาคต ดังนี้:
1. เขตแนวพรมแดนทิเบต-เนปาล (Central Himalayas)
พื้นที่เสี่ยง: ลุ่มน้ำ Bhote Koshi, Trishuli, หุบเขา Langtang และเส้นทางเชื่อมต่อข้ามแดน
ปัจจัยเสี่ยง: สภาพภูมิประเทศเป็นหุบเขาแคบชัน หากเกิดมวลหินหรือธารน้ำแข็งถล่มปิดกั้นแม่น้ำ จะก่อตัวเป็น "ทะเลสาบภัยพิบัติ" (Dammed Lakes) ซึ่งพร้อมจะพังทลายซ้ำสร้างมวลน้ำระลอกสอง
2. แนวระเบียงเส้นทางท่องเที่ยวทิเบต-เอเวอเรสต์
พื้นที่เสี่ยง: เขตแนวยอดเขาอันนาปุรณะ (Annapurna) และพื้นที่รอบเขาสูงในซีจ้าง
ปัจจัยเสี่ยง: อุณหภูมิสะสมบนยอดเขาสูงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ก้อนธารน้ำแข็งแขวนลอย (Hanging Glaciers) เสี่ยงต่อการหลุดร่วง
3. ตอนเหนือของประเทศอินเดีย (Western Himalayas)
พื้นที่เสี่ยง: รัฐอุตตราขัณฑ์ (Uttarakhand) และรัฐหิมาจัลประเทศ (Himachal Pradesh)
ปัจจัยเสี่ยง: ประวัติศาสตร์การเกิดเหตุธารน้ำแข็งถล่มซ้ำซ้อน ควบคู่กับการขยายตัวของโครงการโครงสร้างพื้นฐานและเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งเพิ่มความเปราะบางให้แก่ชั้นหิน
4. เทือกเขาคาราโกรัมและพรมแดนภูฏาน
พื้นที่เสี่ยง: เขตหุบเขาสูงในปากีสถานตอนเหนือและประเทศภูฏาน
ปัจจัยเสี่ยง: มีทะเลสาบธารน้ำแข็ง (Glacial Lakes) กระจายตัวอยู่นับพันแห่ง เสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติทะเลสาบธารน้ำแข็งแตกเอ่อล้น (GLOF) หากถูกกระตุ้นด้วยมวลหินถล่ม
บทสรุปจากนักวิชาการฝั่งตะวันตกระบุตรงกันว่า ภูมิภาคหิมาลัยกำลังเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความผันผวนทางธรณีวิทยา รัฐบาลในประเทศกลุ่มลุ่มน้ำจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการรับมือภัยพิบัติแบบเดิม ไปสู่การติดตั้งระบบตรวจจับการเคลื่อนตัวของธารน้ำแข็งด้วยดาวเทียม และจำกัดการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอย.
You might be intertested in this news.
Mostview
อ.เชน และ ผู้ว่าฯ น่าน ติดตามโครงการสร้างทำแนวป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาลน่าน
รองนายกฯ ยศชนัน นำคณะ และผู้ว่าฯ น่าน มาที่โรงพยาบาลน่านติดตาม โครงการเขื่อนป้องกันน้ำท่วม เพื่อลดผลกระทบเมื่อเกิดอุทกภัย ปกป้องพื้นที่โรงพยาบาล ให้ปฏิบัติงานได้ต่อเนื่อง สามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและให้บริการประชาชนได้เต็มประสิทธิภาพ
49 ปี "วอยเอเจอร์ 2" จากภารกิจสำรวจดาวเคราะห์ สู่การไขความลับห้วงลึกของอวกาศ
ตลอดเกือบครึ่งศตวรรษนับตั้งแต่ปล่อยตัวในปี 1977 ยานวอยเอเจอร์ 2 ไม่ใช่เพียงการสำรวจดาวเคราะห์แถบนอกของระบบสุริยะ แต่มันได้ทะลวงผ่านเขตเฮลิโอพอส เข้าสู่พื้นที่ว่างระหว่างดวงดาว โดยที่ยานยังคงทำงานได้ และส่งข้อมูลกลับโลก จากวิศวกรรมอันเหลือเชื่อ
รองนายกฯ เรียก ปภ.-ผู้ว่าฯ ภาคเหนือเปิด War Room ย้ำ 5 ข้อสั่งการรับมืออุทกภัย
รองนายกฯ ยศชนัน พร้อม มท.3 เจเศรษฐ์ เรียกด่วนทีม ปภ.- ผู้ว่าฯ ภาคเหนือเปิด War Room ย้ำ 5 ข้อสั่งการรับมืออุทกภัย ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จุดเดียวในทุกจังหวัด เตรียมคน–เครื่องมือ–แผนอพยพ พร้อมระดมรัฐบูรณาการร่วมเอกชนช่วยเหลือและฟื้นฟูให้เร็วที่สุด
ซีพี–ทรู ใจป้ำ จัดเต็มเพื่อแฟนบอลไทย เปิดดูสด ASEAN Championship 2026 ฟรี 2 นัด
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และ ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมทุ่มงบสนับสนุน ให้คนไทยทุกคนรับชมการแข่งขันของทีมชาติไทย ในศึกการแข่งขันฟุตบอล ASEAN Championship 2026 ครบทั้ง 2 นัดรอบชิงชนะเลิศ โดยไม่จำกัดเครือข่าย ผ่านแอปฯ TrueVisions NOW
เจย์โจว มีวันนี้เพราะแม่ให้ กับตำนานแต่ง50เพลงใน10วัน! (ชมคลิป)
เจย์โจว มีวันนี้เพราะแม่ให้ กับตำนานแต่ง50เพลงใน10วัน! (ชมคลิป)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง