วันศุกร์, สิงหาคม 21, 2569

49 ปี "วอยเอเจอร์ 2" จากภารกิจสำรวจดาวเคราะห์ สู่การไขความลับห้วงลึกของอวกาศ

by Trust News, 21 สิงหาคม 2569

ตลอดเกือบครึ่งศตวรรษนับตั้งแต่ปล่อยตัวในปี 1977 ยานวอยเอเจอร์ 2 ไม่เพียงสร้างประวัติศาสตร์โฉบสำรวจ 4 ดาวแก๊สยักษ์และเป็นยานลำเดียวที่ไปถึงยูเรนัสและเนปจูน แต่ยังสร้างปาฏิหาริย์ทางวิศวกรรมด้วยการอัปเดตโค้ดข้ามอวกาศและสื่อสารผ่านเครือข่าย Deep Space Network เพื่อยื้อชีวิตให้มันยังคงส่งข้อมูลทรงคุณค่ากลับมาจากอวกาศระหว่างดาวได้จนถึงปัจจุบัน

ขอพาทุกท่านย้อนอดีตกลับไปดูห้างหนึ่งของประวัติศาสตร์ การแข่งขันด้านอวกาศที่เป็นการมุ่งศึกาาดาวเคราะห์ชีั้นนอกของระบบสุริยะ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ของปี ค.ศ.1977 (พ.ศ. 2520) ยานวอยเอเจอร์ 2 (Voyager 2) ได้เริ่มออกเดินทางในภารกิจการสำรวจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยทะยานขึ้นจากฐานปล่อยยานอวกาศหมายเลข 41 ณ แหลมคานาเวอรัล ด้วยจรวดนำส่ง ไททัน 3 อี-เซนทอร์ (Titan IIIE-Centaur)

สำหรับ จรวดไททัน 3 อี ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากตระกูลขีปนาวุธทิ้งตัวข้ามทวีปแบบไททันของกองทัพอากาศสหรัฐฯ โดยผสมผสานแกนหลักอันทรงพลังของจรวดไททันและมอเตอร์จรวดขับดันเชื้อเพลิงแข็ง (บูสเตอร์) เข้ากับส่วนจรวดท่อนบนแบบเซนทอร์ เพื่อส่งยานอวกาศขององค์การนาซา (NASA) ให้เดินทางไปได้ไกลจากโลกมากที่สุด จรวดรุ่นนี้ถูกใช้ส่งภารกิจสำรวจดาวเคราะห์ที่ทะเยอทะยานที่สุดในยุคนั้น เช่น ภารกิจเฮลิออส (Helios), ไวคิง (Viking) และ ยานวอยเอเจอร์ทั้งสองลำ

ยานวอยเอเจอร์ 2 อาศัยความได้เปรียบจากการเรียงตัวของดาวเคราะห์หินชั้นนอกที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่ง (โดยจะเกิดขึ้นประมาณหนึ่งครั้งในทุกๆ 175 ปี) ยานได้บินผ่านดาวพฤหัสบดีในปี ค.ศ. 1979, ดาวเสาร์ในปี ค.ศ. 1981, ดาวยูเรนัสในปี ค.ศ. 1986 และดาวเนปจูนในปี ค.ศ. 1989 โดยใช้แรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์แต่ละดวงช่วยส่งตัวมันให้พุ่งทะยานไปยังดาวดวงถัดไป ปัจจุบัน ยานวอยเอเจอร์ 2 ยังคงเป็นยานอวกาศเพียงลำเดียวที่เคยไปเยือนดาวยูเรนัสและดาวเนปจูน และเป็นยานลำเดียวที่ได้สำรวจดาวแก๊สยักษ์ทั้งสี่ดวงอย่างใกล้ชิด

เรื่องราวเบื้องหลังการเดินทางสำรวจดาวเคราะห์ยักษ์

จุดเริ่มต้นจาก "Grand Tour" ที่ถูกตัดงบประมาณ โดยในช่วงปลายทศวรรษ 1960 นักคณิตศาสตร์ของนาซาพบว่า ในช่วงปี 1977-1981 ดาวเคราะห์หินชั้นนอกทั้ง 4 ดวง (พฤหัสบดี, เสาร์, ยูเรนัส, เนปจูน) จะโคจรมาเรียงตัวกันในมุมที่ เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบ 175 ปี เดิมทีนาซาตั้งใจจะทำโครงการยักษ์ชื่อ "Grand Tour" เพื่อส่งยานไปสำรวจดาวเคราะห์ทั้งสี่ แต่โครงการถูกยกเลิกเพราะงบประมาณสูงเกินไป นาซาจึงลดขนาดโครงการลงเหลือเพียงภารกิจส่งวอยเอเจอร์ 1 และ 2 (voyager 1 & 2) ไปสำรวจแค่ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์เท่านั้น โดยออกแบบตัวยานให้รองรับภารกิจสั้นๆ เพียงไม่กี่ปี

แผนซ่อนเร้นของวิศวกร (The Stealth Mission Concept) 

แม้จะได้รับงบประมาณสำรวจแค่ 2 ดาว แต่ทีมวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ของนาซาแอบสร้างตัวยานวอยเอเจอร์ 2 ให้มีความทนทานและบรรจุเชื้อเพลิงสำรองไว้เกินกว่าภารกิจพื้นฐาน โดยหวังลึกๆ ว่า หากยานสามารถทำภารกิจที่ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ได้สำเร็จ พวกเขาจะขออนุมัติงบขยายภารกิจต่อ

สิ่งที่ยานวอยเอนเจอร์ทั้ง 2 ลำได้พบเจอ  

การส่งยานวอยเอเจอร์ 1 และ 2 ออกไปสำรวจดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ชั้นนอกทั้ง 4 ดวง (ดาวพฤหัสบดี, ดาวเสาร์, ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน) ถือเป็นการปฏิวัติความรู้ทางดาราศาสตร์ของมนุษยชาติอย่างแท้จริง นี่คือสิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้จากการสำรวจภารกิจนี้:

1. ดาวพฤหัสบดี (Jupiter)

พบว่าดวงจันทร์ "ไอโอ" (Io) มีภูเขาไฟตระกูลกำมะถันที่กำลังพ่นลาวาอยู่ตลอดเวลา ถือเป็นดาวดวงแรกนอกโลกที่พบภูเขาไฟมีชีวิต

ภาพถ่ายดวงจันทร์ "ยูโรปา" (Europa) เผยให้เห็นพื้นผิวรอยแยกของน้ำแข็ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทฤษฎีมหาสมุทรใต้ดินที่อาจมีสิ่งมีชีวิต

พบว่าดาวพฤหัสบดีมีวงแหวนสว่างจางๆ ที่มองไม่เห็นจากกล้องโทรทรรศน์บนโลก

ยืนยันว่าจุดแดงใหญ่คือพายุหมุนวนขนาดยักษ์ sinv พายุ Great Red Spot ที่มีซับซ้อนและมีอายุยาวนานหลายร้อยปี

2. ดาวเสาร์ (Saturn)

พบว่าวงแหวนของดาวเสาร์ไม่ได้เป็นแผ่นเรียบ แต่ประกอบด้วยวงแหวนเล็กๆ นับพันสาย (Ringlets) พร้อมโครงสร้างแปลกๆ เช่น วงแหวนที่มีลักษณะคล้ายเกลียวเชือก

สำรวจดวงจันทร์ "ไททัน" (Titan) และพบว่ามีชั้นบรรยากาศหนาแน่นที่เต็มไปด้วยไนโตรเจนและสารประกอบไฮโดรคาร์บอน เลียนแบบสภาวะของโลกยุคดึกดำบรรพ์

ค้นพบว่าดวงจันทร์ "เอนเซลาดัส" (Enceladus) มีพื้นผิวเรียบและมีการสะท้อนแสงสูง ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นภูเขาไฟน้ำแข็ง

การตัดสินใจที่ดาวเสาร์ จุดแยกทางของยานสองพี่น้อง

ในปี ค.ศ.1981 ยานพี่น้องทั้งสองลำเดินทางมาถึงดาวเสาร์ และตรงนี้เองคือจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อนาซาตัดสินใจส่งวอยเอเจอร์ 1 มุ่งหน้าไปส่องดูดวงจันทร์ "ไททัน" (Titan) ของดาวเสาร์อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นดวงจันทร์ที่มีชั้นบรรยากาศหนาแน่นน่าสนใจ การเบี่ยงทิศทางเข้าหาไททันทำให้แรงโน้มถ่วงของดาวเสาร์เหวี่ยงวอยเอเจอร์ 1 พุ่งตัดขึ้นเหนือระนาบระบบสุริยะทันที และหมดสิทธิ์ไปหาดาวดวงอื่นต่อ

เมื่อวอยเอเจอร์ 1 รับหน้าที่เก็บข้อมูลไททันไปแล้ว ทีมงานจึงเลือกใช้วอยเอเจอร์ 2 ให้ทำภารกิจที่ท้าทายกว่า นั่นคือการเก็บวิถีการบินแบบ "Grand Tour" เดิมเอาไว้ โดยใช้แรงโน้มถ่วงของดาวเสาร์เหวี่ยงยานให้พุ่งต่อไปยัง ดาวยูเรนัส และ ดาวเนปจูน

3. ดาวยูเรนัส (Uranus) สำรวจโดยวอยเอเจอร์ 2 ลำเดียว

ค้นพบว่าสนามแม่เหล็กของดาวยูเรนัสเอียงทำมุมถึง 60 องศาจากแกนหมุน และไม่ได้เริ่มต้นจากจุดศูนย์กลางของดาว

ถ่ายภาพดวงจันทร์มิรันดา (Miranda) ที่มีพื้นผิวขรุขระและแปลกประหลาดที่สุด ดวงจันทร์ถูกหุ้มด้วยหุบเหวลึกและรอยแผลเป็นทางธรณีวิทยาอันน่าทึ่ง

ค้นพบวงแหวนใหม่ของดาวยูเรนัสเพิ่มอีก 2 วง และค้นพบดวงจันทร์บริวารใหม่เพิ่มถึง 11 ดวง

4. ดาวเนปจูน (Neptune) สำรวจโดยวอยเอเจอร์ 2 ลำเดียว

ถ่ายภาพพายุหมุนขนาดยักษ์สีน้ำเงินเข้ม หรือ จุดมืดใหญ่ (Great Dark Spot) ที่มีขนาดใหญ่พอๆ กับโลก

พบว่าดาวเนปจูนมีลมพายุรุนแรง หรือ กระแสลมที่เร็วที่สุดในระบบสุริยะ ที่ทำความเร็วได้สูงถึง 2,100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ค้นพบว่าดวงจันทร์ "ไทรทัน" (Triton) มีพูเขาไฟน้ำแข็ง (Geysers) ที่พ่นแก๊สไนโตรเจนออกมาสูงถึง 8 กิโลเมตรเหนือพื้นผิว และเดินทางในทิศทางถอยหลัง (Retrograde orbit) ซึ่งชี้ว่ามันอาจเคยเป็นวัตถุในแถบไคเปอร์ที่ถูกแรงโน้มถ่วงดึงดูดไว้

ภารกิจมุ่งสู่อวกาศระหว่างดาว (Interstellar Mission)

หลังจากวอยเอเจอร์ 2 ประสบความสำเร็จในการโฉบผ่านดาวยูเรนัสในปี 1986 และดาวเนปจูนในปี 1989 (พร้อมค้นพบภูเขาไฟน้ำแข็งบนดวงจันทร์ไทรทัน) ดาวเนปจูนก็กลายเป็น "จุดแวะพักสุดท้าย" ของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ

ขณะนั้น ยานมี ความเร็วหลุดพ้น (Escape Velocity) จากแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์เรียบร้อยแล้ว นาซาจึงทำการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ เปลี่ยนชื่อภารกิจอย่างเป็นทางการเข้าสู่ Voyager Interstellar Mission (VIM) มุ่งเป้าหมายสุดท้ายคือการขับเคลื่อนยานพุ่งตรงออกนอกระบบสุริยะ เพื่อไปสำรวจขอบเขตอิทธิพลลมสุริยะ (Heliosphere) และเดินทางเข้าสู่อวกาศระหว่างดาว (Interstellar Space) อย่างถาวร เกือบครึ่งศตวรรษหลังจากเดินทางออกจากฐานปล่อย LC-41 ยานอวกาศอันน่าทึ่งลำนี้ยังคงมุ่งหน้าเดินทางต่อไปท่ามกลางหมู่ดาว

ปาฏิหาริย์แห่งวิศวกรรม ยื้อชีวิตยานเก่าด้วยพลังโค้ดดิ้ง

แม้ตัวยานจะถูกออกแบบมาให้มีอายุใช้งานจริงเพียงไม่กี่ปีสำหรับการสำรวจดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ แต่นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรของนาซา (NASA) ได้สร้างความมหัศจรรย์ด้วยการประคองยานวอยเอเจอร์ 2 ให้ทำงานต่อเนื่องมาได้เกือบครึ่งศตวรรษ

อัปเดตซอฟต์แวร์ข้ามอวกาศ: คอมพิวเตอร์ของวอยเอเจอร์ 2 มีหน่วยความจำกะทัดรัดอย่างยิ่ง (น้อยกว่าสมาร์ตโฟนยุคปัจจุบันหลายล้านเท่า) และใช้ภาษาโปรแกรมระดับต่ำ (Assembly Language) ทีมวิศวกรบนโลกต้องเขียนโค้ดแพตช์อัปเดตและยิงสัญญาณแก้ระบบคอมพิวเตอร์ของยานข้ามระยะทางหลายหมื่นล้านกิโลเมตร เพื่อปรับแต่งระบบบริหารจัดการพลังงาน ปิดระบบฮีตเตอร์และอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น รวมถึงการสลับไปใช้อุปกรณ์สำรองที่มีการไฟฟ้าน้อยกว่า เพื่อรักษาพลังงานจากแบตเตอรี่นิวเคลียร์ (RTG) ที่เสื่อมลงทุกปี ให้พอเลี้ยงเครื่องมือวิทยาศาสตร์ชิ้นสำคัญไว้ได้มากที่สุด

การปรับจูนระบบคำสั่งอัตโนมัติ: เมื่อปี ค.ศ. 2026 ทีมงานได้ทำภารกิจสุดสุ่มเสี่ยงแต่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เรียกว่าปฏิบัติการ “Big Bang” ซึ่งเป็นการส่งซอฟต์แวร์แพตช์อัปเดตไปรีเซ็ตการตั้งค่าความปลอดภัย (Safe Mode Configuration) เพื่อปิดเครื่องมือและฮีตเตอร์ตัวเก่า แล้วเปิดใช้อุปกรณ์ทดแทนที่กินไฟน้อยกว่าพร้อมกันในเสี้ยววินาที ช่วยเซฟพลังงานเพิ่มขึ้นจนสามารถยืดอายุการเก็บข้อมูลวิทยาศาสตร์อวกาศระหว่างดาวต่อไปได้อีกอย่างน้อย 1 ปี

ระบบการสื่อสารผ่าน Deep Space Network (DSN)

การติดต่อกับยานอวกาศที่อยู่ห่างออกไปกว่า 20,000 ล้านกิโลเมตร ไม่ใช่เรื่องง่าย สัญญาณวิทยุที่ส่งออกมาจากวอยเอเจอร์ 2 มีกำลังส่งที่เบาบางมากยิ่งกว่าแสงจากหลอดไฟตู้เย็น แต่โลกก็ยังคง “ได้ยิน” เสียงของมันผ่าน Deep Space Network (DSN)

เสาอากาศจานยักษ์ที่แคนเบอร์รา: เนื่องจากตำแหน่งของวอยเอเจอร์ 2 อยู่ในทิศทางมุ่งลงสู่ซีกโลกใต้ ปัจจุบันจึงมีเพียงสถานีอวกาศลึกแคนเบอร์รา (Canberra Deep Space Communication Complex) ในประเทศออสเตรเลีย (โดยเฉพาะจานรับสัญญาณยักษ์ขนาด 70 เมตร DSS-43) เพียงแห่งเดียวบนโลกเท่านั้น ที่ทรงพลังพอจะส่งคำสั่ง “ตะโกน” ข้ามอวกาศไปหายาน และรับสัญญาณอันแผ่วเบาตอบกลับมาได้

การสื่อสารที่ต้องรอคอยเกือบ 2 วัน: ด้วยระยะทางที่ไกลมหาศาล คำสั่งวิทยุที่เดินทางด้วยความเร็วแสง ต้องใช้เวลาเดินทางเที่ยวเดียวนานถึงเกือบ 19-20 ชั่วโมง ทำให้การส่งคำสั่งหนึ่งครั้งและรอฟังผลลัพธ์ตอบกลับจากยาน ต้องใช้เวลารวม (Round-trip delay) ยาวนานเกือบ 39 ชั่วโมง เลยทีเดียว

ความเพียรพยายามอันน่าทึ่งของนักวิทยาศาสตร์ และการทำงานอันทรหดของยานวอยเอเจอร์ 2 จึงไม่เพียงแต่เป็นชัยชนะทางเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นประติมากรรมแห่งความมุ่งมั่นของมนุษยชาติในการสำรวจจักรวาลที่ไม่มีวันสิ้นสุด.


You might be intertested in this news.

Mostview

ทรูส่งพลังพนักงาน 2 พันคนคิกออฟ True Customer Day 2026 ฟังเสียงลูกค้าทั่วไทย

คุณซิกเว่ นำพนักงาน ทรู คอร์ปอเรชั่นกว่า 2,000 ชีวิต กระจายลงพื้นที่ 9 เส้นทางทั่วไทยในกิจกรรม True Customer Day 2026 เพื่อลงพื้นที่รับฟัง เพื่อนำข้อมูลเชิงลึก ไปพัฒนาบริการในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งชุมชน ศูนย์การค้า และย่านธุรกิจ ที่ผู้คนออกมาใช้ชีวิต

มท.ออกคำสั่งระดมเจ็ตสกี เรือ และเฮลิคอปเตอร์ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมน่าน

กระทรวงมหาดไทย ออกคำสั่งด่วนที่สุด ระดมเจ็ตสกี–เรือ–เฮลิคอปเตอร์ รถผลิตน้ำดื่ม โรงครัว อุปกรณ์กำลังพล ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากน้ำท่วมที่ จ.น่าน พะเยา และ ลำพูน ตลอด 24 ชั่วโมง ล่าสุด ให้ เฮลิคอปเตอร์ KA32 ของ ปภ.ไปเตรียมพร้อมที่น่านแล้ว

VIC F4 เรื่องลับที่ต้องปกป้อง เพื่อครอบครัวและลูกสาว (ชมคลิป)

VIC F4 เรื่องลับที่ต้องปกป้อง เพื่อครอบครัวและลูกสาว (ชมคลิป)

เจเจ V1 สาวเสียงดี คว้าแชมป์นักล่าฝัน AF2026 แจ้งเกิดดาวดวงใหม่ในวงการ

"V1 เจเจ" สาวเสียงดี คว้าตำแหน่งชนะเลิศ True AF 2026 ตามด้วยรองชนะเลิศฯ อีก 3 คน คือ ยูริ V5 โอม V10 และ บีม V6 โดยคอนเสิร์ตสัปดาห์สุดท้ายเป็นโจทย์เพลง MORE THAN REALITY แสดงต่อหน้า 3 คอมเมนเตเตอร์ในตำนานของเอเอฟ ได้แก่ พี่ปั๋ง พี่ไก่ และ ครูเป็ด

“โดม” อาลัย “เรย์ แมคโดนัลด์” ไม่นึกจะจากกันเร็วแบบนี้

“โดม” อาลัย “เรย์ แมคโดนัลด์” กูรู้จักมึง ตั้งแต่กูอายุ 15 กินเที่ยวด้วยกันตั้งแต่เด็ก ไม่นึกจะจากกันเร็วแบบนี้...

TrustNEws Line