วันเสาร์, ตุลาคม 24, 2569

ไขดราม่า “กระเพราซีพีแรม 4 พันธุ์” คุ้มครองเฉพาะของใหม่ ไม่กระทบกระเพราพื้นบ้าน

by Trust News, 24 ตุลาคม 2569

สมาคมสื่อมวลชนเกษตรฯฯ เปิดเวทีไขดราม่า "กระเพราซีพีแรม" กรมวิชาการเกษตร ยืนยัน เอกชน ยื่นขอเข้าถึงพันธุกรรมและแบ่งปันผลประโยชน์ตามกฎหมาย และสิทธิ์คุ้มครองแค่ "แก้วจุรี 1-4" กะเพราป่า และพันธุ์พื้นบ้านดั้งเดิม เกษตรกรและประชาชนยังคงปลูก ซื้อขายได้

เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2569 สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ม.เกษตรศาสตร์ เปิดเวทีเสวนาถกประเด็นร้อน “ร่าง พ.ร.บ. พันธุ์พืชใหม่ และ UPOV 1991” โดยช่วงหนึ่งของงานได้เปิดเวทีเพื่ออธิบายเคลียร์ชัดกรณีดราม่ากะเพราจดทะเบียน 4 สายพันธุ์ โดยผู้ที่เกี่ยวข้องสันทัดกรณีโดยตรง

กรมวิชาการเกษตร แจงยิบ กะเพรา CPRAM ทำถูกต้องตามมาตรา 52 (ABS) ไม่กระทบสายพันธุ์พื้นบ้าน

นางสาวธิดากุญ แสนอุดม ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร อธิบายชี้แจงประเด็นดราม่าการจดทะเบียนกะเพราในโซเชียลมีเดียว่า บริษัท CPRAM ได้ดำเนินการยื่นขอเข้าถึงและทำข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ (ABS) ตามมาตรา 52 ของ พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 อย่างถูกต้องตั้งแต่ปี 2562 โดยเป็นการนำสายพันธุ์กะเพราพื้นเมืองทั่วไปจากจังหวัดกาญจนบุรีมาแล้วว่าจ้างให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการพัฒนาพันธุ์ และเมื่องานวิจัยเสร็จสิ้น ได้จ่ายเงินชดเชยตกลงแบ่งปันผลประโยชน์เข้ากองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช โดยเงินที่ได้นี่ก็ถูกส่งต่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชเรียบร้อยแล้ว

 

"สำหรับสายพันธุ์กะเพราที่ได้รับสิทธิคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (PVP) มีเพียง กะเพราพันธุ์ใหม่ 4 สายพันธุ์ คือ ตระกูลแก้วจุรี 1-4 ของ CPRAM และอีก 1 สายพันธุ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เท่านั้น ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ผ่านเทคนิคการชักนำเพิ่มโครโมโซม (Double Chromosome) จนได้กะเพราใบใหญ่ น้ำหนักดี ตอบโจทย์อุตสาหกรรมการผลิตอาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง ส่วนพันธุ์ของ ม.เกษตรฯ ท่านอาจจะได้เห็นอาจจะมีโอกาสได้ลองปลูก แต่ไม่สามารถเอาไปเพาะขายเมล็ดเชิงพาณิชย์ได้เช่นกัน" ผอ.กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร

ผอ.ธิดากุญ กล่าวต่อว่า ยืนยันอย่างชัดเจนว่า สิทธิการคุ้มครองนี้ไม่ได้ครอบคลุมถึงกะเพราพื้นบ้าน หรือกะเพราสายพันธุ์ดั้งเดิมที่มีอยู่ในธรรมชาติ ประชาชนและเกษตรกรทั่วไปยังคงปลูก ซื้อขาย หรือทำผัดกะเพราขายได้ตามปกติ 100% โดยไม่ผิดกฎหมาย และไม่ทำให้ราคาผัดกะเพราแพงขึ้น ส่วนกะเพราพันธุ์แก้วจุรี 1-4 ของ CPRAM ถูกนำไปใช้เฉพาะในกลุ่มเกษตรกรพันธสัญญา (Contract Farming) เพื่อส่งเข้าโรงงานอุตสาหกรรมอาหารเท่านั้น ไม่ได้วางขายเมล็ดพันธุ์ทั่วไปในท้องตลาด

สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย ชี้จดสิทธิ์กะเพราพันธุ์ใหม่เป็นเรื่องปกติ กลไกตลาดช่วยถ่วงดุล

ดร.บุญญานาถ นาถวงษ์ นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย (THASTA) แสดงความเห็นในประเด็นกะเพราว่า การจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ถือเป็นเรื่องปกติของการคุ้มครองนวัตกรรมและงานวิจัยที่ต้องใช้เวลาและงบประมาณพัฒนา การจดคุ้มครองกะเพราพันธุ์แก้วจุรี 1-4 ไม่ได้เป็นการริบสิทธิ์หรือผูกขาดกะเพราสายพันธุ์ดั้งเดิมที่ประชาชนใช้กันอยู่แล้ว

นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย กล่าวอีกว่า สิทธิการคุ้มครองพันธุ์ใหม่มีระยะเวลาจำกัด (ปัจจุบัน 12 ปี) เมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าว สายพันธุ์นั้นก็จะตกเป็นของสาธารณะ นอกจากนี้ เกษตรกรไทยยังมีเสรีภาพในการเลือกซื้อและเลือกใช้สายพันธุ์พืช กลไกตลาดและตัวเลือกในท้องตลาดจะทำหน้าที่ถ่วงดุล ไม่ให้เมล็ดพันธุ์ใหม่มีราคาแพงเกินจริง

นักวิจัย มก. ชี้กะเพราใบใหญ่คือตัวอย่างการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Chain) สู่อุตสาหกรรม

ศาสตราจารย์ ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้มุมมองทางวิชาการว่า การพัฒนาพันธุ์กะเพราใบใหญ่ร่วมกับ CPRAM เป็นตัวอย่างของการปรับปรุงพันธุ์เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมเฉพาะด้าน การคุ้มครองสิทธิพันธุ์พืชใหม่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการปกป้องนวัตกรรมไทย ไม่ให้สายพันธุ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างยากลำบากถูกต่างชาติหรือผู้แต่งเติมพันธุกรรมเล็กน้อยนำไปต่อยอดและทำตลาดแข่งจนประเทศเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ

สมาคมชาวนาฯ และนักวิชาการ สะท้อนความกังวลเรื่องการสื่อสารและการละเมิดโดยไม่ตั้งใจ

ด้าน นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และ รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระ ได้สะท้อนความกังวลว่า กรณีดราม่ากะเพราสะท้อนถึงความตื่นตระหนกของเกษตรกรและผู้บริโภค เนื่องจากภาครัฐยังขาดการสื่อสารข้อมูลเชิงตัวเลขและข้อเท็จจริงที่เข้าใจง่าย นอกจากนี้ เกษตรกรยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิโดยไม่ตั้งใจ เช่น กรณีเกสรพืชพันธุ์ใหม่ปลิวมาผสมในแปลงข้างเคียง ซึ่งทางกรมวิชาการเกษตรได้ยืนยันเพิ่มเติมบนเวทีว่า การคุ้มครองพันธุ์พืชเป็นการคุ้มครองที่ตัวสายพันธุ์ (Phenotype) ไม่ใช่การคุ้มครองสิทธิบัตรยีน ดังนั้น กรณีเกสรปลิวมาผสมตามธรรมชาติในแปลงข้างเคียง จะไม่สามารถฟ้องร้องเอาผิดเกษตรกรได้อย่างแน่นอน.

 


You might be intertested in this news.

Mostview

รีวิวหนัง “นาคี 3” กับปมดราม่า ฉากหวิว แต้ว ณฐพร

ยังไม่ทันฉายอย่างเป็นทางการ ก็ดราม่า เสียแล้ว เมื่อ หนังไทยฟอร์มยักษ์ นาคี 3 ครุฑา นาคี THE CURSED WAR เมื่อนางเอกของเรื่องอย่าง...

สถานเอกอัคราชทูตสหรัฐฯ จัดงาน American Fair ปิดท้าย กทม. 23-25 ต.ค.นี้

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย จัดงาน American Fair ปิดท้ายที่กรุงเทพฯ เพื่อฉลองครบรอบ 250 ปีสหรัฐอเมริกา 23–25 ตุลาคม 2569 ที่ ณ พาร์ค พารากอน และ SCBX Next Tech พบกิจกรรมสนุกๆ และสินค้ามากมาย

ปลดหน้ากาก เหยียนอัน กับเรื่องราวที่คุณอยากรู้? (ชมคลิป)

ปลดหน้ากาก เหยียนอัน กับเรื่องราวที่คุณอยากรู้? (ชมคลิป)

เปิดงาน CP Innovation Exposition 2026 จัดใหญ่โชว์ 90 นวัตกรรมเพื่ออนาคต

เครือซีพีจัดงาน CP Innovation Exposition 2026 โชว์กว่า 90 นวัตกรรมในรูปแบบ Future Fest มอบรางวัล 29 Chairman Awards เชิดชูผลงานนวัตกรเครือฯ โดยมี 70 สปีกเกอร์ทั้งไทยและต่างชาติร่วมบรรยาย รวมทั้งการลงนาม MOU กับกระทรวง อว.เชื่อมคนเก่ง งานวิจัยกับอุตสาหกรรม

ตามรวบไอ้ฟรุ๊คหนุ่ม 18 พาพวกชำเราเด็ก 14 หนีกบดานแต่ไม่รอด

ตร. ตามรวบหนุ่ม 18 หนีกบดานบ้านโป่ง หลังร่วมกับพวกบุกชำเรา-พยายามทำซ้ำเด็กหญิง 14 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนอดีตแฟน ถึงห้องพัก ...

TrustNEws Line