กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เปิดฉากปฏิบัติการ "Epic Fury" เมื่อ 28 ก.พ.69 ตามคำสั่งตรงประธานาธิบดีทรัมป์ มุ่งจัดการเด็ดขาดเพื่อทลายกลไกความมั่นคงของระบบอบเผด็จการอิหร่าน ด้วยการรวมแสนยานุภาพที่ใหญ่สุดใน 1 ชั่วอายุคน โดยใช้การโจมตีแบบ Multi-Domain
รมว.ศุภจี เผย รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานติดตาม และประเมินสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดแบบวันต่อวัน ชี้กระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก ทั้งด้านพลังงานและโลจิสติกส์ โดยให้ประเมินเชิงลึกรายสินค้าที่จะกระทบการส่งออกและความปลอดภัยของคนไทย
24 ชั่วโมงที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ตะวันออกกลาง! เมื่อ สหรัฐฯ-อิสราเอล ร่วมปฏิบัติการ Epic Fury ถล่มอิหร่าน ยืนยันการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด 'คาเมเนอี' คาที่พัก ช็อกห่าฝนขีปนาวุธอิหร่านยิงโต้ถล่มเมืองหรูดูไบและโดฮา กระทบการบิน เส้นขนส่งทางเรือของโลก
กระทรวงการต่างประเทศ ออกประกาศคำแนะนำสำหรับคนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ฉบับที่ 2 แนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากผลกระทบทั้งในอิสราเอลและอิหร่าน โดยไปหลบยังที่หลบภัย หรือ เดินทางออกจากประเทศนั้นด้วยสายการบินพาณิชย์
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ รายงานหลังกองทัพสหรัฐฯ และจอร์แดน เข้าถล่มเป้าหมายทางหารกว่า 70 จุดที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานและคลังเก็บอาวุธของกลุ่ม ISIS ในตอนกลางของประเทศซีเรีย โดยมีการใช้ระเบิดนำวิถีแม่นยำสูงกว่าร้อยลูก เพื่อตอบโต้กรณี ทหารสหรัฐฯ ถูกสังหาร
ปธน.ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยอารมณ์โมโหแบบของขึ้น หลังจากที่อิสราเอลและอิหร่านต่างกล่าวหากัน และละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่เจ้าตัวนอตหลุด เผลอพูดคำหยาบ ระบุ "พวกเขาแทบไม่รู้ เXย อะไรแล้วว่า แ_่งกำลังทำอะไรอยู่ เข้าใจไหม"
สถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย หลังนายกรัฐมนตรีของอิสราเอล ยอมรับข้อเสนอของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้หยุดยิงต่ออิหร่าน โดยก่อนหน้านี้ รมต.ต่างประเทศอิหร่าน แสดงท่าทีหากอิสราเอลหยุดยิงตามเวลาที่กำหนด ทางการอิหร่านก็จะไม่มีการตอบโต้กลับ
ปธน.ทรัมป์ ประกาศความสำเร็จหลังส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด บี-2 สเตลธ์ บินเจาะน่านฟ้าเข้าโจมตีโรงงานและศูนย์วิจัยด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง ท่ามสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง จากการสู้กันของอิสราเอลและอิหร่าน
สื่อด้านการทหารหลายฝ่ายจับตาหลังเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศของสหรัฐฯ อาทิ KC-135 และ KC-46 หลายสิบลำบินพร้อมกันไปลงที่ยุโรป โดยมีความเป็นไปได้ในการเตรียมวางกำลัง หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางตึงเครียดจากการสู้กันระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน
กระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ล่าสุดไทย-กัมพูชา รวมถึงความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา (JBC) บรรยากาศไปในทางบวก คาดจะหารือเสร็จพรุ่งนี้ (15 มิ.ย.) ขณะที่ไทยหวังแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคี และกลไกทางการทูตลดความตึงเครียด