ฟุตบอลโลก 2026 อังกฤษ เปิดเกมรุกถล่ม ฝรั่งเศส สุดมันสู้กันยันนาทีท้าย 6-4 ‘บูคาโย ซาก้า’ ทำแฮตทริกแรกสำเร็จ ก่อน ‘จู๊ด เบลลิงแฮม’ โชว์วิ่งปาดหน้ากองหลังยิงปิดกล่องตอกฝาโลงคว้าที่ 3 ปลอบใจ ด้านฝรั่งเศสสู้แล้วแต่ไล่ไม่ทัน ส่วนประธานเป้ยิงอีก 2 นำดาวซัลโว
‘กระทิงดุ’ ต้อนตราไก่ขาดลอย 2-0 ฉลุยรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026—‘ดิดิเยร์ เดส์ชองส์’ ประกาศไขก๊อกอำลาทัพตราไก่ ขณะที่ ‘เอ็มบัปเป้’ เปิดใจผิดหวังฟอร์มตัวเอง ยอมรับเล่นแย่เกินกว่าจะเป็นแชมป์โลก
ฝรั่งเศส รองแชมป์เก่าโชว์ฟอร์มเอาชนะ โมร็อกโก ไปได้แบบเด็ดขาด 2-0 ณ สนามบอสตัน สเตเดียม โดยกัปตันทีม คิลีอัน เอ็มบัปเป แก้ตัวจากการพลาดจุดโทษในครึ่งแรก มาระเบิดฟอร์มทำ 1 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์ในครึ่งหลัง เข้ารอบไปรอพบผู้ชนะระหว่างสเปน และ เบลเยียมต่อไป
วิกฤติโดมความร้อนถล่มยุโรป ทุบสถิติความร้อนประวัติศาสตร์ ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเฉียดหมื่น ฝรั่งเศสอ่วมสุดอุณหภูมิพุ่งแตะ 43.8 องศาสเซลเซียส ขณะที่ สภาวะ คืนเขตร้อน ซ้ำเดิมชาวบ้าน ไม่ได้พักผ่อนเพราะร้อนจนนอนไม่ได้
ฝรั่งเศส เฉือนเอาชนะปารากวัย 1-0 แบบสุดเดือดจากลูกจุดโทษ 1 เดียวของ "เอ็มปัปเป้" ท่ามกลางดรามาเดือดของนักเตะปารากวัยที่เล่นแรง โโยเข้าไปเจอกับ ทีมโมร็อกโก ที่ขยี้เจ้าภาพรวม "แคนาดา" มาแบบยับเยิน 3-0 โดยทั้ง 2 ทีมจะเจอกันที่บอสตันวันที่ 10 ก.ค.2569 นี้
ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้ายค่ำคืนที่ผ่านมา เม็กซิโก เอาชนะ เอกวาดอร์ 2-0 ด้าน ฝรั่งเศส ไล่ต้อน สวีเดน 3-0 คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เหมาคนเดียว 2 ลูก ส่วน นอร์เวย์ เฉือน โกตดิวัวร์ 2-1 จากประตูชัยของ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป
วิกฤตการณ์โลกร้อนพ่นพิษขั้นรุนแรง คลื่นความร้อนคลุมทวีปยุโรป ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งทะยานทะลุ 1,300 ราย โดยฝรั่งเศสอ่วมสุดทะลุ 44 องศาฯ ขณะที่ ฝั่งสหราชอาณาจักร (UK) อยู่ขั้นวิกฤติจนต้องประกาศคำเตือนความร้อนขั้นรุนแรงสีแดงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
เคปเวิร์ด สร้างปาฏิหาริย์ช็อกโลกคว้าตั๋วรอบ 32 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขณะที่ สเปน-อังกฤษ-โปรตุเกส โชว์ฟอร์มสมราคาเต็งแชมป์ ตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาท์พร้อมหน้า ส่วนเกาหลีใต้ตกรอบอย่างเป็นทางการหลังอียิปต์เสมออิหร่าน 1-1
ทัพ "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา อัด ออสเตรีย 2-0 โดย "เมสซี่" ทำคนเดียว 2 ประตู ทำลายสถิติดาวซัลโวบอลโลกตลอดกาล ขณะที่ "ตราไก่" ฝรั่งเศส ฟอร์มยังดุถล่ม อิรัก 3-0 ด้าน นอร์เวย์ เฉือนชนะ เซเนกัล สุดมันส์ 3-2 และ แอลจีเรีย พลิกนรกแซง จอร์แดน 2-1
จับตาศึกฟุตบอลโลก 2026 แมตช์เดย์ที่ 12 ค่ำคืนชี้ชะตากลุ่ม I และ J ยักษ์ใหญ่พร้อมหน้า ด้าน เมสซี่-ฮาแลนด์-เอ็มบัปเป้ หลังจากนัดแรกโชว์ฟอร์มร้อนแรงกันจนฮือฮาไปทั้งโลก มานัดที่ 2 ถึงครามต้องเครียดกว่าเดิม หากอยากเข้ารอบต้องชนะเพื่อคว้า 3 แต้มให้ได้