วิกฤติโดมความร้อนถล่มยุโรป ทุบประวัติศาสตร์ ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเฉียดหมื่น
by Trust News, 6 กรกฎาคม 2569
ภาพประกอบทำขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์
วิกฤติโดมความร้อนถล่มยุโรป ทุบสถิติความร้อนประวัติศาสตร์ ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเฉียดหมื่น ฝรั่งเศสอ่วมสุดอุณหภูมิพุ่งแตะ 43.8 องศาสเซลเซียส ขณะที่ สภาวะ คืนเขตร้อน ซ้ำเดิมชาวบ้าน ไม่ได้พักผ่อนเพราะร้อนจนนอนไม่ได้
ทวีปยุโรปเผชิญวิกฤตการณ์ทางสภาพอากาศครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังปรากฏการณ์ "โดมความร้อน" (Heat Dome) แผ่ปกคลุมและกักเก็บมวลอากาศร้อนจัดจนอุณหภูมิทะยานทุบสถิติโลกเดือดในหลายประเทศ โดยฝรั่งเศสอ่วมสุดอุณหภูมิพุ่งแตะ 43.8 องศาสเซลเซียส ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตส่วนเกินพุ่งสูงทั่วยุโรปเฉียดหมื่นราย ขณะที่สหราชอาณาจักร (UK) ประกาศคำเตือนรหัสสีแดงขั้นสูงสุดเป็นครั้งแรกหลังอุณหภูมิทำลายสถิติ 3 วันรวด
ซ้ำเติมด้วยภาวะ "คืนเขตร้อน" (Tropical Nights) ที่หนุนให้อุณหภูมิตอนกลางคืนสูงลิ่วจนร่างกายมนุษย์ไม่สามารถฟื้นฟูได้ ส่งผลให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่งเป็นอัมพาต วัตถุดิบและราคาน้ำดื่มบรรจุขวดขยับตัวสูงขึ้นจากวิกฤตขาดแคลนน้ำจืดตามฤดูกาลและภาวะเงินเฟ้อ ท่ามกลางมาตรการกู้ภัยฉุกเฉินของทางการที่เร่งเปิดศูนย์หลบแดดเกือบหมื่นแห่งเพื่อรักษาชีวิตประชาชน
ปารีส/เบอร์ลิน เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2569 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติทางสภาพอากาศครั้งรุนแรงที่สุดในทวีปยุโรป หลังการประกาศผลวิเคราะห์และสถิติตัวเลขผู้เสียชีวิตส่วนเกิน (Excess Deaths) จากหน่วยงานสาธารณสุขแห่งชาติหลายประเทศ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าคลื่นความร้อนสุดขั้วในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาได้เปลี่ยนจากเรื่องของอุณหภูมิที่สูงขึ้น กลายเป็นวิกฤตการณ์ทางสาธารณสุขระดับป้อนผู้ป่วยเข้าขั้นวิกฤติ
สถิติความร้อน "ทุบประวัติศาสตร์" รายวันสำนักงานอุตุนิยมวิทยาในแต่ละประเทศยืนยันว่า มวลความกดอากาศสูงที่ก่อตัวเป็น “โดมความร้อน” ได้แทรกซึมและกักเก็บมวลอากาศร้อนจัดเอาไว้ทั่วยุโรปตะวันตกและยุโรปกลาง ส่งผลให้อุณหภูมิพุ่งทะลุสถิติสูงสุดของเดือนมิถุนายนอย่างราบคาบ
ประเทสฝรั่งเศส จากบันทึกอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดครั้งใหม่ของประเทศ โดยเฉพาะที่เมืองพูลูโอ (Pulluau) ทางฝั่งตะวันตก อุณหภูมิดิ่งขึ้นไปแตะ 43.8 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ทางการต้องประกาศเตือนภัยรหัสสีแดงขั้นสูงสุด (Top-level Red Alert) ครอบคลุมพื้นที่ถึง 58 จังหวัด
ด้านที่ เยอรมนีทำลายสถิติร้อนที่สุดติดต่อกัน 3 วันรวด โดยมีสถานีตรวจวัดสภาพอากาศถึง 252 แห่งทุบสถิติเดิม และแตะระดับสูงสุดที่ 41.7 องศาเซลเซียส ในเมืองคอสเชิน (Coschen)
ขณะที่ สหราชอาณาจักร (UK): อุณหภูมิพุ่งทำลายสถิติสูงสุดของเดือนมิถุนายนติดต่อกัน 3 วันเช่นกัน โดยวัดได้สูงถึง 37.7 องศาเซลเซียส ในมณฑลนอร์ฟอล์ก
ยอดผู้เสียชีวิตส่วนเกินพุ่งน่าใจหาย
หน่วยงานสาธารณสุขฝรั่งเศส (Santé publique France) เปิดเผยรายงานฉบับอัปเดตอย่างเป็นทางการระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ร้อนที่สุด (22–28 มิถุนายน) ยอดรวมผู้เสียชีวิตในประเทศพุ่งสูงขึ้นถึง 29.1% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า คิดเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตส่วนเกิน 2,025 ราย ภายในเวลาเพียง 7 วัน โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือกรุงปารีสและปริมณฑล (Île-de-France) ซึ่งมียอดเสียชีวิตพุ่งสูงขึ้นถึง 62%
ขณะที่ประเทศใกล้เคียงอย่าง เบลเยียม รายงานพบผู้เสียชีวิตส่วนเกินจากคลื่นความร้อนประมาณ 1,222 ราย (โดย 39% อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ 85 ปีขึ้นไป) และ เนเธอร์แลนด์ มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกราว 480 ราย ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นกลุ่มผู้สูงอายุวัย 80 ปีขึ้นไป
ภัยเงียบ "Tropical Nights" และโครงสร้างที่ไม่ได้รองรับ
ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า มีประชากรยุโรปมากกว่า 150 ล้านคนที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดนี้ พร้อมเตือนว่าความร้อนรอบนี้คือ "นักฆ่าเงียบ" (Silent Killer) เนื่องจากบ้านเรือน อาคาร และระบบขนส่งสาธารณะส่วนใหญ่ในยุโรปถูกสร้างขึ้นเพื่อกักเก็บความร้อนสำหรับฤดูหนาว และไม่มีระบบปรับอากาศรองรับ
นอกจากนี้ ปรากฏการณ์ "คืนเขตร้อน" (Tropical Nights) ที่อุณหภูมิตอนกลางคืนยังคงค้างอยู่ที่ระดับสูงกว่า 20 องศาเซลเซียส ถึง 29 องศาเซลเซียส ในบางพื้นที่ ทำให้ร่างกายของประชาชนไม่สามารถระบายความร้อนสะสมออกไปได้ ส่งผลให้ระบบห้องฉุกเฉินและหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เผชิญภาวะตึงตัวขั้นสุดจากการเข้ารับการรักษาโรคฮีทสโตรกและภาวะขาดน้ำรุนแรง
ด้านสถาบันวิทยาศาสตร์สภาพภูมิอากาศระดับโลก (WWA) ออกมาสรุปชัดเจนว่า สภาพคลื่นความร้อนระดับพินาศทั่วยุโรปในครั้งนี้ "แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดขึ้น" หากไม่มีปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
มาตรการณ์ช่วยเหลือและสู้กับความร้อน
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ระบบเตือนภัยฉุกเฉินและการตอบสนองอย่างรวดเร็วของรัฐบาลทั่วยุโรปสามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตลงได้ถึง 75% เมื่อเทียบกับอดีต โดยมีมาตรการหลักดังนี้
เปิดศูนย์หลบแดดและระบายความร้อน (Cooling Centres)เมืองใหญ่ทั่วยุโรปสั่งเปิดพื้นที่สาธารณะติดเครื่องปรับอากาศ เช่น ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ และศูนย์ชุมชน ให้ประชาชนและกลุ่มเปราะบางเข้ามาพักผ่อนฟรีตลอดทั้งวัน
สั่งปิดโรงเรียนและยกเลิกกิจกรรมกลางแจ้ง
ในพื้นที่ประกาศเตือนภัยสีแดง (Red Alerts) เช่น ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร มีการสั่งปิดโรงเรียนชั่วคราวหรือปรับเวลาเลิกเรียนให้เร็วขึ้น พร้อมยกเลิกงานคอนเสิร์ตและกิจกรรมกีฬาเดินวิ่งกลางแจ้งทั้งหมดเพื่อลดความเสี่ยง
มาตรการแปลกใหม่เพื่อคลายร้อน
เยอรมนี สำนักงานตำรวจแห่งชาติกรุงเบอร์ลินได้ตัดสินใจดัดแปลง "รถฉีดน้ำแรงดันสูง" (Water Cannons) ซึ่งปกติใช้สำหรับควบคุมฝูงชน นำมาวิ่งตระเวนฉีดพ่นละอองน้ำระบายความร้อนให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวตามจุดแลนด์มาร์กสำคัญ เช่น ประตูแบรนเดนบวร์ก
ระบบรางขนส่งเสนอคืนเงิน 100%
การรถไฟแห่งชาติในบางประเทศ เช่น โปแลนด์ ประกาศยกเลิกเที่ยวรถและเสนอคืนเงินค่าตั๋วเต็มจำนวนให้แก่ผู้โดยสาร หลังระบบรางและสายส่งไฟฟ้าเกิดการโก่งตัวจากความร้อน (Thermal Expansion) จนไม่ปลอดภัย.
You might be intertested in this news.
Mostview
มท.ออกคำสั่งระดมเจ็ตสกี เรือ และเฮลิคอปเตอร์ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมน่าน
กระทรวงมหาดไทย ออกคำสั่งด่วนที่สุด ระดมเจ็ตสกี–เรือ–เฮลิคอปเตอร์ รถผลิตน้ำดื่ม โรงครัว อุปกรณ์กำลังพล ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากน้ำท่วมที่ จ.น่าน พะเยา และ ลำพูน ตลอด 24 ชั่วโมง ล่าสุด ให้ เฮลิคอปเตอร์ KA32 ของ ปภ.ไปเตรียมพร้อมที่น่านแล้ว
อ.เชน และ ผู้ว่าฯ น่าน ติดตามโครงการสร้างทำแนวป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาลน่าน
รองนายกฯ ยศชนัน นำคณะ และผู้ว่าฯ น่าน มาที่โรงพยาบาลน่านติดตาม โครงการเขื่อนป้องกันน้ำท่วม เพื่อลดผลกระทบเมื่อเกิดอุทกภัย ปกป้องพื้นที่โรงพยาบาล ให้ปฏิบัติงานได้ต่อเนื่อง สามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและให้บริการประชาชนได้เต็มประสิทธิภาพ
เทศบาลเมืองน่านน้ำลด มท.3 เกาะติดที่ท่าวังผา-ปัวเพราะยังมีฝนตกหนักเติม
"เจเศรษฐ์" อยู่ที่ จ.น่านติดตามน้ำท่วม คาดเขตเทศบาลเมืองน่านน้ำลด หลังแม่น้ำน่านที่จุด N1 อยู่ที่ 8.5 เมตร เร่งซ่อมคันกั้นน้ำที่เสียหาย แต่ยังคงเฝ้าระวังปริมาณน้ำจากฝนตกหนักที่ อ. ท่าวังผาและ อ.ปัว ย้ำ "สายด่วน 054716174" และ 1784 พร้อม ช่วยเหลือ 24 ชม.
49 ปี "วอยเอเจอร์ 2" จากภารกิจสำรวจดาวเคราะห์ สู่การไขความลับห้วงลึกของอวกาศ
ตลอดเกือบครึ่งศตวรรษนับตั้งแต่ปล่อยตัวในปี 1977 ยานวอยเอเจอร์ 2 ไม่ใช่เพียงการสำรวจดาวเคราะห์แถบนอกของระบบสุริยะ แต่มันได้ทะลวงผ่านเขตเฮลิโอพอส เข้าสู่พื้นที่ว่างระหว่างดวงดาว โดยที่ยานยังคงทำงานได้ และส่งข้อมูลกลับโลก จากวิศวกรรมอันเหลือเชื่อ
“โดม” อาลัย “เรย์ แมคโดนัลด์” ไม่นึกจะจากกันเร็วแบบนี้
“โดม” อาลัย “เรย์ แมคโดนัลด์” กูรู้จักมึง ตั้งแต่กูอายุ 15 กินเที่ยวด้วยกันตั้งแต่เด็ก ไม่นึกจะจากกันเร็วแบบนี้...
ข่าวที่เกี่ยวข้อง