วันเสาร์, มิถุนายน 20, 2569

เพราะอะไร ฮุนเซน จึงเป็นลูกรักเวียดนาม แต่แข็งกร้าวกับไทย

by Trust News, 18 มิถุนายน 2568

ย้อนดูประวัติ “ฮุนเซน” จากลูกชาวนา สู่ผู้นำกัมพูชา ที่ก้าวร้าวปากกล้ากับไทย แต่กลับ “หงอ” กับเวียดนาม มักใช้สงครามสื่อบริหารงานความขัดแย้ง...

ใครหลายๆ คน คงรู้ประวัติ นายฮุนเซน หรือ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ผู้ครองอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ในกัมพูชา โดยวางรากฐาน ส่งต่ออำนาจไปถึงลูก ๆ อาทิ ฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรี คนล่าสุดของกัมพูชา

นาย ฮุน มานี รองนายกรัฐมนตรี ที่วันนี้ (18 มิถุนายน 2568) ก็ปลุกม็อบรักชาติ สร้างความสามัคคี แม้ปากจะบอกว่าไม่ได้ข่มขู่ใครก็ตาม

เชื่อว่า ทั้งหมดทั้งมวล นั้นก็อาจจะมาจากการเดินเกมของนายฮุน เซน

สิ่งที่อยากชวนคุยวันนี้ ไม่ใช่ว่า นายฮุนเซน ทำอะไรมาบ้าง แต่อยากจะให้ไปดูว่า สิ่งที่เขาทำนั้น เขาทำอย่างไรต่างหาก เพื่อแกะรอยความคิดผู้นำคนนี้ ว่ามีนิสัย ตัวตน อย่างไร...

จากลูกชาวนา ถูกเอารัดเอาเปรียบ สู่การเป็นผู้นำเขมร

สำหรับภูมิหลังของนายฮุน เซน เขาเกิดและเติบโต ขึ้นมาในช่วงของสงครามและความขัดแย้งภายในประเทศ

เขาเรียนหนังสือไม่จบ จบแค่มัธยมปลาย จากบ้านเปียมเกาะซนา อ.สตึงตร็อง จ.กำปงจาม 

ตอนเรียนหนังสือ เขาเป็นคนหัวดี สอบได้ที่ 1-3 มาโดยตลอด แต่ในช่วงอายุ 17 เขาตัดสินใจเข้าร่วมขบวนการต่อต้านรัฐบาลลอนนอล โดยรัฐบาลนี้ นำโดย จอมพล ลอน ยอล ที่ก่อรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลเจ้านโรดม สีหนุ ในปี 1970 และมีการก่อตั้งสาธารณรัฐเขมร ....

หลังจากนั้น มีการกวาดต้อนอย่างรุนแรง นายฮุน เซน จึบได้ตัดสินใจหนีจากบ้านเกิดของตัวเอง เข้าร่วมกลุ่มต่อต้าน และเขาก็ได้รับมอบหมายให้เป็น “ผู้ส่งสาร” เขาซ่อนจดหมายไว้ในขนมปัง หลบหลีกเจ้าหน้าที่ได้สำเร็จ และนำสารลับ ไปส่งเป้าหมายโดยไม่ถูกจับกุม

หลังจากกองทัพเวียดนามผสมกัมพูชา สามารถโค่นล้มระบบเขมรแดง ของ นายพล พต ได้ ฮุนเซน ก็ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ ในวัยเพียง 27 ปี

ถือว่าเป็นรัฐมนตรีอายุน้อยที่สุด คนหนึ่ง และเขาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้...

แม้เส้นทางการเมืองของเขา ที่เริ่มต้นภายใต้เงาของ “นายเฮง สัมริด” อดีตประธานาธิบดี “หุ่นเชิด” ของเวียดนาม แต่สุดท้ายเขาก็ก้าวสู่อำนาจของตัวเองได้สำเร็จ

นายฮุนเซน ถือว่าเป็นนักรบคนหนึ่ง เขาสูญเสียตาข้างซ้าย ระหว่างการสู้รบ ขณะที่ เกมการเมือง เขาใช้ไหวพริบ ฝีปากปลุกคนกัมพูชา โดยอาศัยประสบการณ์ชีวิต ที่เคยเป็นคนจน ถูกเอารัดเอาเปรียบ

ละครการเมือง คือ สิ่งที่เขาถนัดที่สุด และยากที่ใครจะรับมือได้ หากเขาเป็นรองคู่แข่ง เขาจะโอนอ่อนผ่อนตาม แต่ถ้าเมื่อไหร่ ที่เขามีอำนาจเหนือคู่แข่ง เขาจะบดขยี้ฝ่ายตรงข้าม เช่น การที่เราได้ยินข่าวฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของเขา ต้องประสบชะตากรรมต่างๆ

สมเด็จพระสีหนุ ต้องสละราชสมบัติ..
พรรคฟุนซินเปคเละเทะจนไม่เหลือสภาพต่อสู้
สมเด็จกรมพระรณฤทธิ์ หัวหน้าพรรคต้องลี้ภัย
เช่นเดียวกับ นายสม รังสี ต้องหลบหนีเอาชีวตรอด จนกระทั่งได้รับการอภัยโทษ แต่สุดท้ายก็ไม่มีบทบาทใดๆ

มีอยู่ครั้งหนึ่ง นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เข้าเยี่ยม นายฮุน เซน เมื่อแรกรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ การดำเนินการต่างๆ ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย

แต่เมื่อกลับมาถึงประเทศไทย นายฮุน เซน ประกาศกร้าวไล่หลังขู่จะใช้กำลังทหารทันที

ละครการเมืองฉากใหญ่ จากหน้ามือเป็นหลังมือ

โดยอาศัยความเข้าใจเรื่องความลำบาก ชนชั้นแรงงาน ความไม่เป็นธรรมในสังคม มาปลุกระดมคนในชาติตัวเอง

เมื่อครั้งที่เผชิญหน้ากับไทย ก็จะปลุกเร้ามวลชนกัมพูชา ให้ยืนเคียงข้างเขา และมักใช้ประเทศไทย เป็นเป้าหมายในการสร้างความรู้สึกชาตินิยม โดยไม่จำเป็นต้องไปร่ำเรียนโรงเรียนทหาร หรือ ยุทธศาสตร์ใดๆ

เพราะการเป็นนักรบ ในช่วงความขัดแย้งต่างๆ จากประสบการณ์ชีวิต เป็นตัวหล่อหลอม เขาให้เป็นนักยุทธศาสตร์ หากเป็นรองก็จะดูไร้พิษสง แต่เมื่อไหร่ก็ตาม ได้โอกาสก็จะรุกไล่ไร้การปรานีปราศรัย

อาวุธทางการเมืองของนายฮุนเซน มี สมอง ปาก ปืน และ ปากกา หรือ ก็คือ สื่อ

เข้าใช้ความเข้าอกเข้าใจของการเป็นชนชั้นที่ถูกเหยียดหยามมาทั้งชีวิต จากการเป็นเด็กวัด ลูกชาวนา คนยากคนจน ก้าวสู่อำนาจ และเมื่อถึงจุดสูงสุดแล้ว แน่นอนเขาย่อมมีความระหวาดระแวงในการสูญเสียอำนาจ

เขาจึงต้องตั้งกองกำลังของตัวเอง คือ กรมทหารองครักษ์ฮุนเซน ไว้ป้องกันตัว ป้องกันเงินทองที่เขาสะสมไว้ ซึ่งบางส่วนก็เก็บไว้ที่สิงคโปร์ เพื่อเป็นหลักประกันของตัวเองในอนาคต และก็สะสมนาฬิกาโรเล็กซ์เป็นงานอดิเรก

ขณะเดียวกันทีเขาปากกล้ากับไทย แต่กลับสุดหงอ กับเวียดนาม...

ฮุนเซน จะแสดงอาการนอบน้อมกับเวียดนาม ถึงขั้น “หงอ” ซึ่งเรื่องนี้ เป็นที่รู้กันของชาวกัมพูชา

หลักฐานเชิงประจักษ์ของเรื่องนี้ ก็คล้ายๆ กับที่มีปัญหาในบ้านเราอยู่ ก็คือ เรื่องการปักปันเขตแดน

กรณี พิพาทกัมพูชากับเวียดนาม ไม่เกิดขึ้น เพราะเขมรสูญเสียดินแดนบางส่วนให้กับเวียดนามไปแล้ว โดยไร้เงื่อนไขด้วย

ซึ่งเรื่องนี้ สร้างความไม่พอใจให้กับชาวกัมพูชา แต่ท่าทีของนายฮุนเซน กลับไม่ตอบโต้ ซึ่งแตกต่างจากท่าทีกับไทย ที่มักก้าวร้าว ท้ารบ ข่มขู่ กร่าง

ว่ากันว่า สายสัมพันธ์ของ ฮุนเซน กับทางเวียดนามนั้น ค่อนข้างพิเศษ เพราะ “คุณหญิงบุญ รานี” ภรรยาของฮุนเซน นั้น มีเชื้อสายเวียดนาม ระหว่างที่เขาเป็นรองผู้บังคับการกรมเขาได้ทำหน้าทีประสานงานกับเวียดนาม

เมื่อถูกกวาดล้างจากกองกำลังของ พลพต ด้วยความหวาดระแวงของฮุนเซน จึงตัดสินใจลี้ภัยไปอยู่ที่ในจังหวัด “ซงเบ” ทางใต้ของเวียดนาม พร้อมๆ กับ นายเฮง สัมริด และเจียซิม

เวียดนามเห็น “ความเป็นผู้นำ” ของนายทหารหนุ่มที่ชื่อ “ฮุนเซน” ที่มีความสามารถเหนือกวานายเฮง สัมริด” จึงสนับสนุนขึ้นเป็นเบอร์ 1 และเพราะแบบนี้หรือไม นายฮุน เซน จึงไม่ทำให้เวียดนามผิดหวัง เสมอต้น เสมอปลายมาตลอด นี่เป็นคำถามสำคัญที่คนกัมพูชาเองก็อยากได้คำตอบ..

ความจริง ที่ผ่านมา ไทย นั้น ดีกับทางฮุนเซน มาตลอด จะเรียกว่าคอยหนุนก็ว่าได้ เพราะฝ่าย กรมพระรณฤทธิ์ และ นายสม รังสี นั้น มีการประกาศนโยบายที่เป็นปฏิปักษ์กับไทย แตกต่างจากนายฮุนเซน

ที่ผ่านมา ไทยจึงสนับสนุนนายฮุนเซน อย่างเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ โดยตลอด ช่วงเจ็บป่วยยังมารักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชนในเมืองไทย และทางเราก็ดูแลเขาอย่างเต็มที่

ในช่วงสร้างบารมี นายฮุนเซนก็ดูอ่อนโยนกับไทย กลับกัน เมื่ออำนาจทางการเมืองมั่นคง ท่าทีก็เปลี่ยนไป และก็มักจะเป็นแบบนี้ๆ ครั้ง

กรณี “เขาพระวิหาร” ตอนนั้น นายฮุนเซน ทำสำเร็จ เขาปลุกคนในชาติ เพื่อให้ลืมๆ เรื่องที่เขาเสียดินแดนให้เวียดนามสำเร็จ

มาครั้งล่าสุด กลับมีคลิปสนทนา คุยระหว่าง “ฮุนเซน” กับ นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งทางฝั่งเขมรก็ยืนยันว่าคุยจริง คลิปจริง

ประเด็นสำคัญของเรื่อง คือ นายกฯ เรา ดันไปหลงเหลี่ยมเขาอีก บอกแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นฝ่ายตรงข้าม พูดแบบนี้ แปลว่า นายกฯ อิ๊งค์ อยู่ฝั่งเดียวกับ ฮุนเซน ใช่หรือไม่

เห็นหรือยัง ความเขี้ยวกรากของฮุนเซน ในเรื่องการใช้ปาก หรือ โพสต์สื่อโซเชียลฯ แค่นี้ก็เขย่าขวัญรัฐบาลไทย ได้แล้ว

ส่วนเป้าหมายที่แท้จริง จะเป็นอย่างไร จะเป็นอย่างที่นายกฯ อิ๊งค์บอกหรือไม่ว่า นายฮุนเซน บอกเองว่าทะเลาะกับไทย เพราะคะแนนนิยมในประเทศลดลง ต้องการคะแนนเสียงโดยไม่สนความสัมพันธ์ประเทศ

ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น ก็แปลว่า ฮุน เซน ก็ทำสำเร็จไปแล้วหรือไม่ โดยเฉพาะ “สงครามสื่อ” ที่ว่าตระกูลชินวัตร โดยหลานอิ๊งค์ แพ้ให้กับ ตระกูลฮุน อย่างนายฮุน เซน อย่างราบคาบ แถมยังโดนอัดเสียง


You might be intertested in this news.

Mostview

ย้อนประวัติศาสตร์จากละคร "สอดสร้อยมาลา" ช่วงปี พ.ศ.2500 เกิดอะไรขึ้นบ้าง

ไม่มีปีไหนในประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ที่จะเต็มไปด้วยความย้อนแย้งเท่าปี พ.ศ. 2500 เมื่อมหาพิธีฉลอง 25 พุทธศตวรรษอันยิ่งใหญ่ ถูกจัดขึ้นท่ามกลางสมรภูมิการเมืองที่ดุเดือดที่สุด นี่เป็นเรื่องราวสำคัญ ที่ถูกสะท้อนภาพลงในละคร "สอดสร้อยมาลา" ทางช่อง One

รีวิวหนัง Hungry มันเด้งขึ้นมาแดก พล็อตเดิมๆ เพิ่มเติมมันคือ ฮิปโปฯ

ก่อนเดินเข้าสู่โรงหนัง เพื่อดู “Hungry” หรือในชื่อไทย “มันเด้งขึ้นมาแดก” นั้น ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพียงแต่ต้องการความตื่นเต้นและแปลกใหม่ ว่า “ฮิปโปฯ” จะกลายเป็นสัตว์นักล่า ได้อย่างไร ...

"ขอโทษ...ผมโดนรุม" สรุปคดี ตชด.ปืนดุยิงดับวิน 2 ศพ ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ?

ถือเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ สำหรับ คดี ยิงดับวิน จยย. 2 ศพ และบาดเจ็บ 1 ที่ตลาดห้วยขวาง ที่ตอนแรกนั้น เราอาจจะไม่ทราบว่าจุดเริ่มต้น มันอยู่ตรงไหน เห็นแต่เพียงภาพ ประชาชนแตกตื่น และวิ่งหลบกระสุนอย่างอลม่านแต่เมื่อ มีการเปิดเผยภาพ วงจรปิดในเวลาต่อมา ...

เจาะเล่ห์ ‘ทนายจิตตรี’ จากซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ วิถีเลือดเย็นที่กลั่นจากสังคมไทย

ถือเป็นซีรีส์น้ำดีอีกเรื่อง ที่สะท้อนสังคมไทยอย่างถึงแก่น สำหรับเรื่อง “ทนายปีศาจ” ซีรีส์ 10 ตอนของ Netflix ที่กล้า “หยิบจับ” ประเด็นที่สังคมไทยมานำเสนอ....

ทรู-ดีแทค จับมือร้านดัง เสิร์ฟเมนูพิเศษ จัดเต็มส่วนลดให้ลูกค้าเติมเงินเมียนมา

แค่กินอาหารถิ่นก็เหมือนกลับบ้าน ทรู-ดีแทค จับมือร้านดังที่การันตี อาหารเมียนมา 5 ดาว จัดเต็มส่วนลดและ เมนูพิเศษ ให้ลูกค้าเติมเงินชาวเมียนมา ได้อิ่มอร่อยกับอาหารบ้านเกิดทั่วไทยตลอดปี 2569 กับแคมเปญ “ร้านอาหารเมียนมาอร่อย 5 ดาว อร่อยและคุ้มค่าทรูดีแทคแนะนำ”

TrustNEws Line