วันอังคาร, สิงหาคม 4, 2569

ครั้งแรกที่อุปกรณ์ "CE-7 MATCH" ฝีมือคนไทย จะไปสำรวจดวงจันทร์ 24 ส.ค.69

by Trust News, 4 สิงหาคม 2569

NARIT และ อว.เผย อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ "CE-7 MATCH" ซึ่งออกแบบและพัฒนาโดยคนไทย เตรียมถูกส่งขึ้นไปกับยานฉางเอ๋อ 7 ในวันที่ 24 ส.ค.69 นี้ ในภารกิจสำรวจบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ ชี้ นี่คือ ก้าวสำคัญของไทย ที่พัฒนาวิศวกรรม เทคโนโลยีด้านอวกาศจนเป็นที่ยอมรับ

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) หรือ NARIT กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดแถลงข่าว "ครั้งแรกของไทยสู่ภารกิจสำรวจดวงจันทร์" ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวง อว. ประกาศความพร้อมอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทย CE-7 MATCH ร่วมปฏิบัติภารกิจสำรวจดวงจันทร์ในฐานะ 1 ใน 7 อุปกรณ์วิทยาศาสตร์นานาชาติของภารกิจฉางเอ๋อ 7

ในโอกาสนี้ ทาง กระทรวง อว.ได้มีการบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) และ Sea (ประเทศไทย) ถ่ายทอดสดการปล่อยจรวดลองมาร์ช-5 Y14 จาก ศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชาง (Wenchang Space Launch Site) บนเกาะไห่หนาน เพื่อนำส่งยานฉางเอ๋อ 7 ขึ้นสู่ห้วงอวกาศ ในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 พร้อมจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยีอวกาศสู่ประชาชนทั่วประเทศ

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรือ อาจารย์เชน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า การประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการเตรียมส่ง CE-7 MATCH ซึ่งเป็น Payload ฝีมือการออกแบบและพัฒนาโดยคนไทยไปปฏิบัติภารกิจ ณ ดวงจันทร์ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ แต่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ของการยกระดับทุนมนุษย์ครั้งสำคัญ ตอกย้ำทิศทางของรัฐบาลที่มุ่งขับเคลื่อนประเทศด้วยเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างแท้จริง การเดินทางสู่วงโคจรที่ระยะสูง 200 กิโลเมตรเหนือผิวดวงจันทร์คือหนึ่งในโจทย์ที่ยากที่สุด และนั่นคือหัวใจของ Space Economy ที่จะกลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ภายใต้แนวคิดการใช้เทคโนโลยีอวกาศเป็นตัวเร่งพัฒนานวัตกรรมและวิศวกรรมขั้นสูง เพื่อเปลี่ยนบทบาทของประเทศไทยจาก ‘ผู้ใช้นวัตกรรม’ ไปสู่การเป็น ‘ผู้สร้างนวัตกรรม’ หรือ Frontier Innovation Thailand

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า หากเรามองประเทศชั้นนำที่มีเศรษฐกิจเติบโตแข็งแกร่ง เราจะพบว่าพวกเขามีงานวิจัยอวกาศชั้นเยี่ยมเสมอ เพราะการวิจัยขั้นลึกในระดับมาตรฐาน Space Grade ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นสุดที่ผิดพลาดไม่ได้เลยนั้น ทุก ๆ ชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่พัฒนาขึ้นมา จะสร้างการถ่ายทอดเทคโนโลยี ต่อสปีชีส์ไปสู่นวัตกรรมใหม่ ๆ และสร้างทรัพย์สินทางปัญญาต่อยอดให้กับประเทศได้อีกนับร้อยรูปแบบ อุปกรณ์ CE-7 MATCH ของเราที่จะติดไปกับยานโคจรเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์สภาวะอวกาศ ตรวจวัดพายุสุริยะต่อเนื่องตลอด 3 ปีข้างหน้า จึงไม่เพียงสร้างงานวิจัยขั้นแนวหน้าเพื่อเตือนภัยดาวเทียมรอบโลก แต่ยังเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานและสร้างวิศวกรไทยที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลกไปพร้อมกัน

“หัวใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภารกิจ Thailand Moonshot ครั้งนี้ อาจไม่ใช่เพียงแค่ตัวอุปกรณ์ที่ลอยอยู่กลางอวกาศ แต่คือ ‘การสร้างคน’ นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่กระทรวง อว. และกระทรวง ศธ. ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรองนายกฯ ร่วมกัน จึงเกิดความร่วมมือครั้งสำคัญในการถ่ายทอดสดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ไปสู่เยาวชนกว่า 3 ล้านคนทั่วประเทศในวันเดียว พร้อมทั้งผสานพลังกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Sea Group ในการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีผู้ใช้งานกว่า 20 ล้านคน เป็นช่องทางสร้างการเข้าถึงการศึกษา STEM อย่างเท่าเทียม ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 4) ยุคนี้ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะวางรากฐานทางปัญญาให้เข้มแข็ง เราอยากให้เด็กไทยได้เห็นเหตุการณ์สด ได้สัมผัสกระบวนการทำงานจริงผ่านสารคดี เพื่อจุดประกายให้เด็กคนหนึ่งที่มองขึ้นไปบนฟ้าได้ตระหนักถึงคุณค่าของความพยายาม และบอกกับตัวเองด้วยความภาคภูมิใจว่า คนไทยก็สามารถสร้างเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก และเดินทางไปถึงดวงจันทร์ได้จริง" อาจารย์เชน กล่าว

ด้าน นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ศธ. กล่าวว่า ศธ. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้ด้าน STEM มาโดยตลอด แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าการสร้างทุนมนุษย์ คือ 'การสร้างแรงบันดาลใจ' ภารกิจส่งอุปกรณ์ของไทยไปดวงจันทร์ครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เด็กไทยได้เห็นว่า ฝีมือคนไทยสามารถสร้างสิ่งยิ่งใหญ่ระดับโลกได้ ซึ่ง ศธ. พร้อมจับมือกับ อว. ในการต่อยอดผ่านกิจกรรมและบทเรียน เพื่อจุดประกายให้เยาวชนไทยกล้าฝันและเติบโตไปเป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกในอนาคต

ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการ NARIT กล่าวว่า อุปกรณ์ CE-7 MATCH ที่ออกแบบและพัฒนาโดยนักวิจัยและวิศวกรไทย พร้อมเดินทางสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์ไปกับยานฉางเอ๋อ 7 เพื่อตรวจวัดรังสีคอสมิกและศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ รองรับการสร้างสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (ILRS) ในอนาคต นี่คือครั้งแรกที่เทคโนโลยีฝีมือคนไทยผ่านการตรวจสอบมาตรฐานระดับสากล และได้เข้าร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ระดับโลก เพราะ 'โจทย์ที่ยากที่สุด คือโจทย์ที่สร้างคนที่เก่งที่สุด' สิ่งที่มีค่าที่สุดของภารกิจนี้จึงไม่ใช่เพียงตัวอุปกรณ์ แต่คือศักยภาพของคนไทยที่เติบโตขึ้น

ขณะที่ นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส กล่าวว่า การถ่ายทอดสดภารกิจประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ส่งตรงจากศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชาง ประเทศจีน ในวันที่ 24 สิงหาคมนี้ เราเตรียมพร้อมทั้งการถ่ายทอดสัญญาณในพื้นที่ และการวิเคราะห์ภารกิจแบบเรียลไทม์โดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเปิดพื้นที่เรียนรู้บนเว็บไซต์ Thai PBS Sci & Tech ที่รวบรวมข่าว บทความเจาะลึก และคลิปวิดีโอ เพื่อส่งต่อองค์ความรู้สู่ประชาชน ภารกิจ CE-7 MATCH ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยบนเวทีการสำรวจอวกาศระดับนานาชาติ การถ่ายทอดสดครั้งนี้ ไม่เพียงนำองค์ความรู้มาสู่สังคม แต่จะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ช่วยจุดประกายความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และอวกาศให้กับเยาวชนไทยต่อไป

ส่วน ดร.ศรุต วานิชพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส Sea (ประเทศไทย)  กล่าวว่า Sea (ประเทศไทย) พร้อมขยายโอกาสการเรียนรู้ด้าน STEM สู่ประชาชนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลในเครือ ได้แก่ การเผยแพร่ข้อมูลภารกิจ CE-7 MATCH และถ่ายทอดวินาทีปล่อยยานฉางเอ๋อ 7 ผ่านแพลตฟอร์ม Shopee รวมถึง การเนรมิตแผนที่ธีม “Into the Universe” ในโหมด Craftland ของ Garena Free Fire เกมออนไลน์ยอดนิยม ให้ผู้ที่สนใจเข้ามาสำรวจ พร้อมร่วมกิจกรรมนับถอยหลังปล่อยยานแบบเรียลไทม์ ทำให้การเรียนรู้ด้านดาราศาสตร์และอวกาศเป็นเรื่องใกล้ตัว สนุก เข้าถึงง่าย จุดประกายให้คนรุ่นใหม่ก้าวสู่การเป็นนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้พัฒนาเทคโนโลยีที่จะร่วมสร้างอนาคตของประเทศ

ภารกิจฉางเอ๋อ 7 เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของโครงการสำรวจดวงจันทร์ระยะที่ 4 ของประเทศจีน
มีเป้าหมายสำรวจบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คาดว่าอาจมีน้ำแข็งและทรัพยากรสำคัญสำหรับการสำรวจอวกาศในอนาคต โดยภารกิจได้รับการออกแบบให้ดำเนินการสำรวจแบบครบวงจร การโคจร (Orbiter) การลงจอด (Lander) การใช้รถสำรวจ (Rover) และหุ่นยนต์กระโดด (Hopper) เพื่อสำรวจพื้นที่ถาวรที่ไม่เคยได้รับแสงอาทิตย์ (Permanent Shadow Region) เพื่อวางรากฐานสำหรับการสร้างสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (International Lunar Research Station: ILRS) ในอนาคต

CE-7 MATCH (อ่านว่า ฉางเอ๋อ 7 แมทช์) (Moon Aiming Thai-Chinese Hodoscope) เป็นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ NARIT และมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมพัฒนาภายใต้ความร่วมมือไทย–จีน ในโครงการสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (International Lunar Research Station: ILRS) เริ่มต้นจากการพัฒนาโจทย์วิทยาศาสตร์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายของภารกิจฉางเอ๋อ 7 ก่อนผ่านการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 7 อุปกรณ์วิทยาศาสตร์นานาชาติที่จะส่งไปติดตั้งกับยานฉางเอ๋อ 7 ส่วนโคจร เพื่อโคจรรอบดวงจันทร์ มีภารกิจเพื่อตรวจวัดรังสีคอสมิก หรืออนุภาคพลังงานสูงในอวกาศ รวมถึงศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ เพื่อทำความเข้าใจปริมาณรังสีต้นกำเนิด และกระบวนการเกิดรังสีที่อาจส่งผลกระทบต่อมนุษย์ในอนาคต โดยเฉพาะการวางรากฐาน องค์ความรู้สำหรับการสำรวจอวกาศระยะยาวและการตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ขั้วใต้ของดวงจันทร์ที่ได้รับความสนใจจากนานาชาติ เนื่องจากมีบริเวณที่ได้รับแสงอาทิตย์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เหมาะสำหรับการผลิตพลังงาน ขณะเดียวกันยังมีหลุมอุกกาบาตที่อยู่ในเงามืดถาวร ซึ่งอาจเป็นแหล่งสะสมของน้ำแข็งและสารระเหยที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตและการสำรวจอวกาศระยะยาว

 

สำหรับ จรวดลองมาร์ช-5 Y14 คือ พาหนะที่ใช้จัดส่งยานฉางเอ๋อ 7 เพื่อเดินทางสู่ดวงจันทร์ โดยถือเป็นจรวดบรรทุกหนัก (Heavy-lift launch vehicle) ตัวท็อปของจีนที่ใช้เชื้อเพลิงเหลว (ไฮโดรเจนเหลวและออกซิเจนเหลว) ที่องค์การอวกาศจีนมีใช้งาน และเหมาะกับการส่งยานฉางเอ๋อ 7 เพื่อเดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์ 

ทั้งนี้ NARIT ขอเชิญชวนประชาชน เยาวชน และสถานศึกษาทั่วประเทศ ร่วมติดตามการถ่ายทอดสดภารกิจปล่อยยานฉางเอ๋อ 7 พร้อมอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ CE-7 MATCH จากศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชาง มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ อาทิ ช่องทางบ้านฟ้า Facebook: NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ/ ศธ.360 องศา/ Thai PBS/ Thai PBS Sci & Tech และบ้านแดง ช่อง YouTube: NARIT_Thailand/ OBEC Channel


You might be intertested in this news.

Mostview

เรตค่าตัวพรีเซนเตอร์ ซุปตาร์จีน 2026 ใครแรงสุดในตลาดโฆษณา?

วงการบันเทิงจีนไม่ได้ร้อนแรงแค่ในสนามซีรีส์และภาพยนตร์เท่านั้น แต่ตลาดงานพรีเซนเตอร์และแบรนด์แอมบาสเดอร์ก็คึกคักไม่แพ้กัน แต่ละแบรนด์ยอมทุ่มงบหลักสิบล้านหยวนเพื่อดึงตัวซูเปอร์สตาร์...

ไขรหัสเดนมนุษย์ ทำไม ‘ไอ้ป๋อง 5 ศพ’ ถึงกล้าฆ่าคนอย่างไร้ความปราณี

คดีสะเทือนขวัญชวนผวา กับคดีฆ่าชิงทรัพย์พี่น้องชาวรัสเซีย และฆ่า 3 คนไทย เพื่อปล้นทรัพย์อย่างไร้ความปรานี รวมกว่า 5 ศพ สร้างคำถามใหญ่ที่สั่นสะเทือนสังคมไทยว่า อะไรคือมูลเหตุจูงใจให้ ...

สรุปคดี "ไอ้ป๋อง" ฆาตกรเหี้ยมฆ่า 5 ศพ กับเสียงเรียกร้องต้องประหาร

เรียกว่าสะเทือนสังคม สำหรับเรื่องราวของ "ไอ้ป๋อง" และ "ไอ้ธง" จากเหตุฆ่าชิงทรัพย์ 2 นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย สู่การขยายผล และเจอเหยื่ออีก 3 ศพ เป็น 5 ศพ..

เปิดประวัติ “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์ผู้สร้างแรงบันดาลใจ กับการเดินทางครั้งสุดท้าย

อาลัย “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์ผู้สร้างแรงบันดาลใจ กับการเดินทางครั้งสุดท้าย ที่ประเทศจอร์เจีย ...

อาลัย “จอเจ ภูมิหิรัญ” นักแสดงหนัง “รินรดา” เสียชีวิตด้วยวัย 20 ปี

ทีมงานภาพยนตร์ “รินรดา” อาลัย “จอเจ ภูมิหิรัญ” หนึ่งในนักแสดง เสียชีวิตด้วยวัยเพียง 20 ปี เมื่อวันที่ 2 ส.ค....

TrustNEws Line