6 ประเด็นสำคัญต้องรู้ ก่อนคิดลงทุนวันนี้ (18ก.ค.2025)
by Trust News, 18 กรกฎาคม 2568
6 ประเด็นสำคัญต้องรู้ ก่อนคิดลงทุนวันนี้ (18ก.ค.2025)
1. S&P 500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดใหม่ จากข้อมูลเศรษฐกิจและผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
ดัชนี S&P 500 + 0.54% และ Nasdaq +0.74% ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดย Nasdaq ทำสถิติสูงสุด 6 ครั้งในช่วง 7 วันที่ผ่านมา
ขณะที่ S&P 500 ทำสถิติสูงสุด 6 ครั้งนับตั้งแต่ 27 มิถุนายน ตลาดได้รับแรงหนุนจากข้อมูลยอดค้าปลีกที่ฟื้นตัวในเดือนมิถุนายน และผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากบริษัทผู้บริโภค เช่น PepsiCo และ United Airlines รวมถึงหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นหลัง TSMC รายงานกำไรรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์
นักลงทุนยังคงจับตาผลกระทบจากนโยบายภาษีของทรัมป์ต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และท่าทีของ Fed เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
2. ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินคาด หนุน Fed ชะลอการลดดอกเบี้ย
ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 0.6% เกินคาดการณ์ที่ 0.1% ขณะที่ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลง 7,000 ราย เหลือ 221,000 ราย ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน สะท้อนตลาดแรงงานที่ยังแข็งแกร่ง ข้อมูลนี้สนับสนุนให้ Fed ชะลอการลดอัตราดอกเบี้ยจากระดับ 4.25%-4.50% ในการประชุมเดือนนี้
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของยอดค้าปลีกส่วนหนึ่ง มาจากราคาสินค้าที่สูงขึ้นจากภาษีนำเข้า โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น 1.2% นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคในไตรมาส 2 จะเติบโตต่ำกว่า 1.5% ขณะที่ GDP อาจฟื้นตัวที่ 2.4%
3. สภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ ผ่านกฎหมาย Stablecoin ส่งต่อให้ทรัมป์ลงนาม
สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมาย Genius Act เพื่อสร้างกรอบการกำกับดูแล Stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐ ส่งต่อให้ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนาม พร้อมผ่านร่างกฎหมายคริปโตอีก 2 ฉบับ ได้แก่ Clarity Act ที่กำหนดกรอบการกำกับดูแลคริปโต และร่างกฎหมายห้ามสหรัฐฯ ออก CBDC กฎหมาย Stablecoin จะกำหนดให้ Token ต้องมีสินทรัพย์สภาพคล่องหนุนหลัง เช่น ดอลลาร์สหรัฐและ Treasury Bills ระยะสั้น
พร้อมเปิดเผยองค์ประกอบของเงินสำรองเป็นรายเดือน การผ่านกฎหมายนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผลักดันให้มีกฎหมายระดับรัฐบาลกลางมาหลายปี
4. Netflix รายงานผลประกอบการโตเกินคาด กำไรและรายได้เพิ่มขึ้น 16%
Netflix ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2025 เหนือความคาดหมายของนักวิเคราะห์ โดยรายได้เติบโต 16% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าอยู่ที่ 11.08 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 3.13 พันล้านดอลลาร์ (หรือ 7.19 ดอลลาร์ต่อหุ้น) จาก 2.15 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า การเติบโตนี้ขับเคลื่อนโดยจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้น ราคาสมัครสมาชิกที่สูงขึ้น และรายได้จากโฆษณาที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัทได้ปรับประมาณการรายได้ทั้งปี 2025 ขึ้นเป็น 44.8–45.2 พันล้านดอลลาร์ (เดิม 43.5–44.5 พันล้านดอลลาร์) มาร์จินจากการดำเนินงานก็ได้รับการปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน นักลงทุนมีมุมมองบวกต่อแนวโน้มระยะถัดไปโดยเฉพาะการลงทุนในคอนเทนต์ Live, กีฬา, การขยายรายได้โฆษณา แม้หลังประกาศหุ้นจะขยับลงเล็กน้อยจากจุดสูงสุดในรอบปี
5. นายเผ่าภูมิ ยืนยันไม่ลดภาษี 0% ให้สหรัฐฯ แบบเบ็ดเสร็จ ห่วงความเสียหายต่อผู้ผลิตในประเทศ
ในการเจรจาระหว่างทีมไทยแลนด์นำโดยนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กับตัวแทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประเทศไทยยืนยันว่าการพิจารณาลดภาษีนำเข้าให้เหลือ 0% จะดำเนินการอย่างรอบคอบ โดยจะไม่เปิดตลาด 100% เหมือนประเทศอื่นในอาเซียน เช่น เวียดนาม หรืออินโดนีเซีย เพื่อปกป้องผู้ผลิตและเกษตรกรในประเทศ
พร้อมอธิบายว่า หากไทยจะเจรจาเพื่อลดภาษีให้กับสหรัฐฯ ต้องคำนึงผลกระทบทั้งฝั่งผู้ส่งออกและผู้ผลิตในประเทศ รวมถึงประชาชน โดยเฉพาะกับสินค้ายุทธศาสตร์ ทีมไทยแลนด์จึงเน้นรักษาสมดุลทุกฝ่ายและเตรียมมาตรการเยียวยากรณีภาษีสูงถึง 36% หรือ 20% ผลักดันให้ได้ดีลที่ดีที่สุด โดยที่ภาคเอกชนเองยังมีข้อสงวนใจหากต้องเปิดตลาดเต็มที่
6. ทักษิณ ชินวัตร หนุนปรับขึ้นค่า PSC ของสนามบิน
ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน “ปลดล็อกอนาคตประเทศไทย…สู้วิกฤติโลก” เมื่อ 17 กรกฎาคม 2568 โดยเสนอแนวทางให้ AOT หรือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) พิจารณาปรับเพิ่มค่า PSC (Passenger Service Charge) หรือค่าบริการผู้โดยสารสนามบินที่ปัจจุบันอยู่ที่ 735 บาทต่อคน ซึ่งต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค เช่น สิงคโปร์ที่เก็บอยู่ที่ 1,500 บาทต่อคน
ทักษิณให้เหตุผลว่าการปรับขึ้นค่า PSC จะสร้างเม็ดเงินให้ AOT สามารถนำไปลงทุนและขยายสนามบินทั้งในและต่างจังหวัด เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ หรือเข้าเทคโอเวอร์สนามบินกระบี่ กลายเป็นฮับการบินระดับภูมิภาค เสริมธุรกิจศูนย์ซ่อมเครื่องบินและคาร์โก้
พร้อมทั้งชี้ว่าอุปสรรคทางกฎหมายและรายละเอียดปลีกย่อยยังขวางการพัฒนา ทักษิณเชื่อว่าหากเดินหน้า PSC ที่เหมาะสมสามารถปั๊มกำไร AOT เพิ่มได้ปีละกว่าหมื่นล้านบาท ทำให้ประเทศมีขีดความสามารถแข่งขันสูงขึ้นในภูมิภาค
ประเด็นที่ต้องติดตาม :
Atlanta Fed GDPNow (Q2) ของสหรัฐฯ คาดการณ์ที่ 2.4% ก่อนหน้าที่ 2.4%
อ้างอิง : บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) , กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์
You might be intertested in this news.
Mostview
รีวิว “เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่” ใครไม่ดูถือว่าพลาด
ใครที่ไม่เคยดู “เจาะเวลาหาจิ๋นซี” ในฉบับซีรีส์มาก่อน ก็สามารถซื้อตั๋วดูได้ เพราะจะมีการ “เท้าความเดิม” มาให้ เพื่อเข้าใจง่าย...
รีวิว “เมืองนักสู้” หนังใหม่เซียวจ้าน ที่สนุก ตื่นเต้น จัดเต็ม
เมืองนักสู้ หนังยาว 2 ชม.เต็ม กับความสนุกตื่นเต้น ชนิดไม่อาจกะพริบตา เพราะกลัวจะพลาดฉากสำคัญ ไหนจะต้องอ่าน ซับไทย ด้วย
สวนสัตว์อิชิคาวะ ขอกำลังใจให้ "พันช์คุง" ปรับตัวเพื่อเข้ากับฝูงลิงภูเขา
สวนสัตว์และพฤกษศาสตร์เมืองอิชิกาวะ ชี้แจงลิงน้อย "พันช์คุง" กำลังอยู่ระหว่างปรับตัวเพื่อเข้ากับฝูงลิงภูเขา บางครั้งการสื่อสารอาจมีปัญหถูกดุและกดดันตามธรรมชาติลิง ขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้พันช์ผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ แทนที่จะรู้สึกสงสารหรือเวทนาชะตากรรมของมัน
40 ปี NECTEC มองทางรอดไทย ต้องเปลี่ยนจาก ‘ผู้ใช้เป็นผู้ร่วมสร้าง’ เทคโนโลยี
เนคเทค สวทช.จัดงาน "40 Years NECTEC: Legacy & Beyond" ผลงาน 40 ปีกับการวางรากฐานเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทย พร้อมมองอนาคต ทางรอดจากนี้ ต้องเปลี่ยนจาก ผู้ใช้งาน เป็น ผู้ร่วมสร้าง ท่ามกลางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ผันผวน
บอร์ด กบข. อนุมัติ "ทรงพล" ลาออก เดินหน้าสรรหาเลขาฯ ใหม่สานต่อ ‘เกษียณมีสุข’
ประธานบอร์ด กบข. เผย คณะกรรมการฯ อนุมัติการลาออกของ “ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” จากตำแหน่งเลขาธิการ กบข. เพื่อไปรับหน้าที่ใหม่เป็น ผอ.ธนาคารออมสิน โดยเดินหน้าเปิดรับสมัครเพื่อสรรหาเลขาฯ กบข.คนใหม่ เพื่อสานต่อ "เกษียณมีสุข" ให้ทันไตรมาส 2 ปี 69
ข่าวที่เกี่ยวข้อง