26 ปีของการแบ่งปันความอบอุ่น ผ่านคูโบต้าพลังใจสู้ภัยหนาว เพื่อพี่น้องที่ห่างไกล
by Trust News, 17 พฤศจิกายน 2568
เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวอากาศเริ่มเย็นลง เราจะเห็นภาพของผู้คนมากมาย มาต่อแถรอรับเสื้อกันหนาวสีส้มจากสยามคูโบต้า ที่เป็นการแบ่งปันไออุ่น แลกความสุขและรอยยิ้มของพี่น้องในพื้นที่ห่างไกล ตลอด 25 ปี ที่โครงการ “คูโบต้าพลังใจสู้ภัยหนาว” นี้ได้ดำเนินมามิเคยขาด
ทุกปีในช่วงที่อากาศเริ่มเย็นลง ภาพของผู้คนมากมาย ตั้งแต่เด็กนักเรียนตัวน้อยไปจนถึงผู้สูงอายุ ที่เดินทางมารับเสื้อกันหนาวสีส้มจากสยามคูโบต้า กลายเป็นภาพคุ้นตาที่อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ภาพเหล่านั้นไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำ ตลอด 25 ปีของโครงการ “คูโบต้าพลังใจสู้ภัยหนาว”
หากย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของการเดินทาง ภาพแรกเกิดจาก “ความห่วงใย” อันเรียบง่ายของสยามคูโบต้าที่มีต่อผู้คนในพื้นที่ห่างไกล ทุกครั้งที่ลมหนาวพัดแรง คำถามหนึ่งจะผุดขึ้นมาเสมอ “อะไรคือสิ่งที่ผู้คนต้องการมากที่สุดในวันที่อากาศหนาวจัด” คำตอบนั้นไม่ซับซ้อนเลยคือ “เสื้อกันหนาวอุ่น ๆ สักตัว” ที่จะช่วยให้ผ่านคืนหนาวไปได้อย่างสบายใจ จากความคิดเล็ก ๆ นี้ สยามคูโบต้าจึงเริ่มออกเดินทาง จัดกิจกรรมเล็กเพื่อส่งมอบเสื้อกันหนาวให้กับพี่น้องในพื้นที่ทุรกันดาร และจากวันนั้น “การเดินทางของเสื้อสีส้ม” ก็ได้เริ่มต้นขึ้น
เบื้องหลังเสื้อทุกตัวคือแรงใจจากผู้คนมากมายที่ร่วมทำให้ภารกิจนี้เกิดขึ้นจริง ตั้งแต่ทีมงานสยามคูโบต้าที่ทุ่มเทเตรียมงานทุกขั้นตอน กองทัพบกและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่ช่วยคัดเลือกพื้นที่ซึ่งขาดแคลนมากที่สุด ไปจนถึงหน่วยงานท้องถิ่นในแต่ละจังหวัด ที่ร่วมอำนวยความสะดวกให้การเดินทางเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที
ทุกขั้นตอนล้วนเต็มไปด้วยความใส่ใจ ตั้งแต่การวางแผนเส้นทาง การคัดสรรจำนวนและขนาดของเสื้อให้เหมาะกับเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ เพื่อให้ทุกคนได้รับ “ความอบอุ่น” อย่างที่ตั้งใจไว้ นอกจากนี้ ร้านค้าผู้แทนจำหน่ายสยามคูโบต้าทั่วประเทศยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ ด้วยการมอบของใช้จำเป็นเพิ่มเติมให้กับชุมชนในพื้นที่ที่เราเดินทางไปถึง ทุกแรงใจและความร่วมมือเหล่านี้หลอมรวมกันเป็นภาพใหญ่ของความผูกพัน ที่ทำให้คำว่า “ไม่ทิ้งกัน” ของคูโบต้า มีชีวิตอยู่จริงในทุกฤดูหนาว
เรื่องราวของโครงการนี้ยังคงสืบต่อผ่านเสียงของผู้คนในพื้นที่ นายจันทร์เพชร มรดกดอย ผู้ใหญ่บ้านแม่หละคี จังหวัดตาก เล่าย้อนถึงความทรงจำเมื่อปี 2565 ว่า “ผมยังจำได้ดี วันที่สยามคูโบต้ามาแจกเสื้อกันหนาวให้ชาวบ้าน ทุกคนดีใจกันมาก เพราะเสื้อตัวนั้นไม่ใช่แค่ช่วยกันหนาว แต่ทำให้รู้สึกว่า...เรามีคนห่วงใย ผมเคยไปหมู่บ้านอื่นแล้วเห็นคนใส่เสื้อแบบเดียวกัน เราทักกันทั้งที่ไม่รู้จักกัน เหมือนเราเป็นคนกลุ่มเดียวกันที่มีความอบอุ่นจากน้ำใจเดียวกัน”
เช่นเดียวกับ “น้องต้นข้าว” เด็กหญิงธนัชพร วรรณเวช จากโรงเรียนอนุบาลบ้านด่านโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ที่เคยได้รับเสื้อกันหนาวจากโครงการเดียวกันเล่าว่า “หนูได้รับเสื้อกันหนาวตัวนี้เมื่อสองปีก่อน ทุกวันนี้หนูอยู่ชั้นมัธยมแล้วก็ยังใส่ได้อยู่ อุ่นเหมือนเดิมเลยค่ะ ขอบคุณพี่ ๆ สยามคูโบต้าที่มาแจกเสื้อสวย ๆ ให้หนูและเพื่อน ๆ ได้หายหนาวค่ะ”เรื่องเล่าของเธอทำให้เราเข้าใจว่า สำหรับผู้คนในพื้นที่ห่างไกล “เสื้อคูโบต้า” ไม่ได้เป็นเพียงของแจกชิ้นหนึ่ง แต่คือเพื่อนคู่ใจในทุกเช้าก่อนไปโรงเรียน ทุกครั้งที่ออกทำงาน หรือแม้แต่ในวันหนาวเหน็บที่ต้องอยู่บ้าน เสื้อหนึ่งตัวที่อบอุ่นทั้งกายและใจ”
ปัจจุบัน โครงการ “คูโบต้าพลังใจสู้ภัยหนาว” เดินทางเข้าสู่ปีที่ 26 จากกิจกรรมเล็ก ๆ ในวันนั้น ได้เติบโตเป็นโครงการใหญ่ที่แผ่ไออุ่นออกไปดุจต้นไม้ใหญ่ แตกกิ่งก้านสาขาครอบคลุมหลายพื้นที่ทั่วภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย จนถึงวันนี้ โครงการได้ส่งต่อเสื้อกันหนาวให้ผู้คนที่ขาดแคลนแล้วมากกว่า 196,000 ชีวิต และยังคงขับเคลื่อนไปด้วยแรงใจจากพันธมิตรและทีมงานอาสาจำนวนมาก
นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ทุกครั้งที่เห็นเด็ก ๆ และพี่น้องประชาชนสวมเสื้อแล้วยิ้ม ทีมสยามคูโบต้ารู้สึกเหมือนได้รับของขวัญกลับมา โครงการนี้เดินทางมาถึงวันนี้ได้เพราะพลังจากพันธมิตรและทีมงานอาสาที่ร่วมแรงร่วมใจ สยามคูโบต้าเราภูมิใจ อิ่มเอมใจทุกครั้ง และอยากทำให้ความอบอุ่นนี้แผ่ขยายออกไปในทุก ๆ ปี เพราะเสื้อทุกตัวที่เราส่งมอบ ไม่ได้เป็นเพียงเสื้อกันหนาว แต่คือ ‘พลังใจ’ ที่หลอมรวมความตั้งใจของสยามคูโบต้าและพันธมิตรไว้ด้วยกัน
และวันนี้ เรื่องราวของเสื้อกันหนาวสีส้มยังคงเดินทางต่อไป พร้อมเสียงหัวเราะ ความหวัง และรอยยิ้มของผู้คนที่รอคอย “เสื้อที่มากกว่าความอบอุ่น” เพราะสำหรับพวกเขา เสื้อหนึ่งตัวนี้ไม่ได้วัดเพียงอุณหภูมิของอากาศ แต่คืออุณหภูมิของหัวใจของผู้ให้ และผู้รับที่เชื่อมถึงกัน แม้ฤดูกาลจะผันผ่าน แต่ความหมายของเสื้อกันหนาวสีส้มก็ยังคงเดิมเป็นสัญลักษณ์ของ “ไออุ่น” ที่บอกกับทุกคนว่าในหน้าหนาวนี้ พวกเขาไม่ได้อยู่ลำพัง.
You might be intertested in this news.
Mostview
ย้อนประวัติศาสตร์จากละคร "สอดสร้อยมาลา" ช่วงปี พ.ศ.2500 เกิดอะไรขึ้นบ้าง
ไม่มีปีไหนในประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ที่จะเต็มไปด้วยความย้อนแย้งเท่าปี พ.ศ. 2500 เมื่อมหาพิธีฉลอง 25 พุทธศตวรรษอันยิ่งใหญ่ ถูกจัดขึ้นท่ามกลางสมรภูมิการเมืองที่ดุเดือดที่สุด นี่เป็นเรื่องราวสำคัญ ที่ถูกสะท้อนภาพลงในละคร "สอดสร้อยมาลา" ทางช่อง One
รีวิวหนัง Hungry มันเด้งขึ้นมาแดก พล็อตเดิมๆ เพิ่มเติมมันคือ ฮิปโปฯ
ก่อนเดินเข้าสู่โรงหนัง เพื่อดู “Hungry” หรือในชื่อไทย “มันเด้งขึ้นมาแดก” นั้น ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพียงแต่ต้องการความตื่นเต้นและแปลกใหม่ ว่า “ฮิปโปฯ” จะกลายเป็นสัตว์นักล่า ได้อย่างไร ...
"ขอโทษ...ผมโดนรุม" สรุปคดี ตชด.ปืนดุยิงดับวิน 2 ศพ ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ?
ถือเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ สำหรับ คดี ยิงดับวิน จยย. 2 ศพ และบาดเจ็บ 1 ที่ตลาดห้วยขวาง ที่ตอนแรกนั้น เราอาจจะไม่ทราบว่าจุดเริ่มต้น มันอยู่ตรงไหน เห็นแต่เพียงภาพ ประชาชนแตกตื่น และวิ่งหลบกระสุนอย่างอลม่านแต่เมื่อ มีการเปิดเผยภาพ วงจรปิดในเวลาต่อมา ...
เจาะเล่ห์ ‘ทนายจิตตรี’ จากซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ วิถีเลือดเย็นที่กลั่นจากสังคมไทย
ถือเป็นซีรีส์น้ำดีอีกเรื่อง ที่สะท้อนสังคมไทยอย่างถึงแก่น สำหรับเรื่อง “ทนายปีศาจ” ซีรีส์ 10 ตอนของ Netflix ที่กล้า “หยิบจับ” ประเด็นที่สังคมไทยมานำเสนอ....
ทรู-ดีแทค จับมือร้านดัง เสิร์ฟเมนูพิเศษ จัดเต็มส่วนลดให้ลูกค้าเติมเงินเมียนมา
แค่กินอาหารถิ่นก็เหมือนกลับบ้าน ทรู-ดีแทค จับมือร้านดังที่การันตี อาหารเมียนมา 5 ดาว จัดเต็มส่วนลดและ เมนูพิเศษ ให้ลูกค้าเติมเงินชาวเมียนมา ได้อิ่มอร่อยกับอาหารบ้านเกิดทั่วไทยตลอดปี 2569 กับแคมเปญ “ร้านอาหารเมียนมาอร่อย 5 ดาว อร่อยและคุ้มค่าทรูดีแทคแนะนำ”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง