วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 23, 2569

นิเทศฯ ม.กรุงเทพ ถอดรหัสอุตสาหกรรมสื่อ มนุษย์ต้องรู้จัก ออกแบบ ควบคุม Ai

by Trust News, 23 กรกฎาคม 2569

นิเทศฯ ม.กรุงเทพ ถอดรหัสอนาคตอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผ่าน VISION HOUSE: CREATIVE SPARK จาก Micro Drama ถึง Superfan Economy ผู้นำจากวงการสื่อ คอนเทนต์ เทคโนโลยี แบรนด์ และ Creator Economy ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่ออนาคต Human Creativity x AI

คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สรุปความสำเร็จจาก VISION HOUSE: CREATIVE SPARK: A Human-Centric Synergy of Creativity, Technology, Intelligence & Impact พื้นที่ที่เปิดให้คนในแวดวงสื่อ คอนเทนต์ เทคโนโลยี แพลตฟอร์ม แบรนด์ Creator Economy และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เชื่อมโยงความคิด และสร้างความร่วมมือเพื่ออนาคตของการสื่อสารสร้างสรรค์ในยุค AI ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2569 ณ Diamond Hall มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พร้อมชี้ว่า ในวันที่ AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างการผลิต การกระจายคอนเทนต์ การเข้าใจผู้ชม และโมเดลธุรกิจสร้างสรรค์ ความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมไม่ใช่เพียงการใช้เทคโนโลยีให้เร็วขึ้น แต่คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อเข้าใจมนุษย์ สร้างความไว้วางใจ พัฒนา Future Leaders และขับเคลื่อน Creative Ecosystem ที่ยั่งยืน

งานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในฐานะพื้นที่กลางที่เชื่อมองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยเข้ากับประสบการณ์จริงของอุตสาหกรรม เพื่อเปิดบทสนทนาเรื่อง Human-Centered Creative–AI Communication หรือการสื่อสารสร้างสรรค์ที่ใช้ AI เป็นพลังเสริม แต่ยังให้มนุษย์เป็นผู้กำหนดทิศทาง ความหมาย จริยธรรม และผลกระทบของการสื่อสาร

คุณสันต์ ศรีแก้วหล่อ ผู้กำกับการแสดง ช่อง ONE 31 สะท้อนว่า ละครแนวตั้งเป็นสนามใหม่ที่ผู้ผลิตต้องปรับตัว ไม่ใช่เพียงการนำละครเดิมมาทำให้สั้นลง แต่ต้องเข้าใจพฤติกรรมการดูผ่านโทรศัพท์มือถือ และออกแบบจังหวะการเล่าเรื่องให้จับผู้ชมได้อย่างรวดเร็ว เขาชี้ว่า ความท้าทายของละครแนวตั้งคือการย่อยเรื่องให้เข้าใจง่ายภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีหรือไม่กี่นาที พร้อมใช้ Cliffhanger การทิ้งปม และจิตวิทยาของผู้ชมเพื่อดึงให้เกิดการรับชมต่อเนื่อง


ด้าน คุณนภัสริญญ์ พรหมพิลา Executive Producer จาก Halo Productions มองว่า Micro Drama เป็นโอกาสสำคัญของผู้เล่นใหม่ นักศึกษา ผู้กำกับ นักเขียนบท และคนทำงานสร้างสรรค์ที่กำลังรอโอกาสในการทดลองไอเดีย สร้างผลงานต้นแบบและพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเองได้ เธอชี้ว่า Micro Drama ไม่ใช่เพียง Format ใหม่ แต่เป็นอีก Category หนึ่งของการผลิตคอนเทนต์ที่ต้องเรียนรู้จริง ทดลองจริง และเข้าใจ workflow ใหม่ ตั้งแต่การเขียนบท การถ่ายทำ การตัดต่อ ไปจนถึงการทำให้ผู้ชมอยากดูต่อภายในเวลาที่จำกัด

ขณะที่ ดร.จักริน เทพวงค์ อาจารย์ประจำคณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และผู้เขียนบทและผู้กำกับร่วมซีรีส์ ทนายปีศาจ มองว่าการย่อเรื่องให้สั้นเป็นความท้าทายเชิงศิลปะของนักเขียนบท และเชื่อว่า Micro Drama จะค่อย ๆ พัฒนาไปสู่เนื้อหาที่ลึกและหลากหลายมากขึ้น พร้อมเสริมว่า AI แม้จะช่วยให้การผลิตมีประสิทธิภาพขึ้น แต่ไม่อาจทดแทนความเข้าใจวัฒนธรรม อารมณ์ และประสบการณ์ชีวิตของมนุษย์ ซึ่งยังคงเป็นหัวใจของการเล่าเรื่อง

ต่อด้วย Session “AUTHENTIC CONTENT BY DESIGN: BUILDING TRUST AND SOCIAL ACCOUNTABILITY ถอดรหัสการสร้างคอนเทนต์ที่จริงใจ สร้างความเชื่อมั่น และรับผิดชอบต่อสังคม” ที่ชวนอุตสาหกรรมตั้งคำถามว่า ในวันที่ทุกคนสามารถผลิตคอนเทนต์ได้เร็วขึ้น และแพลตฟอร์มพาคอนเทนต์ไปถึงผู้คนได้ไกลขึ้น “ความจริงใจ” และ “ความน่าเชื่อถือ” ของครีเอเตอร์ แบรนด์ และองค์กรสื่อควรถูกออกแบบอย่างไร

การพูดคุยในช่วงนี้สะท้อนว่า Authenticity ไม่ได้หมายถึงการเปิดเผยตัวตนทั้งหมด 100% แต่คือการเลือกสื่อสาร “มุมที่จริง” ของตัวเองอย่างชัดเจน สม่ำเสมอ และรับผิดชอบ

ประเด็นสำคัญจาก Session นี้จึงชี้ว่า ในยุค AI และแพลตฟอร์ม ความน่าเชื่อถือไม่ได้เกิดจากการประกาศว่า “เชื่อเราได้” แต่เกิดจากการตัดสินใจเล็ก ๆ อย่างต่อเนื่องของผู้สร้าง ตั้งแต่การเลือกตัวตนที่นำเสนอ การตรวจสอบข้อมูล การเคารพบุคคลที่ถูกกล่าวถึง การสร้างคุณค่ามากกว่าการไล่ตามกระแส และการสร้าง Community ที่ยั่งยืนมากกว่า Viral ชั่วคราว

ทั้งยังตอกย้ำว่า Trust Economy จะเกิดขึ้นได้เมื่อครีเอเตอร์ แบรนด์ และองค์กรสื่อออกแบบความจริงใจควบคู่กับความรับผิดชอบ เพราะคอนเทนต์ที่ดีในยุค AI ไม่ควรเพียงดึงความสนใจได้เร็ว แต่ต้องทำให้ผู้ชมรู้สึกว่า ผู้สร้างมีตัวตนที่จริง มีเจตนาที่ชัด มีข้อมูลที่รับผิดชอบ และพร้อมเรียนรู้จากผลกระทบที่เกิดขึ้น

ช่วงบ่ายภายใต้ธีม SPARKED FUTURES เปิดด้วยมุมมองจาก อาจารย์ภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมย้ำว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพมี DNA ของความคิดสร้างสรรค์ เป็นพื้นที่ของคนที่กล้าฝัน กล้าคิด และกล้าลองทำสิ่งใหม่ โดยหัวใจของ Creative Spark คือการเชิญผู้นำและรุ่นพี่จากอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มาถ่ายทอดประสบการณ์ จุดประกาย และทำให้คนรุ่นใหม่เห็นว่า ความฝันสามารถเติบโตเป็นผลงานจริง ธุรกิจจริง และผลกระทบจริงต่อสังคมได้

อธิการบดียังเน้นว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ Soft Power และเรื่องเล่าที่ไม่มีใครเหมือน ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นผลงานที่มีรากฐานจากความเป็นไทยและเชื่อมโยงกับผู้ชมทั่วโลกได้ โดยยกแนวคิด “Uniquely Universal” เพื่อสะท้อนว่า ผลงานของคนไทยสามารถมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขณะเดียวกันก็เดินทางไปสู่เวทีโลกได้ หากคนรุ่นใหม่กล้าคิดในระดับ Global และใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือขยายศักยภาพของความคิดสร้างสรรค์ พร้อมฝากแนวคิดสำคัญไว้ว่า “Dream. Amplify. Deliver.” หรือการกล้าฝัน ขยายศักยภาพของความฝันด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยี และลงมือสร้างให้ความฝันนั้นเกิดขึ้นจริง


ช่วงบ่ายภายใต้ธีม SPARKED FUTURES ต่อยอดบทสนทนาจากคอนเทนต์สู่อนาคตของอุตสาหกรรมว่า มนุษย์จะใช้ AI เพื่อสร้างความหมาย ความสัมพันธ์ และผลกระทบที่ยั่งยืนได้อย่างไร เริ่มด้วย Keynote หัวข้อ “EMPATHY IN ALGORITHMS: HUMAN INSIGHT AT THE HEART OF AI” โดย คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ชวนผู้เข้าร่วมมองว่า AI และเทคโนโลยีกำลังเพิ่มทั้งความเร็ว ความแม่นยำ และประสิทธิภาพให้กับการทำงาน แต่สิ่งที่คนรุ่นใหม่และนักนิเทศศาสตร์ยุคใหม่ต้องรักษาไว้คือความคิดสร้างสรรค์ ความเข้าใจมนุษย์ และความสามารถในการตั้งคำถามอย่างมีความหมาย

ปิดท้ายช่วง Keynote ด้วยหัวข้อ “BEYOND VIRAL TO SUPERFAN IMPACT” โดย คุณกิตติพัฒน์ จำปา ผู้ก่อตั้ง ผู้บริหาร ผู้กำกับ และโปรดิวเซอร์ บริษัท MANDEE WORK จำกัด ที่ชวนอุตสาหกรรมมองไกลกว่ากระแสไวรัล ไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้ชม แฟนคลับ และคอมมูนิตี้

คุณกิตติพัฒน์สะท้อนว่า ในยุคที่คลิปหนึ่งอาจกลายเป็นไวรัลได้ภายในข้ามคืน คำถามสำคัญไม่ใช่เพียง “ทำอย่างไรให้คนเห็น” แต่คือ “เมื่อคนเห็นแล้ว เราจะทำอย่างไรให้เขายังอยู่กับเราต่อ” เพราะ Viral เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการมองเห็น แต่ Superfan คือพลังที่ทำให้แบรนด์ ศิลปิน และคอนเทนต์เติบโตได้ในระยะยาว

จากประสบการณ์ของ Mandee Work คุณกิตติพัฒน์ชี้ว่า บริษัทไม่ได้มองการผลิตซีรีส์เป็นเพียงการสร้างผลงานเพื่อออกอากาศ แต่ให้ความสำคัญกับการสร้าง “คน” และการพัฒนาศิลปินให้เป็นบุคคลที่ผู้ชมรัก ผูกพัน และอยากติดตามต่อ แม้ซีรีส์จะจบลงแล้วก็ตาม เพราะหากผู้ชมอินกับตัวละครเพียงชั่วคราว แต่ไม่เกิดความสัมพันธ์กับศิลปินหรือแบรนด์ ความสนใจนั้นอาจจบลงพร้อมผลงานชิ้นหนึ่ง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อริชัย อรรคอุดม คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า “VISION HOUSE: CREATIVE SPARK สะท้อนให้เห็นว่า อนาคตของ Creative Communication ในยุค AI ไม่ได้เป็นเรื่องของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการออกแบบความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับมนุษย์ อุตสาหกรรมต้องการคนรุ่นใหม่ที่ไม่เพียงใช้ AI ได้ แต่ต้องเข้าใจผู้คน เข้าใจบริบท มีความคิดเชิงวิพากษ์ มีจริยธรรม และสามารถสร้างคุณค่าที่มีความหมายต่อสังคมได้จริง”

งาน VISION HOUSE: CREATIVE SPARK จึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในการจุดประกายบทสนทนา เชื่อมโยงผู้คน และต่อยอดความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันออกแบบอนาคตของการสื่อสารสร้างสรรค์ในยุค AI และพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ที่พร้อมสร้างคุณค่าให้กับสังคม


You might be intertested in this news.

Mostview

ตี๋ลี่เร่อปา นางฟ้าผู้เคยถูกปฏิเสธ กับความสวยที่ทำให้กังวล (ชมคลิป)

ตี๋ลี่เร่อปา นางฟ้าผู้เคยถูกปฏิเสธ กับความสวยที่ทำให้กังวล (ชมคลิป)

ซ่งเว่ยหลง เปิดการเดินทาง1ทศวรรษ ชีวิต CHARISMA และ นักแสดง (ชมคลิป)

ซ่งเว่ยหลง เปิดการเดินทาง1ทศวรรษ ชีวิต CHARISMA และ นักแสดง (ชมคลิป)

รีวิว “เพื่อนรัก เพื่อนลับ” หนังที่ควรไปดูคนเดียว

“เพื่อนรัก เพื่อนลับ” เป็นหนังไทยดราม่า ที่ดัดแปลงมาจาก ภาพยนตร์ต่างประเทศ เรื่อง Perfect Strangers ให้เข้ากับ บริบท การใช้ Smart Phone ของคนไทย ...

ทอ.ส่ง เอฟ-16 ตาคลี บินข้ามแปซิฟิกไปร่วมฝึกผสมทางอากาศ PITCH BLACK 2026

กองทัพอากาศ ส่ง เอฟ-16 MLU จากฝูงบิน 403 ตาคลี บินข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ร่วมการฝึกผสมทางอากาศนานาชาติ PITCH BLACK 2026 ที่เมืองดาร์วิน ออสเตรเลีย ร่วมกับกองทัพอากาศจากชาติต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมเทคนิค ยุทธวิธีการรบ กับยอดเครื่องบินขับไล่แบบต่างๆ

ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวตายรวม 33 ศพ กทม.ลุยตรวจสถานบันเทิงปิดไป 3 แห่ง

อัปเดต เหตุเพลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ล่าสุด เสียชีวิตแล้วรวม 33 ศพ บาดเจ็บรวม 71 รายในจำนวนนี้เป็นเคสแดง 14 ราย ด้าน จนท.50เขตในกทม.ร่วมกับตำรวจ ออกเอ็กซเรย์สถานบันเทิงเช็กความปลอดภัย และ มีคำสั่งปิดแล้ว 3 แห่งหลังพบฝ่าฝืนทำผิดกฎหมาย

TrustNEws Line