กองทัพอากาศ ชี้แจงการใช้กำลังโจมตีเป้าหมายทางทหารที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
by Trust News, 8 ธันวาคม 2568
กองทัพอากาศไทย ชี้แจงการปฏิบัติการทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารในกัมพูชา หลังส่งเครื่องบินเอฟ-16 เข้าสนับสนุนการโจมตีใส่เป้าหมายทางทหารที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ยืนยันยึดหลักป้องกันตัวเอง และใช้กำลังตามความจำเป็นตามสัดส่วน
กองทัพอากาศขอชี้แจงถึงการปฏิบัติการทางอากาศในการโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหารภายในพื้นที่ปฏิบัติการของกัมพูชา โดยภารกิจทั้งหมดถูกวางแผนและดำเนินการภายใต้หลักปฏิบัติด้านความมั่นคงและกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้ความสำคัญสูงสุดต่อการป้องกันผลกระทบต่อประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบ
วันนี้ (8 ธันวาคม 2568) พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการปฏิบัติการร่วมกับกองกำลังสุรนารี ในการตอบโต้การปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายกัมพูชา ที่เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงของไทย รวมทั้งต่อความปลอดภัยของประชาชนที่อยู่อาศัยในบริเวณพื้นที่ชายแดน และกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
นอกจากนี้ จากข้อมูลการตรวจสอบทางยุทธการพบว่า มีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์หนัก การจัดกำลังรบ และการเตรียมการสนับสนุนด้านการยิงของกัมพูชา ซึ่งอาจนำไปสู่การขยายวงของการปฏิบัติการทางทหารในลักษณะที่คุกคามเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนไทย จึงนำไปสู่การใช้กำลังทางอากาศ เพื่อยับยั้งและลดศักยภาพทางทหารของกัมพูชาในระดับที่จำเป็นต่อการรักษาความมั่นคงของรัฐ และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ กองทัพอากาศได้ปฏิบัติภารกิจอย่างรอบคอบ โดยกำหนดเป้าหมายเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร คลังอาวุธ ศูนย์บัญชาการ และเส้นทางสนับสนุนการรบที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม ซึ่งถูกประเมินว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง พร้อมทั้งยังตรวจสอบผลการโจมตี เพื่อยืนยันว่าการปฏิบัติการเป็นไปตามหลักสากลของการป้องกันตนเอง (Right of Self-Defence) ตามกฎบัตรสหประชาชาติ และยึดหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน (Necessity & Proportionality) อย่างเคร่งครัด
กองทัพอากาศตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ และยังคงยึดมั่นในการดำเนินมาตรการทุกขั้นตอนเพื่อให้การปฏิบัติภารกิจอยู่บนพื้นฐานของความมั่นคงและลดความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น
กองทัพอากาศยืนยันว่า จะปฏิบัติการทางอากาศบนพื้นฐานของความรับผิดชอบ และจะตอบสนองต่อภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อเอกราชอธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชน ภายใต้เป้าหมายสูงสุด คือการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคและป้องกันไม่ให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
++++++++++++++++++++++++++++++
Royal Thai Air Force Clarification on Air Operations Against Military Targets in Cambodia
The Royal Thai Air Force (RTAF) has issued a statement regarding its air operations targeting only military installations within Cambodian territory. All missions were planned and executed in accordance with security protocols and relevant international laws, with the highest priority placed on preventing harm to civilians.
Today (8 December 2025), Air Marshal Jackkrit Thammavichai, RTAF Spokesperson, disclosed that the operation was conducted jointly with the Suranaree Task Force in response to Cambodian military actions that posed a direct threat to Thailand’s national security, the safety of border-area residents, and Thai personnel operating in the region.
According to operational assessments, Cambodia had mobilized heavy weaponry, repositioned combat units, and prepared fire-support elements—activities that could escalate military operations and pose a threat to the Thai border area. These developments prompted the use of air power to deter and reduce Cambodia’s military capabilities to the minimum level necessary to safeguard national security and protect civilians.
The RTAF emphasized that all missions were executed with caution, targeting only military infrastructure, weapons depots, command centers, and logistical routes assessed as direct threats. Post-strike assessments were carried out to ensure compliance with international standards governing the right of self-defence under the UN Charter, as well as the principles of necessity and proportionality.
The RTAF reaffirmed its commitment to safeguarding civilian lives and property, and to ensuring that all actions remain grounded in national security considerations while minimizing unnecessary risks.
The Air Force further stated that it will continue operating responsibly and will respond to threats against Thailand’s sovereignty and the safety of its people, with the overarching objective of maintaining regional stability and preventing further escalation.
You might be intertested in this news.
Mostview
ย้อนประวัติศาสตร์จากละคร "สอดสร้อยมาลา" ช่วงปี พ.ศ.2500 เกิดอะไรขึ้นบ้าง
ไม่มีปีไหนในประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ที่จะเต็มไปด้วยความย้อนแย้งเท่าปี พ.ศ. 2500 เมื่อมหาพิธีฉลอง 25 พุทธศตวรรษอันยิ่งใหญ่ ถูกจัดขึ้นท่ามกลางสมรภูมิการเมืองที่ดุเดือดที่สุด นี่เป็นเรื่องราวสำคัญ ที่ถูกสะท้อนภาพลงในละคร "สอดสร้อยมาลา" ทางช่อง One
รีวิวหนัง Hungry มันเด้งขึ้นมาแดก พล็อตเดิมๆ เพิ่มเติมมันคือ ฮิปโปฯ
ก่อนเดินเข้าสู่โรงหนัง เพื่อดู “Hungry” หรือในชื่อไทย “มันเด้งขึ้นมาแดก” นั้น ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพียงแต่ต้องการความตื่นเต้นและแปลกใหม่ ว่า “ฮิปโปฯ” จะกลายเป็นสัตว์นักล่า ได้อย่างไร ...
"ขอโทษ...ผมโดนรุม" สรุปคดี ตชด.ปืนดุยิงดับวิน 2 ศพ ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ?
ถือเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ สำหรับ คดี ยิงดับวิน จยย. 2 ศพ และบาดเจ็บ 1 ที่ตลาดห้วยขวาง ที่ตอนแรกนั้น เราอาจจะไม่ทราบว่าจุดเริ่มต้น มันอยู่ตรงไหน เห็นแต่เพียงภาพ ประชาชนแตกตื่น และวิ่งหลบกระสุนอย่างอลม่านแต่เมื่อ มีการเปิดเผยภาพ วงจรปิดในเวลาต่อมา ...
เจาะเล่ห์ ‘ทนายจิตตรี’ จากซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ วิถีเลือดเย็นที่กลั่นจากสังคมไทย
ถือเป็นซีรีส์น้ำดีอีกเรื่อง ที่สะท้อนสังคมไทยอย่างถึงแก่น สำหรับเรื่อง “ทนายปีศาจ” ซีรีส์ 10 ตอนของ Netflix ที่กล้า “หยิบจับ” ประเด็นที่สังคมไทยมานำเสนอ....
ทรู-ดีแทค จับมือร้านดัง เสิร์ฟเมนูพิเศษ จัดเต็มส่วนลดให้ลูกค้าเติมเงินเมียนมา
แค่กินอาหารถิ่นก็เหมือนกลับบ้าน ทรู-ดีแทค จับมือร้านดังที่การันตี อาหารเมียนมา 5 ดาว จัดเต็มส่วนลดและ เมนูพิเศษ ให้ลูกค้าเติมเงินชาวเมียนมา ได้อิ่มอร่อยกับอาหารบ้านเกิดทั่วไทยตลอดปี 2569 กับแคมเปญ “ร้านอาหารเมียนมาอร่อย 5 ดาว อร่อยและคุ้มค่าทรูดีแทคแนะนำ”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง