วันอังคาร, พฤศจิกายน 3, 2569

ปธน.ทรัมป์ ประกาศโครงการเรือประจัญบานใหม่ เพื่อโชว์แสนยานุภาพกองเรือสีทอง

by Trust News, 23 ธันวาคม 2568

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เขย่าวงการทหารและความมั่นคงของโลก ด้วยการประกาศแผนการสร้าง เรือประจัญบานยุคใหม่ ชั้นทรัมป์ ลำแรก USS Defiant (BBG 1) หวังเป็นเรือธงยักษ์แห่งกองเรือสีทอง เพื่อแสดงแสนยานุภาพทางทะเล ด้วยสารพัดอาวุธไฮเทค

ปาล์มบีช, ฟลอริดา — เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2025 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่ววงการความมั่นคงโลกอีกครั้ง ด้วยการประกาศแผนการสร้างเรือรบประเภทใหม่ที่เรียกว่า “เรือประจัญบานติดอาวุธนำวิถี” (Guided Missile Battleship - BBG) ภายใต้ชื่อชั้น “Trump-class” โดยลำแรกจะถูกขนานนามว่า USS Defiant (BBG 1) เพื่อเป็นหัวใจหลักของกองเรือแห่งอนาคตที่เขาเรียกว่า “Golden Fleet” (กองเรือสีทอง) ทั้งนี้ กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้รับอนุมัติให้เริ่มกระบวนการออกแบบและเจรจากับบริษัทผู้ผลิตแล้ว โดยคาดว่าจะเริ่มวางกระดูกงูเรือลำแรกได้ในช่วงต้นทศวรรษ 2030

“Peace through Strength” และรสนิยมแบบทรัมป์

การกลับมาของเรือประจัญบานในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการรื้อฟื้นอาวุธจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เป็นกลยุทธ์ที่ผสมผสานระหว่างอำนาจทางการทหารและนโยบายเศรษฐกิจ

เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ และสุนทรียศาสตร์ทางทหาร ทรัมป์ต้องการให้เรือชั้นนี้เป็นตัวแทนของความแข็งแกร่งที่มองเห็นได้ชัดเจน (Visible Deterrence) เพื่อเผชิญหน้ากับมหาอำนาจคู่แข่งอย่างจีนและรัสเซีย โดยเขาระบุว่าเขาจะเข้ามามีส่วนร่วมในขั้นตอนการออกแบบด้วยตนเอง โดยเน้นว่าเรือรบของอเมริกาต้องมีรูปลักษณ์ที่ "สง่างามและน่าเกรงขาม" ไม่ใช่แค่มีประสิทธิภาพแต่ต้องดูดีที่สุดในโลก

อเมริกันทำ อเมริกันใช้ อเมริกันจะกลับมายิ่งใหญ่

โครงการนี้ตั้งเป้าสร้างเรือรวมทั้งหมด 20-25 ลำ โดยเน้นการใช้อู่ต่อเรือภายในประเทศและซัพพลายเออร์จากทุกรัฐในสหรัฐฯ เพื่อกระตุ้นการจ้างงานและฟื้นฟูอุตสาหกรรมหนักของชาติ ตามนโยบาย "Make America Great Again" ในภาคอุตสาหกรรม การสร้างเรือขนาด 30,000-40,000 ตัน จำนวนมาก จำเป็นต้องใช้แรงงานมหาศาลและการขยายอู่ต่อเรือในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการสร้างงานและกระตุ้นอุตสาหกรรมหนักตามนโยบายของทรัมป์ ขณะเดียวกัน เรือประจัญบานคือตำนานความยิ่งใหญ่ของกองทัพเรือสหรัฐฯ (เช่น ชั้น Iowa) การนำมันกลับมาเป็นการปลุกกระแสชาตินิยม ที่ดึงความภาคภูมิใจในอดีตกลับมาสู่กองทัพยุคใหม่

รายละเอียดทางเทคนิค แบทเทิลชิปยุคดิจิทัล

เรือชั้น Trump-class ถูกออกแบบมาให้มีขนาดมหึมาแต่มีความคล่องตัวสูง โดยระวางขับน้ำอยู่ที่ประมาณ 35,000 - 40,000 ตัน (ใหญ่กว่าเรือพิฆาตติดอาวุธนำวิถีชั้น Arleigh Burke ถึง 3 เท่า แต่เล็กกว่า เรือประจัญบานสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 ชั้น Iowa เล็กน้อยเพื่อให้ทำความเร็วได้ดีขึ้น) สามารถทำความเร็วได้มากกว่า 30 น็อต  ติดตั้งระบบควบคุมที่มีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยในการเดินเรือและตัดสินใจทางยุทธวิธี ทำให้ใช้ลูกเรือเพียง 650-850 นาย ซึ่งน้อยกว่าเรือรบขนาดเดียวกันในอดีตมากที่ต้องใช้กำลังพลกว่า 1 พันนาย

คลังแสงลอยน้ำ ที่พร้อมพรั่งด้วยอาวุธสุดล้ำบนเรือ Trump-class

ไฮไลต์สำคัญที่สื่อต่างประเทศให้ความสนใจคือระบบอาวุธที่ติดตั้ง ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์กองทัพเรือ นั่นคือ ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก (Hypersonic Missiles) ติดตั้งระบบ Conventional Prompt Strike (CPS) จำนวน 12 ท่อ สำหรับการโจมตีระยะไกลด้วยความเร็วเหนือเสียงที่เร็วจนยากจะป้องกัน ขณะเดียวกันก็คงความสามารถในการรองรับขีปนาวุธร่อน (Cruise Missile) ที่ติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ (SLCM-N) เพื่อใช้ในการป้องปรามเชิงยุทธศาสตร์

หมวดอาวุธปืนเรือ ถือเป็นหัวใจหลักของเรือประจัญบาน จากที่เคยติดตั้งปืนใหญ่ 16 นิ้ว ก็เปลี่ยนมาเป็นอาวุธรุ่นใหม่ นั่นคือ ปืนรางไฟฟ้า หรือ Railgun โดยนับเป็นการรื้อฟื้นโครงการพัฒนาปืนรางไฟฟ้าขนาด 32 เมกะจูล ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแม่เหล็กยิงกระสุนด้วยความเร็วสูงแทนดินปืน นอกจากนี้ยังมีอาวุธเลเซอร์กำลังสูง (Directed Energy Weapons) ที่เป็นปืนเลเซอร์ขนาด 300-600 กิโลวัตต์ สำหรับทำลายโดรนและขีปนาวุธที่พุ่งเข้ามา

ขีปนาวุธต้องมีพร้อม ในส่วนของอาวุธปล่อยนำวิถี เรือชั้นทรัมป์ มีแผนติดตั้งท่อปล่อยขีปนาวุธแนวตั้ง (VLS): มากกว่า 128 เซลล์ สำหรับบรรจุขีปนาวุธร่อน Tomahawk และ อาวุธปล่อยต่อต้านอากาศยาน Standard Missile ที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบตามความต้องการรับมือภัยคุกคาม

ส่วนฝ่ายนักวิเคราะห์ด้านทางทหาร ก็มีการให้ความเห็นที่แตกต่างกัน แม้ว่าฝ่ายสนับสนุนจะมองว่านี่คือการปฏิวัติกองทัพเรือสหรัฐฯ แต่ฝ่ายวิจารณ์และนักวิเคราะห์บางส่วนยังคงตั้งคำถามถึง งบประมาณมหาศาล และความเสี่ยงของเทคโนโลยีที่ยังอยู่ในขั้นพัฒนา เช่น ปืนรางไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม รมว. กองทัพเรือระบุว่า เรือชั้นนี้จะเป็น "เรือธง" ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบัญชาการ (Quarterback) ให้กับกองเรือทั้งหมดในมหาสมุทร

การปรับเปลี่ยนหลักนิยม (Doctrine) จาก "เรือบรรทุกเครื่องบิน" เป็นหลัก

ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน (Aircraft Carrier) เริ่มตกเป็นเป้าหมายที่เปราะบางเกินไปต่อขีปนาวุธพิฆาตเรือของจีน การกระจายอำนาจการยิงไปยัง "เรือประจัญบานยุคใหม่" ที่ติดขีปนาวุธหนักและมีความทนทานสูง จึงเป็นทางเลือกเพื่อลดความเสี่ยงจากการสูญเสียเรือบรรทุกเครื่องบินลำเดียวแล้วเสียกระบวนทัพทั้งหมด.


You might be intertested in this news.

Mostview

เถียนซีเวย สาวหวานสู้มือ ปลดหน้ากาก ตัวตนและความจริงใจ (ชมคลิป)

เถียนซีเวย สาวหวานสู้มือ ปลดหน้ากาก ตัวตนและความจริงใจ (ชมคลิป)

แซน-พนมกร ผันตัวเป็นผู้จัด เบิกฤกษ์บวงทรวง “โฮมฮัก รักเต็มจาน”

บริษัท เอชทูโก เอ็นต์เตอร์เทนเมนท์ จำกัด ค่ายบันเทิงและผู้ผลิตคอนเทนต์ ได้ฤกษ์งามยามดีจัดพิธีบวงสรวงเปิดกล้องซีรีส์ละมุนหัวใจ เรื่องใหม่ “โฮมฮัก รักเต็มจาน” ณ ลานเทวาลัยฟีนิกซ์ ชั้น 6 ศูนย์การค้าฟีนิกซ์ ประตูน้ำ

ปักหมุดไทยสู่ศูนย์กลางเกมแห่งเอเชียที่งาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026

เริ่มมาอย่างเร้าใจทั้งโซนธุรกิจและความบันเทิงกับงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026 มหกรรมเกมหยุดทุกความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมเกมให้มุ่งมายังไทย ภายใต้การสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน สู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกมในภูมิภาคอาเซียนเต็มตัว

ผู้ว่าฯ กทม.แก้โจทย์ 3 น้ำ ปรับแนวคิดผังเมือง ใช้เทคโนโลยี-AI สู้อากาศสุดขั้ว

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดฉากทัศน์อนาคตน้ำกรุงเทพฯ ถอดสมการ 3 น้ำโดยการผสาน AI-นวัตกรรม สู้อากาศสุดขั้ว พร้อมยกระดับเมืองลุ่มต่ำ โดยปรับแนวคิดผังเมืองสู่ Compact City ป้องกันน้ำท่วมยั่งยืนแบบ ที่มีการพัฒนาอาคารสูงและความหนาแน่นอย่างเป็นระบบ

แนะนำหนังสือน่าอ่าน เดือน พ.ย. ครบรส รัก เงือก จุดสุดยอด

ช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 31 ที่ศูนย์สิริกิติ์ ที่จัดระหว่าง 23 ต.ค.- 1 พ.ย. เรียกว่า ยังพอมีเวลา สำหรับใครที่เล็งหนังสือที่อยากได้ ที่ราคาเป็นมิตร

TrustNEws Line