วันอาทิตย์, มีนาคม 22, 2569

ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ชูกลยุทธ์ปี 69 อัปเกรดองค์กรธุรกิจไทยด้วยดิจิทัลและ AI

by Trust News, 29 มกราคม 2569

ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) เผยยุทธศาสตร์ 2026 ก้าวสู่ผู้นำด้าน One-Stop DX Partner อย่างเต็มรูปแบบเพื่อขับเคลื่อนองค์กรธุรกิจไทยด้วยดิจิทัลโซลูชั่นและยกระดับการทำงานด้วยเทคโนโลยี AI ครอบคลุมทุกภาคธุรกิจ

นายมาซาอากิ ยานากิย่า ประธาน บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันจากการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ยังคงสามารถรักษาการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างมั่นคง ด้วยกลยุทธ์ที่มีความยืดหยุ่น โครงสร้างพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลาย และการปรับรูปแบบการทำงานให้สอดรับกับยุคดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทำงานที่ให้ความสำคัญกับระบบดิจิทัลมากขึ้น ส่งผลให้การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานไอที (IT Infrastructure) ทั้งในระดับองค์กรและกลุ่มลูกค้า SME มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยดังกล่าวสนับสนุนให้การดำเนินธุรกิจฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) เติบโตในทิศทางเชิงบวก

ประธาน บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงผลการดำเนินงานว่า ในปีงบประมาณ 2568 บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย โดยตั้งเป้าปิดปีด้วยการรักษาระดับรายได้ พร้อมเพิ่มสัดส่วนกำไรจากการดำเนินธุรกิจเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมี 3 ธุรกิจหลักเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ได้แก่ ธุรกิจโซลูชันและบริการงานเอกสารแบบครบวงจร (Business Solutions) ธุรกิจเครื่องพิมพ์และเครื่องมัลติฟังก์ชันสำหรับสำนักงาน (Office Solutions) และธุรกิจผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์ดิจิทัลระดับโปรดักชันและโซลูชันสำหรับธุรกิจการพิมพ์ (Graphic Communications) ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ มุ่งมั่นส่งมอบนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจทุกประเภท ภายใต้วิสัยทัศน์ Trusted DX Partner โดยตั้งเป้าที่จะเป็นมากกว่าผู้ให้บริการ แต่เป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจ พร้อมร่วมขับเคลื่อนและยกระดับศักยภาพการดำเนินธุรกิจให้สามารถเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลได้อย่างไร้รอยต่อ

"ฟูจิฟิล์มไม่ได้เป็นเพียงผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์แต่เป็นผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงองค์กรผ่าน Digital Transformation ด้วยการนำข้อมูลและนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลกำไร แต่ยังเสริมสร้างขีดความสามารถให้กับทุกอุตสาหกรรมและบุคลากรในทุกระดับ" นายมาซาอากิ กล่าว

ปัจจุบัน ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทฟูจิฟิล์ม โดยสร้างสัดส่วนรายได้สูงถึง 38% เมื่อเทียบกับกลุ่มธุรกิจด้าน Healthcare ที่ 32% กลุ่ม Electronic Materials ที่ 17% และกลุ่ม Imaging ที่ 13% ซึ่งเทคโนโลยีจากกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ถูกนำมาพัฒนาเป็นโซลูชันที่หลากหลาย อาทิ ระบบจัดการเอกสารอัจฉริยะ ดิจิทัลโซลูชัน และการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

“สำหรับปี 2569 ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ตั้งเป้าหมายการเติบโตผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจหลักให้ครอบคลุมลูกค้าทุกประเภทธุรกิจ สอดคล้องกับแนวโน้มการทำงานในโลกอนาคต แม้ธุรกิจจะแตกต่างกันในแต่ละกลุ่ม แต่เเราก้มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อยกระดับการทำงานสร้างประโยชน์แก่ลูกค้าองค์กรธุรกิจ การประกาศทิศทางครั้งนี้สะท้อนความพร้อมของบริษัทฯ ในการเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่ลูกค้าไว้วางใจ พร้อมผสานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และเวิร์คโฟลว์อัจฉริยะเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับขีดความสามารถขององค์กร และปลดล็อกทุกความเป็นไปได้ให้กับลูกค้า” นายมาซาอากิ กล่าว

ด้าน นายฮายาโตะ ซึโบอิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2568 ถือเป็นหนึ่งในปีที่ท้าทายที่สุดของบริษัทฯ ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนทั้งจากต่างประเทศและในประเทศที่เป็นไปอย่างระมัดระวัง สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวและเติบโตในอัตราที่จำกัด ขณะเดียวกันการแข่งขันด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีในตลาดมีความเข้มข้นสูง โดยมีผู้เล่นจากหลากหลายประเทศเข้ามาแข่งขันอย่างต่อเนื่อง

ผอ.ฝ่ายการตลาด บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นได้ชัดในตลาดคือ การนำเทคโนโลยีมาใช้งานในบางกรณีกลับไม่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพตามที่คาดหวัง เนื่องจากโซลูชันไม่สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานขององค์กร สร้างภาระให้กับผู้ใช้งาน รวมถึงผู้ให้บริการบางรายยังขาดความเข้าใจในลักษณะธุรกิจของลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง

นายฮฮายาโตะ กล่าวถึงผลประกอบการปี 2568 ว่า ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ภายใต้การดำเนินงานของ 3 ธุรกิจหลัก ยังคงรักษาระดับผลประกอบการได้อย่างทรงตัว โดยบริษัทฯ ขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ Select & Focus, Market Coverage Optimization และ New Image Creation เพื่อสร้างความแตกต่างและเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขัน ส่งผลให้สามารถรักษาระดับรายได้จากธุรกิจหลักทั้ง 3 แกนได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 3 และสามารถเพิ่มสัดส่วนกำไรจากการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 3 ได้ที่ระดับ 4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ข้อมูลตลาดยังสะท้อนว่า องค์กรในประเทศไทยกำลังเร่งลงทุนด้านการปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัล (Digital Transformation) โดยคาดว่ามูลค่าตลาด Digital Transformation และการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานไอทีในประเทศไทยจะขยายตัวแตะระดับ 489.61 พันล้านบาท ภายในปี 2573 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) 9.30% สอดคล้องกับการการคาดการณ์การเติบโตของตลาดระบบความปลอดภัยด้านดิจิทัล (Cyber Security) ในประเทศไทยที่มีมูลค่าสูงถึง 30.59 พันล้านบาท และอุตสาหกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยนสะสมต่อปี (CAGR) ที่ 20-25% ระหว่างปีพ.ศ. 2566 – 2573

ผอ.ฝ่ายการตลาด บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวต่อว่า การประกาศยุทธศาสตร์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตัวเลขเศรษฐกิจมหภาค โดยมีการคาดการณ์ว่า GDP ของประเทศไทยในปี 2569 จะเติบโตเพียง 1.8% ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ผลักดันให้ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัว ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สำหรับทิศทางในปี 2569 ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ยังคงเดินหน้าปรับตัวรับพฤติกรรมผู้บริโภคและความท้าทายด้านเทคโนโลยี

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ การเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมทางธุรกิจ (Business Innovation) ด้วยการผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พัฒนาขึ้นโดยลิขสิทธิ์ของฟูจิฟิล์มอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งภาคสำนักงานและอุตสาหกรรมการพิมพ์เชิงพาณิชย์ โดยวางเทคโนโลยี AI เป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน Digital Transformation (DX) องค์กร เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยแปลงข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างจำนวนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร ภาพ วิดีโอ หรือองค์ความรู้จากการปฏิบัติงาน ให้กลายเป็นสินทรัพย์ความรู้ที่มีคุณค่า ผ่าน AI 5 แกนหลัก ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การสนับสนุนการตัดสินใจเชิงผู้เชี่ยวชาญให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้อมูล ไปจนถึงการปรับแต่งและเพิ่มประสิทธิภาพระบบอุปกรณ์อัจฉริยะ

ผอ.ฝ่ายการตลาด บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวอีกว่า จากที่กล่าวข้างต้น เป็นรากฐานสำคัญของทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ Business Solutions ที่เปลี่ยนข้อมูลลูกค้าให้เป็นอินไซต์เชิงลึก Office Solutions ที่ใช้ AI ยกระดับงานขาย การบำรุงรักษา และการดำเนินงานระยะไกลเพื่อลดการพึ่งพาแรงงาน และ Graphic Communications ที่นำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเวิร์กโฟลว์ที่ซับซ้อน พร้อมยกระดับคุณภาพงานพิมพ์ระดับสูง โดยเทคโนโลยี AI ของฟูจิฟิล์มไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังพลิกโฉมรูปแบบการทำงานและเสริมพลังความคิดสร้างสรรค์ ตอกย้ำบทบาทขององค์กรในฐานะพันธมิตรระยะยาวที่พร้อมร่วมกำหนดอนาคตของการทำงานอัจฉริยะ

ล่าสุด ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ได้ยกระดับซอฟต์แวร์เวิร์กโฟลว์เรือธงอย่าง “FUJIFILM IWpro” เป็นซอฟต์แวร์แพลตฟอร์ม Workspace บนคลาวด์ นำเทคโนโลยี Generative AI และ OCR เพื่อแก้ปัญหาเวิร์กโฟลว์ของธุรกิจ โดยเฉพาะข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Data) เช่น ใบเสร็จ ใบสั่งซื้อ หรือเอกสารในรูปแบบไฟล์ภาพ ให้สามารถแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัลที่แม่นยำและพร้อมเชื่อมต่อกับระบบเวิร์กโฟลว์บริหารจัดการธุรกิจได้ทันที นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Intelligent Data Capture ที่ช่วยแปลงข้อมูลดังกล่าวให้เป็น Structured Data เช่น ไฟล์ CSV ได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องตั้งค่าเทมเพลตล่วงหน้า ช่วยลดขั้นตอนการคีย์ข้อมูล เพิ่มความแม่นยำ และเชื่อมต่อข้อมูลเข้าสู่ระบบบัญชีหรือ ERP หรือระบบอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

นายฮายาโตะ กล่าวเสริมว่า วันนี้ ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น กำลังก้าวข้ามบทบาทจากการเป็นผู้ขายเครื่องพิมพ์ สู่การเป็น One-Stop DX Partner อย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งสร้างคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้าผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรและนวัตกรรมที่ช่วยเปลี่ยนความท้าทายทางธุรกิจให้เป็นโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน

ส่วน นางสาวธีรยา สุขมาก ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์สื่อสารการตลาด บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภายใต้เป้าประสงค์ของกลุ่มบริษัทฟูจิฟิล์ม “Giving Our World More Smiles” บริษัทฯ มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจที่สร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกให้แก่ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ชุมชน และสังคมโดยรวม โดยได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานและการสื่อสารออกเป็น 4 ระยะ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างเป็นระบบ

ระยะแรก มุ่งผลักดันการทำงานไร้กระดาษ (Paperless) ภายใต้บทบาทผู้ให้บริการโซลูชันดิจิทัล (DX Solution Provider) ก่อนต่อยอดสู่การเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานไอทีและความปลอดภัยทางไซเบอร์ ผ่านการทำหน้าที่ เป็นที่ปรึกษาด้านดิจิทัลโซลูชัน (Digital Solution Consultant) ให้กับลูกค้าองค์กร เข้าไปเป็นเพื่อนคู่คิดช่วยตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ และเมื่อเราไปทำงานกับลูกค้า เราก็เริ่มเปลี่ยนแปลงจากตัวเองก่อน มีการฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเอไอเพื่อให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ 

ทั้งนี้ ในปีปัจจุบันถือเป็นเป้าหมายสำคัญของบริษัทฯ ในการวางตำแหน่งแบรนด์ใหม่สู่การเป็น “One-Stop DX Partner” ที่ยึดความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมนำเสนอโซลูชันแบบครบวงจรเพื่อช่วยสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ ลดต้นทุน และยกระดับประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร ผ่านการผสานเวิร์กโฟลว์จากโลกอนาล็อกและดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ รวมถึงสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้าที่พร้อมเดินเคียงข้างในระยะยาว (End-to-End Partner)

ขณะที่ในปีถัดไป บริษัทฯ เตรียมก้าวสู่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาภายใต้ลิขสิทธิ์เฉพาะของฟูจิฟิล์ม เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในระดับที่สูงยิ่งขึ้น นอกเหนือจากมิติด้านเทคโนโลยี ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ผ่านแผนความยั่งยืนระยะกลาง Sustainable Value Plan 2030 (SVP2030) โดยมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันภายใต้แนวคิด “Green Value Products” เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 50% ภายในปี 2030 รวมถึงการจำหน่ายเครื่องพิมพ์แบบ Remanufactured Machine ที่ใช้กระบวนการผลิตภายใต้แนวคิดทรัพยากรหมุนเวียน

สำหรับแผนการตลาดของบริษัทในปี 2569 จะเน้นไปที่การทำกิจกรรม ออกงานอีเวนต์ งานสัมมนาและโรดโชว์ไปยังภูมิภาคเพื่อพบกับลูกค้าโดยตรง ขณะเดียวกันก็จะมีการทำประชาสัมพันธ์ เพื่อเน้นสร้างการรับรู้ให้คนรู้จักแบรนด์์์ ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น รับรู้ถึงวิสัยทัศน์ เเป้าหมาย รู้ว่าเราทำอะไร ขายอะไร มีโซลูชั่นอะไร  

"เป้าหมายของเราในปี 2569 คือ การยกระดับองค์กรสู่การเป็น One-Stop DX Partner อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการนำเทคโนโลยี Intelligent Workflow และเทคโนโลยี AI ลิขสิทธิ์ของฟูจิฟิล์มส่งมอบโซลูชันอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราเชื่อว่า นวัตกรรมคือสิ่งที่เราทำ และรอยยิ้มคือเหตุผลที่เราทำ" นางสาวธีรยา กล่าว.


You might be intertested in this news.

Mostview

รีวิว ซีรีส์จีน “ล่าหยก” รบ รัก ฟิน “จางหลิงเฮ่อ” หล่อทุกองศา

เชื่อว่าหลายคน เวลานี้กำลังติดกันแบบงอมแงม สำหรับ ซีรีส์จีนเรื่อง “ล่าหยก” กับเรื่องราวการพิสูจน์รักแท้ท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือด นำแสดงโดยสองซูเปอร์สตาร์แห่งเอเชีย....

Google Maps 2026 อัปเดตใหญ่ฉลาดขึ้น ผสานพลัง GEMINI ให้ AI ช่วยวางแผนเดินทาง

ใครที่ใช้ Google Map บ่อยมีข่าวดี ล่าสุด Google เพิ่งอัปเกรดครั้งที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปี โดยการนำ Gemini AI เข้ามาฝังไว้ในแอปแบบเต็มตัว รอบนี้ไม่ใช่แค่บอกทางแม่นขึ้น แต่ยัง "คุยรู้เรื่อง" และ "เห็นภาพสมจริง" กว่าเดิม มีอะไรเปลี่ยนไปบ้างเราสรุปมาให้แล้ว

ซีรีย์แนวตั้ง Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล ชงเข้มๆ ชิปเปอร์ฟินทุกตอน

ผ่านมาหลาย EP. เรียกได้ว่าชงเข้มๆ ทุกตอนกับซีรีย์แซฟฟิคแนวตั้ง Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล ที่มีน้องๆ BNK48 และ CGM48 มาร่วมแสดงมากมาย แต่สำหรับผมที่ชิปคู่ "ไม้พิณ" น้องแพรว และโมเน่ต์ บอกเลยว่า ยิ่งดูยิ่งอิน และฟินแน่นอน

NTT DOCOMO จับมือ ทรูวิชั่นส์ เสิร์ฟคอนเทนต์ญี่ปุ่น ลงแอปฯ True Visions Now

NTT DOCOMO จับมือ TrueVisions ส่งคอนเทนต์พรีเมียมจาก Lemino Japanese Collection ดูผ่านแอปฯ TrueVisions NOW ให้ดูฟรีเริ่ม 25 มี.ค.69 เฟสแรก ซีรีส์ญี่ปุ่น 125 เรื่อง ดูเต็มอิ่มรวม 1,500 ตอน พร้อมทั้งรายการวาไรตี้ ท่องเที่ยวและอาหาร และรายการญี่ปุ่น Top 10

20 มี.ค.69 เป็น "วันวสันตวิษุวัต" สัญญาณชี้ว่าซีกโลกเหนือเข้าฤดูใบไม้ผลิ

NARIT เผยในวันที่ 20 มี.ค.2569 จะเป็นวัน วันวสันตวิษุวัต ที่ช่วงเวลากลางวันเท่ากับกลางคืน 12 ชั่วโมงเท่ากัน และวันที่ประเทศทางซีกโลกเหนือย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ และประเทศทางซีกโลกใต้ย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง

TrustNEws Line