ประกันสังคม ย้ำ ตัดสูทเป็นไปตามระเบียบ แจง ได้เชิ้ต 2 กางเกง 2 สูท 1 ตัว
by Trust News, 29 มกราคม 2569
ประกันสังคม ย้ำ ตัดสูทเป็นไปตามระเบียบ แจง ได้เชิ้ต 2 กางเกง 2 สูท 1 ตัว
คุณนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ในฐานะโฆษกสำนักงานประกันสังคม ให้สัมภาษณ์ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ กรณี ปัญหาเรื่องการจัดซื้อสูทมูลค่า ของ สำนักงานประกันสังคม โดยชี้แจงรายละเอียดดังต่อไปนี้
โครงการดังกล่าว ซึ่ง มีจุดเริ่มต้นมาจากเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน มีประชาชนร้องเรียนเข้ามาว่า เมื่อเข้ามาติดต่อกับทางสำนักงานประกันสังคม พบความไม่เป็นระเบียบ เนื่องจากไม่สามารถแยกแยะได้ว่า ใครคือเจ้าหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคม หรือ ผู้มาติดต่อ ดังนั้น จึงอยากให้มีการปรับปรุงภาพลักษณ์ เพื่อให้มีความสะดวกในการติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ เช่นเดียวกับเวลาไปติดต่อกับทางธนาคาร ด้วยเหตุนี้ จึงมีการข้อรับการสนับสนุนด้านงบประมาณในเวลาต่อมา ในปี 2568
ทำไมจึงต้องมีการจัดหาด้วยวิธีการพิเศษแบบเฉพาะเจาะจง?
โฆษกสำนักงานประกันสังคม ระบุว่า ที่ผ่านมามีการอนุมัติโครงการตัดสูทให้กับเจ้าหน้าที่แล้ว 2 ครั้ง รวมครั้งล่าสุด เนื่องจากมีความเห็นว่า 5 ปี ควรเปลี่ยนครั้งหนึ่ง โดยครั้งแรกเมื่อ 5 ปีก่อน เป็นการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Biddig ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 30 ล้านบาท
ส่วนครั้งล่าสุดที่มีการอนุมัติงบประมาณ ในปี 2566 ซึ่งเป็นการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง โดยมอบหมายให้ องค์กรสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เป็นผู้จัดทำ เนื่องจากหลังดำเนินการ นั้น เป็นเพราะก่อนจะมีการจัดตั้งงบประมาณ ได้มีการสอบราคาของทั้งภาครัฐและเอกชน พบว่ามีราคาไม่แตกต่างกันมาก อีกทั้งราคาที่ทางหน่วยงานราชการ (องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก) เสนอมานั้น ยังมีราคาที่ต่ำกว่าเล็กน้อยด้วยซ้ำไป ขณะเดียวกัน ยังมีระเบียบของภาครัฐเอง ในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง ที่สามารถสนับสนุนองค์กรของทางราชการด้วยกันเองอีกด้วย
โดยคุณนิยดา เสนีย์มโนมัย ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า สำหรับขั้นตอนการของบประมาณ นั้น ถ้ามีราคาที่เป็นมาตรฐานของสำนักงบประมาณ ก็จะใช้บัญชีมาตรฐานของสำนักงบประมาณ แต่ถ้าไม่มีราคามาตรฐานของสำนักงบประมาณ ก็จะต้องไปสืบราคา เพื่อหาใบเสนอราคามายืนยันในการอ้างอิง เพื่อยืนยันว่า ไม่ได้มีการตั้งราคาขึ้นมาเอง เพื่อตั้งเป็นราคาที่ของบประมาณขึ้นมา
อย่างไรก็ดี เพื่อให้เกิดความโปร่งใส โครงการดังกล่าว ได้ผ่านการกลั่นกรองและเห็นชอบ ของคณะกรรมการมาแล้วอย่างน้อย 3 คณะกรรมการ ก่อนที่จะมีการนำเสนอต่อบอร์ดบริหารเพื่ออนุมัติ
ทั้งนี้ สำหรับโครงการตัดสูทให้กับพนักงานประกันสังคมทุกคน รวม 7,000 คนนี้ จะประกอบไปด้วย เสื้อเชิ้ต 2 ตัว กางเกง สำหรับผู้ชาย 2 ตัว ส่วนผู้หญิงจะเป็น กางเกง 1 ตัว และกระโปรง 1 ตัว และเสื้อสูทอีก 1 ตัว
ทำไมต้องตัดสูทถึง 7000 ชุด :
โฆษกสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า มีความจำเป็น เพราะในองค์กรมี ทั้งที่เป็นข้าราชการและพนักงานประกันสังคม ซึ่งในการทำหน้าที่ แต่ละคนจะมีการหมุนเวียนกันไปทำงาน โดยมีทั้งทำงานในสำนักงาน หรือ มีส่วนหนึ่งที่ไปออกตรวจตามสถานประกอบการต่างๆ หรือ ทำกิจกรรมเชิงรุกต่างๆ นอกสถานที่ก็มีเช่นกัน อีกทั้งยังเป็นความเสมอภาคและเท่าเทียมของทุกคนในองค์กรด้วย
ทั้งนี้ ปัจจุบัน สำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคมที่เป็น ข้าราชการ จะสวมชุดกากี ในวันจันทร์ อังคาร และวันศุกร์ สวมชุดผ้าไทย ส่วนวันพุธและวันพฤหัสบดี จะสวมสูท แต่สำหรับพนักงานประกันสังคม ต้องสวมใส่ ทุกวัน ณ เวลานั้น
งบประมาณสำหรับโครงการตัดสูททำได้หรือไม่ :
สำหรับประเด็นนี้ คุณนิยดา เสนีย์มโนมัย ชี้แจงว่า ตามกฎหมาย เงินสมทบประจำปี มาจาก 3 ฝ่ายประกอบด้วย ผู้ประกันตน นายจ้าง และ รัฐบาล นั้น ตามกฎหมาย ทางสำนักงานประกันสังคม สามารถนำไปใช้สำหรับการบริหารจัดการได้ไม่เกิน 10% ในตอนที่ก่อตั้งประกันสังคม นั้น ทางสำนักงานประกันสังคม ไม่ได้มีเงินจากตรงไหนเลย มีเพียงเงินเดือนข้าราชการ ฉะนั้น กฎหมายจึงเปิดช่องให้ ในเรื่องของการบริหารจัดการเพื่อดูแลและให้บริการผู้ประกันตน สามารถใช้เงินสมทบประจำปีมาบริหารจัดการในจุดนี้่ได้
และเท่าที่ผ่านมาในส่วนนี้ ทางสำนักงานประกันสังคม มีการนำไปใช้เพียงประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้ เป็นการว่าจ้างพนักงานประกันสังคม ที่ไม่ใช่ ข้าราชการ แล้วประมาณ 3,500 ล้านบาท หรือ คิดเป็น 70% ดังนั้นส่วนที่เหลือสำหรับการบริหารจัดการ จึงอยู่ที่ประมาณ 1,900 ล้านบาท
สำหรับเสียงวิพากวิจารณ์ เรื่องความไม่เหมาะสม นั้น โฆษกสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวในอดีต เกิดจากเสียงติติงของประชาชนที่มีต่อสำนักงานประกันสังคม แต่ปัจจุบัน เมื่อประชาชนมีมุมมองอีกแบบต่อประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น ทางสำนักงานประกันสังคมเอง ก็พร้อมที่จะรับไปแก้ไขปรับปรุงต่อไป โดยอาจไม่จำเป็นต้องมียูนิฟอร์มสำหรับเจ้าหน้าที่ก็เป็นได้
สถานะกองทุนประกันสังคมในปัจจุบัน ผศ.ดร.นครินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ รองโฆษกสำนักงานประกันสังคม ระบุว่า ปัจจุบันสถานะเงินกองทุนประกันสังคม อยู่ที่ประมาณ 2.85 ล้านล้านบาท
โดยแยกเป็น เงินสมทบ 3 ฝ่าย คือ ผู้ประกันตน นายจ้าง และ รัฐบาล ซึ่งมียอดสะสม ซึ่งเริ่มเก็บมาตั้งแต่ปี 2534 รวม 1.7 ล้านล้านบาท ส่วนอีก 1.1 ล้านล้านบาท หรือ 65% คือ สัดส่วนของเงินตอบแทนจากผลการลงทุน
ทั้งนี้ สถานะของเงินกองทุนประกันสังคม ยังมีความเข้มแข็ง เนื่องจากมีการเก็บเงินจากรายรับมากกว่ารายจ่าย โดยข้อมูลล่าสุด ปี 2568 เฉลี่ยต่อปี เก็บเงินได้ประมาณ 230,000 ล้านบาท ในขณะที่ จ่ายให้ผู้กันตนผ่าน 7 กรณี อยู่ที่ 140,000 ล้านบาท จากการเก็บเงิน 750 ต่อเดือน
ทำไมต้องเก็บเงินสมทบจากผู้ประกันตนเพิ่ม :
คุณนิยดา เสนีย์มโนมัย ชี้แจงว่า สำหรับประเด็นนี้ มีปัจจัยมาจาก ตั้งแต่ปี 2534 ประกันสังคมคุ้มครองเพียง 4 กรณี นั้น มีการเก็บเงินจาก 3 ฝ่ายเท่าๆกัน คือ 1.5%
ต่อมาในปี 2541 กฎหมาย มีการเพิ่มการคุ้มครอง เรื่องเบี้ยชราภาพ และ สงเคราะห์บุตร เข้ามา จึงมีการเก็บเพิ่ม เป็น 4.5%
และในปี 2545 กฎหมาย มีการเพิ่มการคุ้มครอง กรณีว่างงาน ขึ้นมาอีก จึงมีการเพิ่มการเก็บเงินเข้ากองทุนเป็น 5% และจนถึงปัจจุบัน ในปี 2569 หรือ หลายสิบปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการเพิ่มการจัดเก็บจากผู้ประกันตนอีกเลย ทั้งๆที่ ตามกฎหมาย ตารางอัตราเงินสมทบแนบท้าย นั้น สามารถจัดเก็บจากผู้ประกันตน ได้สูงสุด ถึง 9.5%
ทำไมสำนักงานประกันสังคมจึงต้องปฏิรูป :
สำหรับประเด็นนี้ ผศ.ดร.นครินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ ชี้แจงว่า ต้องยอมรับว่า อัตราการเติบโตของรายรับของกองทุน ณ ปัจุบัน อยู่ที่ประมาณ 3% ตาม GDP เพราะเป็นกฎหมายภาคบังคับ แต่รายจ่ายกลับเพิ่มขึ้น 6% ด้วยเหตุนี้ ถ้าไม่มีการปฏิรูปการลงทุนของกองทุนเพื่อเพิ่มรายได้ ในอีก 10 ปีข้างหน้า รายรับของกองทุนจะเท่ากับรายจ่ายแล้ว
แต่ด้วยเพราะระเบียบของคณะกรรมการ มีการกำหนดให้ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มั่นคงในสัดส่วนที่ประมาณ 60% ส่วนหลักทรัพย์เสี่ยงต้องไม่เกิน 40% จึงทำให้ รายได้จากการลงทุน ณ ปัจจุบัน จึงยังอาจไม่เพียงพอสำหรับอนาคต
ทำไมจึงแก้ปัญหาแอพพลิเคชันล่าช้า :
ผศ.ดร.นครินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ ชี้แจงว่า ตั้งแต่เริ่มมีการดำเนินการปิดระบบมาตั้งแต่ 21 ธันวาคม และเกิดการขัดข้องและอยู่ในระหว่างการปรับปรุงมาตั้งแต่วันที่ 5 มกราคมจนถึงปัจจุบัน นั้น เกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ 1. ข้อมูลของผู้ประกันตน ซึ่งทางสำนักงานประกันสังคมจัดเก็บข้อมูลแรงงานแต่ละคนมานานถึง 35 ปี นั้น เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ดังนั้น เมื่อมีการ Migrate หรือ โยกย้ายฐานข้อมูล จึงทำให้เกิดปัญหาขัดข้องขึ้นได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ
2. หลังเริ่มให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำงานพร้อมๆกัน เป็นผลให้ระบบเกิดอาการ Down ลงชั่วขณะ
3. เจ้าหน้าที่ยังไม่คุ้นชินกับระบบใหม่
อย่างไรก็ดี ขณะที่ได้มีการดำเนินการเร่งแก้ไข ด้วยวิธีไฮบริด เพื่อแก้ไขปัญหาการอนุมัติว่างงานล่าช้า ซึ่งแก้ไขไปได้แล้วประมาณ ครึ่งหนึ่ง และภายในอีกไม่เกิน 7-10 จะต้องแก้ไขปัญหานี้ได้ทั้งหมด
You might be intertested in this news.
Mostview
รีวิว ซีรีส์จีน “ล่าหยก” รบ รัก ฟิน “จางหลิงเฮ่อ” หล่อทุกองศา
เชื่อว่าหลายคน เวลานี้กำลังติดกันแบบงอมแงม สำหรับ ซีรีส์จีนเรื่อง “ล่าหยก” กับเรื่องราวการพิสูจน์รักแท้ท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือด นำแสดงโดยสองซูเปอร์สตาร์แห่งเอเชีย....
Google Maps 2026 อัปเดตใหญ่ฉลาดขึ้น ผสานพลัง GEMINI ให้ AI ช่วยวางแผนเดินทาง
ใครที่ใช้ Google Map บ่อยมีข่าวดี ล่าสุด Google เพิ่งอัปเกรดครั้งที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปี โดยการนำ Gemini AI เข้ามาฝังไว้ในแอปแบบเต็มตัว รอบนี้ไม่ใช่แค่บอกทางแม่นขึ้น แต่ยัง "คุยรู้เรื่อง" และ "เห็นภาพสมจริง" กว่าเดิม มีอะไรเปลี่ยนไปบ้างเราสรุปมาให้แล้ว
ซีรีย์แนวตั้ง Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล ชงเข้มๆ ชิปเปอร์ฟินทุกตอน
ผ่านมาหลาย EP. เรียกได้ว่าชงเข้มๆ ทุกตอนกับซีรีย์แซฟฟิคแนวตั้ง Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล ที่มีน้องๆ BNK48 และ CGM48 มาร่วมแสดงมากมาย แต่สำหรับผมที่ชิปคู่ "ไม้พิณ" น้องแพรว และโมเน่ต์ บอกเลยว่า ยิ่งดูยิ่งอิน และฟินแน่นอน
NTT DOCOMO จับมือ ทรูวิชั่นส์ เสิร์ฟคอนเทนต์ญี่ปุ่น ลงแอปฯ True Visions Now
NTT DOCOMO จับมือ TrueVisions ส่งคอนเทนต์พรีเมียมจาก Lemino Japanese Collection ดูผ่านแอปฯ TrueVisions NOW ให้ดูฟรีเริ่ม 25 มี.ค.69 เฟสแรก ซีรีส์ญี่ปุ่น 125 เรื่อง ดูเต็มอิ่มรวม 1,500 ตอน พร้อมทั้งรายการวาไรตี้ ท่องเที่ยวและอาหาร และรายการญี่ปุ่น Top 10
20 มี.ค.69 เป็น "วันวสันตวิษุวัต" สัญญาณชี้ว่าซีกโลกเหนือเข้าฤดูใบไม้ผลิ
NARIT เผยในวันที่ 20 มี.ค.2569 จะเป็นวัน วันวสันตวิษุวัต ที่ช่วงเวลากลางวันเท่ากับกลางคืน 12 ชั่วโมงเท่ากัน และวันที่ประเทศทางซีกโลกเหนือย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ และประเทศทางซีกโลกใต้ย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง