วันพุธ, กุมภาพันธ์ 4, 2569

วิจัยชี้ CP Foods เพิ่มมูลค่าบริษัท–บรรลุเป้าหมายสภาพภูมิอากาศปี 2030

by Trust News, 31 มกราคม 2569

งานวิจัยชี้ CP Foods เพิ่มมูลค่าบริษัท–บรรลุเป้าหมายสภาพภูมิอากาศปี 2030 ได้ หากปรับกลยุทธ์สู่โปรตีนจากพืช...

งานวิจัยล่าสุดโดย Madre Brava ร่วมกับ Profundo องค์กรไม่แสวงกำไรจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน ห่วงโซ่อุปทาน สิทธิมนุษยชน การวิเคราะห์นโยบาย และการลงทุนพบว่า บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CP Foods มีโอกาสเพิ่มมูลค่าธุรกิจ เสริมความแข็งแกร่งด้าน ESG และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทอาหารด้านความยั่งยืนของประเทศไทยและภูมิภาค หากปรับสัดส่วนการผลิตไปสู่โปรตีนจากพืชในระดับที่เหมาะสม ควบคู่กับการผลิตโปรตีนจากสัตว์อย่างยั่งยืน

วิชญะภัทร์ ภิรมย์ศานต์ ผู้จัดการประเทศไทย องค์กร Madre Brava เผยว่า รายงานฉบับนี้ชี้ว่า CP Foods ซึ่งเป็นผู้ผลิตโปรตีนจากสัตว์และอาหารสัตว์รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกเนื้อไก่แปรรูปรายใหญ่ระดับโลก เป็นบริษัทผู้ผลิตเนื้อสัตว์เพียงรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้กำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้กรอบ Science Based Targets initiative (SBTi) สอดคล้องกับเป้าหมายความตกลงปารีส

การวิเคราะห์ของ Profundo ได้คำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตเนื้อหมู เนื้อไก่ และนมวัวตลอดห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกของ CP Foods เปรียบเทียบกับเป้าหมาย SBTi ของบริษัท พบว่า การใช้ on-farm mitigation measures และการปรับเปลี่ยนการผลิตอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเพิ่มสัดส่วนโปรตีนจากพืช ขณะที่ยังคงการผลิตโปรตีนจากสัตว์ในระดับที่ยั่งยืน โดยให้มีโปรตีนจากพืชในอัตรา 12% ภายในปี 2030 จะลดก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทานของบริษัทฯ ได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศในปี 2030 ได้ 70%

ทั้งนี้ หากบริษัทฯอยากบรรลุเป้าหมายให้ได้ตามที่บริษัทฯ ตั้งไว้ จะต้องอาศัยการเปลี่ยนผ่านด้านโปรตีนในอัตราที่สูงกว่านี้ โดยรายงานฉบับนี้พบว่า การเปลี่ยนผ่านด้านโปรตีนในอัตรา 23% ภายในปี 2030 ควบคู่ไปกับมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกในกิจการปศุสัตว์ จะทำให้บริษัท CP Foods บรรลุเป้าหมายได้สภาพภูมิอากาศได้ โดยมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกในกิจการปศุสัตว์ได้แก่ การจัดการมูลสัตว์ สารเสริมในอาหารสัตว์ การใช้พลังงานหมุนเวียน

โปรตีนจากพืชช่วยเพิ่มกำไร ลดต้นทุน และบรรเทาภาระหนี้

การปรับกลยุทธ์สู่โปรตีนพืชอาจมีส่วนช่วยเพิ่มกำไรของบริษัท และเพิ่มมูลค่าของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ การผลิตโปรตีนจากพืชลดต้นทุนในการผลิต เนื่องจากว่าใช้วัตถุดิบน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการผลิตเนื้อสัตว์ เช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และการใช้ยาปฏิชีวนะ และยังใช้ที่ดินน้อยกว่าต่อปริมาณโปรตีน 100 กรัมเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์และนมวัว รายงานยังชี้ว่า หากปรับเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นยค่อยไปสู่โปรตีนจากสัตว์และโปรตีนจากพืชอย่างละ 50% ภายในปี 2050 อาจส่งผลเชิงบวกต่อมูลค่าหุ้นของบริษัท CP Foods ได้ถึง 169% ซึ่งมาจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง และตัวคูณการประเมินมูลค่าที่สูงขึ้น (valuation multiples)

“รายงานฉบับนี้ยังระบุว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่โปรตีนจากพืช จะยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงของ CPF โดยคาดว่าการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจะส่งผลเชิงบวกต่อคะแนนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social and Governance- ESG) ของบริษัท ซึ่งอาจส่งผลเชิงบวกต่อมูลค่าหุ้นและตัวคูณการประเมินมูลค่า เช่น อัตราส่วนราคาต่อกำไร (Price/Earnings Ratio) ในตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากคะแนนเริ่มมีความสำคัญมากขึ้นต่อกลุ่มนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ”

มาตรการลดก๊าซเรือนกระจกในการผลิตเนื้อสัตว์อย่างเดียวไม่พอ
ในฉากทัศน์ที่ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นปกติ (Business-as-usal, BAU) มาตรการลดก๊าซเรือนกระจกในกิจการปศุสัตว์จะช่วยลดก๊าซได้ 3.5 ล้านตันคาร์บอนไดอ็อกไซด์เทียบเท่า หรือคิดเป็น 9% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของบริษัทฯ ในปี 2024 ซึ่งหมายความว่าการดำเนินต่อไปภายใต้ฉากทัศน์ที่ทุกอย่างเป็นปกติ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และไม่มีการเปลี่ยนผ่านสู่โปรตีนจากพืช หวังพึ่งแต่มาตรการลดก๊าซในกิจการปศุสัตว์เท่านั้น ไม่เพียงพอในการทำให้บริษัทบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศได้

“ครัวของโลก” ต้องเป็นครัวที่ยั่งยืน

อย่างที่ทราบกันดีว่า CP Foods เป็นที่รู้จักในฐานะ “ครัวของโลก” ด้วยการดำเนินธุรกิจครบวงจรตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ การผลิตเนื้อสัตว์ และนมวัว มีฐานการผลิตในหลายภูมิภาคทั่วโลก รายงานฉบับนี้ชี้ว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่โปรตีนจากพืชจะช่วยตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านความยั่งยืน และสนับสนุนเป้าหมายของบริษัทในการก้าวสู่การเป็นบริษัทอาหารที่ยั่งยืนที่สุดในประเทศไทยและในภูมิภาค

“เราขอชื่นชม CP Foods ในฐานะบริษัทผู้ผลิตเนื้อสัตว์รายเดียวในประเทศไทยที่ตั้งเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกตามกรอบ SBTi อย่างจริงจัง งานวิจัยนี้สะท้อนว่า การปรับสัดส่วนการผลิตโปรตีนให้มีโปรตีนจากพืชเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลัก จะช่วยให้บริษัทบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ และทำให้ระบบการผลิตมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

“ดังนั้น ในฐานะผู้ผลิตอาหารรายสำคัญระดับโลก CP Foods มีโอกาสใช้ความเป็นผู้นำที่สั่งสมมา เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านระบบอาหารให้ยั่งยืนยิ่งขึ้นได้” วิชญะภัทร์กล่าวทิ้งท้าย

ผู้สนใจสามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่: https://profundo.nl/projects/charoen-pokphand-foodsplant-based-protein-opportunity/

 


You might be intertested in this news.

Mostview

รีวิวหนัง “กิ่งแก้ว” กับ “ท่ายาก” ในการเล่าเรื่อง

“กิ่งแก้ว” หนังสยองขวัญ ที่สร้างมาจากตำนานเรื่องเล่า “คุกบางขวาง” กับเรื่องราวของนักโทษหญิงที่ถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าแล้วไม่ตายด้วยกระสุนชุดแรก

เครื่องบิน AT-6 TH ตกที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ยังไม่มีรายงานนักบินดีดตัว

เครื่องบินโจมตีแบบ AT-6TH วูลฟ์เวอร์รีน ที่ประจำการอยู่กองบิน 41 จ.เชียงใหม่ ประสบอุบัติเหตุตกในพื้นที่ บ้านห้วยฝาง อำเภอจอมทอง ยังไม่มีรายงานการดีดตัวของนักบิน จนท.กู้ภัยเข้าถึงจุดตกแล้ว รอการแถลงแบบเป็นทางการจากกองทัพอากาศ

RIP ไข่ขาว เหมียวสีขาวที่โด่งดังในโซเชียล "ไข่ขาวลูกแมร๊" กลับดาวแมวแล้ว

ข่าวเศร้าของคนรักแมว "ไข่ขาว" แมวสีขาวตัวผู้ที่โด่งดังในโซเชียลจากเพจ "ไข่ขาวลูกแมร๊" ล่าสุด พลอย-บัณฑิตา เผยว่า ไข่ขาว กลับดาวแมวไปแล้วเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569

รีวิว WORLDBREAKER หนังพล็อตเดิมๆ แต่ก็ดูเพลิน

WORLDBREAKER มฤตยูแหวกโลก หนังออกไปทางแนวแบบ อืมมม...เหมือนกับโลกเราจะถึงจุดกาลอวสาน

ประกันสังคม ย้ำ ตัดสูทเป็นไปตามระเบียบ แจง ได้เชิ้ต 2 กางเกง 2 สูท 1 ตัว

ประกันสังคม ย้ำ ตัดสูทเป็นไปตามระเบียบ แจง ได้เชิ้ต 2 กางเกง 2 สูท 1 ตัว

TrustNEws Line