วันอาทิตย์, มีนาคม 22, 2569

TCCtech เผยแนวโน้มตลาดดิจิทัลและ เทคโนโลยีที่น่าจับตาในปี 2569

by Trust News, 2 กุมภาพันธ์ 2569

 TCCtech เผยแนวโน้มตลาดดิจิทัลและเทคโนโลยีที่น่าจับตาในปี 2569 ไปจนถึงอนาคต ชูกลยุทธ์์สำคัญสำหรับ ปีนี้ที่เป็นช่วงเวลาจุดประกายอนาคตธุรกิจด้วยพลังดิจิทัลและเทคโนโลยีฝ่าคลื่นลมสู่มหาสมุทรแห่งโอกาส

จากบทสนทนาล่าสุดกับผู้บริหารของบริษัท ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัด TCC Technology (TCCtech) ที่ชี้ให้เห็นถึงภาพรวมของทิศทางซึ่งกำลังเกิดขึ้นในหลายภาคส่วนที่สำคัญ ตั้งแต่ภาพการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ AI และการประมวลผลประสิทธิภาพสูง การพัฒนาเครือข่ายมือถือไปสู่ 5G ไปจนถึงการที่องค์กรต่าง ๆ หันมาใช้คลาวด์เป็นศูนย์กลาง พร้อมปรับระบบ ERP ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เสริมความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และนำ AI มาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ในขณะเดียวกัน โซลูชันอาคารและเมืองอัจฉริยะก็ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงและขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ทำให้เมืองมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น พร้อมมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งานด้วยเช่นกัน

1.แนวโน้มตลาดดิจิทัลและเทคโนโลยีที่น่าจับตาในปี 2569 และอนาคต

แนวโน้มตลาดด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีของประเทศไทยโดยรวมกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2569

การพัฒนาแอปพลิเคชัน: Low Code / Agile Delivery

จากรายงานของ Grand View Research และ Gartner ชี้ให้เห็นว่าตลาดซอฟต์แวร์ด้านการพัฒนาแอปพลิเคชันกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยทั่วโลกสูงถึง 22.8% ต่อปี (CAGR) ในช่วงปี 2568–2573 โดยแพลตฟอร์มแบบ Low Code กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ ได้เพิ่มการผสานการส่งมอบแบบ Agile เข้ากับการเขียนโค้ดที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากขึ้น และเน้นการจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการผสานการพัฒนา ความปลอดภัย และการปฏิบัติการเข้าด้วยกัน” (DevSecOps) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเพื่อช่วยเร่งการพัฒนาแอปพลิเคชันให้รวดเร็วมากขึ้น พร้อมทั้งยังคงปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างครบถ้วน

ERP และ RPA: Composable, AI-enhanced cores

Gartner ระบุว่า เทคโนโลยีการพัฒนาแบบ Low Code ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบ ERP แบบประกอบโมดูลได้ตามต้องการ (Composable ERP) และระบบอัตโนมัติขั้นสูง (Hyper-automation) จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตประมาณ 20% ในปี 2566 และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569 ขณะเดียวกัน IDC ชี้ให้เห็นว่า องค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังหันมาเลือกใช้ระบบ ERP ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมสถาปัตยกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI และผสานรวม RPA (Robotic Process Automation) และใช้เครื่องมือที่ช่วยให้บุคคลทั่วไป (ที่ไม่ใช่นักพัฒนามืออาชีพ) สามารถสร้างแอปพลิเคชันหรือโซลูชันได้ด้วยตนเอง เปิดโอกาสให้สามารถพัฒนาและปรับกระบวนการทำงานได้รวดเร็ว ลดการเขียนโค้ดเฉพาะทาง และเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลระบบ

การนำ AI มาใช้งานกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ในธุรกิจค้าปลีก ไปจนถึงระบบอัตโนมัติอัจฉริยะในภาคการผลิต โดยตลาด RPA ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 7.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเติบโตเฉลี่ยถึง 46.6% ต่อปี (CAGR) ในช่วงปี 2568-2573 ตามข้อมูลจาก Grand View Research สำหรับประเทศไทย องค์กรต่าง ๆ กำลังเร่งปรับปรุงระบบ ERP เดิมให้ทันสมัยด้วยแพลตฟอร์มแบบ Cloud-native และผสาน RPA เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน ควบคู่กับการลดต้นทุนและยกระดับประสิทธิภาพโดยรวมขององค์กร

ความปลอดภัยทางไซเบอร์: Zero‑Trust and AI‑driven detection

ตามข้อมูลของ Mordor Intelligence ระบุว่า ตลาดด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศไทยคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 894 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 และเติบโตเฉลี่ย 13% ต่อปี นับจากปี 2568 ขณะเดียวกัน รายงานของ Gartner ระบุว่า การใช้งานคลาวด์, IoT และ AI ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ขอบเขตความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้องค์กรต้องปรับแนวทางด้านความปลอดภัย โดยนำแนวคิด Zero Trust และการใช้ AI ในการตรวจจับภัยคุกคาม มาใช้มากขึ้น ซึ่งกำลังก้าวขึ้นเป็นมาตรฐานของการป้องกันระบบด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

โซลูชันอัจฉริยะ: IoT, energy optimization, and digital citizen services

จากผลสำรวจของ Grand View Research ระบุว่า ตลาดเมืองอัจฉริยะทั่วโลกคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 3.76 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 และเติบโตเฉลี่ย 29.4% ต่อปีในช่วงปี 2568–2573 ขณะที่ Fortune Business Insights ชี้ว่า ตลาดอาคารอัจฉริยะทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตแตะระดับ 548.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2575 และเติบโตเฉลี่ย 21.2% ต่อปีในช่วง 2568–2573 สำหรับประเทศไทย การขับเคลื่อนเมืองและอาคารอัจฉริยะนั้นมุ่งเน้นที่การเชื่อมโยงระบบ IoT การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาบริการสำหรับผู้ใช้งานดิจิทัล ควบคู่ไปกับข้อมูลจาก IDC ที่กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของบริการ Managed Services และ IT Outsourcing ซึ่งกำลังถูกยกระดับด้วยระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการสนับสนุนเชิงคาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดในระดับโลกจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

โครงสร้างพื้นฐาน: Scaling for efficiency and resilience

การเชื่อมต่อเครือข่าย: ประเทศไทยมีความครอบคลุมของเครือข่าย 5G มากกว่า 95% ของประชากร ขณะที่ตลาด SD-WAN ทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 10.1% ต่อปี และมีมูลค่าสูงถึง 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2570 โดย IDC ระบุว่า SD-WAN ยังคงเป็นเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายที่สำคัญสำหรับองค์กร เนื่องจากช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งาน มอบการเชื่อมต่อกับคลาวด์และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น พร้อมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิผล

ดาต้าเซ็นเตอร์: ตามรายงานของ Businesswire ตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศไทยคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 3.19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 และเติบโตเฉลี่ย 12.7% ต่อปีในช่วงปี 2567–2573 โดยการอนุมัติการลงทุนจาก BOI รวมถึงการเข้ามาของผู้ให้บริการระดับโลกหลายราย สะท้อนให้เห็นถึงการเร่งขยายขีดความสามารถของดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่กรุงเทพฯ และเขตการพัฒนาพิเศษ (EEC)

คอนแทคเซ็นเตอร์: Blending Automation with human expertise

Grand View Research คาดว่า ตลาดผู้ให้บริการด้านคอนแทคเซ็นเตอร์ทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 17.12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเติบโตเฉลี่ย 20.3% ต่อปี (CAGR) ในช่วงปี 2068–2573 ขณะเดียวกัน Frost & Sullivan ระบุว่า ตลาดแอปพลิเคชันคอนแทคเซ็นเตอร์ในประเทศไทยคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 6.1% ต่อปี (CAGR) ในช่วงปี 2562–2569 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการยกระดับเทคโนโลยี การย้ายระบบสู่คลาวด์ และการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูล ระบบอัตโนมัติ และบริการแบบ Self-Service

จากตัวเลขเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นแนวโน้มที่ชัดเจนสู่ระบบอัตโนมัติขั้นสูง โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ และบริการดิจิทัลที่ต้องให้ความสำคัญกับลูกค้าและผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง

2.กลยุทธ์เพื่อเติบโตในมหาสมุทรแห่งโอกาส

ผู้บริหารของ TCC Technology (TCCtech) ได้ถ่ายทอดมุมมองต่อสภาพตลาดในปี 2569 โดยคาดว่าหลายอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ การขยายตัวนี้มีแรงขับเคลื่อนจากความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น และการเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ในระบบนิเวศ ซึ่งสะท้อนว่าตลาดกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ องค์กรต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องมีกลยุทธ์เชิงรุก เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและคว้าโอกาสใหม่ๆที่กำลังเกิดขึ้น แม้บางฝ่ายอาจมองแนวโน้มนี้ว่าเป็นการแข่งขันในทะเลเดือด แต่ผู้บริหารของ TCC Technology กลับมองว่าเป็น “มหาสมุทรแห่งโอกาส” ที่จะช่วยเร่งการสร้างนวัตกรรมในหลากหลายด้าน และดึงดูดการมีส่วนร่วมจากผู้เล่นระดับโลกเข้ามาสู่ประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

นับตั้งแต่ก่อตั้ง TCC Technology ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดที่ชัดเจน คือ “สร้างสิ่งที่ดีและคุ้มค่าที่สุด พร้อมแบ่งปันคุณค่านั้นกลับสู่สังคม” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการมอบบริการที่มีมาตรฐานระดับโลก ลูกค้าจึงให้ความไว้วางใจบริษัทจากผลงานที่พิสูจน์ได้จริง ควบคู่กับรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง ยืนยันถึงความพร้อมในการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าในระยะยาว นอกจากนี้ TCCtech ได้สร้างความแตกต่างด้วยการมุ่งเน้นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) แทนการแข่งขันในตลาดมวลชน (Mass Market)

กลยุทธ์นี้ช่วยให้บริษัทหลีกเลี่ยงการแข่งขันที่รุนแรง และสามารถค้นหาโอกาสใหม่ๆ ในตลาดที่ยังมีศักยภาพ พร้อมการบริการที่หลากหลายถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ผ่านรูปแบบการให้บริการที่ยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็น Property as a Service และโซลูชันแบบ “as-a-Service” อื่น ๆ และTCCtech ได้ขยายขีดความสามารถด้าน Connectivity, ERP, RPA, AI และเทคโนโลยีคลาวด์ โดยให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ Cloud-first ควบคู่กับโซลูชันอัจฉริยะที่สอดคล้องกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและอาคารอัจฉริยะของประเทศไทย

TCCtech ยังให้บริการพัฒนาแอปพลิเคชันขั้นสูง ครอบคลุมการจัดการข้อมูล การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น และการพัฒนาแบบคล่องตัว (agile) เพื่อตอบสนองต่อนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของลูกค้าให้เป็นไปอย่างราบรื่น ตลอดจนบริการ Help Desk และ Outsourcing ที่มีความแข็งแกร่ง ช่วยลดภาระการบริหารจัดการ พร้อมรับประกันความเสถียร ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพในการดำเนินงานโดยรวม

นายธีรพันธุ์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า ปี 2569นี้ ถือเป็นวาระครบรอบ 25 ปีของ TCC Technology ที่ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราในการยึดถือลูกค้าเป็นศูนย์กลางของสิ่งที่เราทำ บริการของ TCCtech ล้วนเริ่มจากการสร้างสรรค์ร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า มีการออกแบบโซลูชันให้ตอบโจทย์ การวางระบบอัจฉริยะ การสร้างความสามารถในการตัดสินใจบนข้อมูล ช่วยเสริมสร้างรากฐานธุรกิจให้แข็งแกร่ง พร้อมรับสถานการณ์ และปกป้องคุณค่าทางธุรกิจให้มั่นคงในระยะยาว 

ด้าน นางวลีพร สายะสิต รองกรรมการผู้จัดการ - Corporate Communications บริษัท ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า TCCtech ได้พัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญในระดับสากลจากการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั่วโลก โดยเราเชื่อมั่นในพลังของความร่วมมือซึ่งเกิดจากการผสานศักยภาพของหลากหลายภาคส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีที่เข้มแข็งและช่วยเสริมศักยภาพให้ลูกค้าสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน 

3. บทสรุป: 25 ปีแห่งการเติบโต และมหาสมุทรปี 2569

ในวาระครบรอบ 25 ปีของ TCC Technology ในปี 2569 สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือ ทิศทางการเติบโตด้านดิจิทัลของประเทศไทยกำลังเดินหน้าอย่างไม่อาจหยุดยั้ง ท่ามกลางตลาดที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการแข่งขันในทะเลเดือด TCCtech กลับเลือกที่จะมองเห็นถึง “มหาสมุทรแห่งโอกาส” ใหม่ ๆ ผ่านการร่วมมือกับลูกค้า ผู้เชี่ยวชาญ และพันธมิตรระดับโลก ด้วยรากฐานของแนวคิด “สร้างสิ่งที่ดีและคุ้มค่าที่สุด พร้อมแบ่งปันคุณค่านั้นกลับสู่สังคม” TCCtech ไม่เพียงขับเคลื่อนความสำเร็จให้กับลูกค้า แต่ยังเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าอย่างมั่นคง พร้อมทั้งได้นิยามบทบาทของผู้นำในยุคดิจิทัลขึ้นใหม่อย่างแท้จริง.


You might be intertested in this news.

Mostview

รีวิว ซีรีส์จีน “ล่าหยก” รบ รัก ฟิน “จางหลิงเฮ่อ” หล่อทุกองศา

เชื่อว่าหลายคน เวลานี้กำลังติดกันแบบงอมแงม สำหรับ ซีรีส์จีนเรื่อง “ล่าหยก” กับเรื่องราวการพิสูจน์รักแท้ท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือด นำแสดงโดยสองซูเปอร์สตาร์แห่งเอเชีย....

Google Maps 2026 อัปเดตใหญ่ฉลาดขึ้น ผสานพลัง GEMINI ให้ AI ช่วยวางแผนเดินทาง

ใครที่ใช้ Google Map บ่อยมีข่าวดี ล่าสุด Google เพิ่งอัปเกรดครั้งที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปี โดยการนำ Gemini AI เข้ามาฝังไว้ในแอปแบบเต็มตัว รอบนี้ไม่ใช่แค่บอกทางแม่นขึ้น แต่ยัง "คุยรู้เรื่อง" และ "เห็นภาพสมจริง" กว่าเดิม มีอะไรเปลี่ยนไปบ้างเราสรุปมาให้แล้ว

ซีรีย์แนวตั้ง Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล ชงเข้มๆ ชิปเปอร์ฟินทุกตอน

ผ่านมาหลาย EP. เรียกได้ว่าชงเข้มๆ ทุกตอนกับซีรีย์แซฟฟิคแนวตั้ง Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล ที่มีน้องๆ BNK48 และ CGM48 มาร่วมแสดงมากมาย แต่สำหรับผมที่ชิปคู่ "ไม้พิณ" น้องแพรว และโมเน่ต์ บอกเลยว่า ยิ่งดูยิ่งอิน และฟินแน่นอน

NTT DOCOMO จับมือ ทรูวิชั่นส์ เสิร์ฟคอนเทนต์ญี่ปุ่น ลงแอปฯ True Visions Now

NTT DOCOMO จับมือ TrueVisions ส่งคอนเทนต์พรีเมียมจาก Lemino Japanese Collection ดูผ่านแอปฯ TrueVisions NOW ให้ดูฟรีเริ่ม 25 มี.ค.69 เฟสแรก ซีรีส์ญี่ปุ่น 125 เรื่อง ดูเต็มอิ่มรวม 1,500 ตอน พร้อมทั้งรายการวาไรตี้ ท่องเที่ยวและอาหาร และรายการญี่ปุ่น Top 10

20 มี.ค.69 เป็น "วันวสันตวิษุวัต" สัญญาณชี้ว่าซีกโลกเหนือเข้าฤดูใบไม้ผลิ

NARIT เผยในวันที่ 20 มี.ค.2569 จะเป็นวัน วันวสันตวิษุวัต ที่ช่วงเวลากลางวันเท่ากับกลางคืน 12 ชั่วโมงเท่ากัน และวันที่ประเทศทางซีกโลกเหนือย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ และประเทศทางซีกโลกใต้ย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง

TrustNEws Line